ตอนที่ 12 | เช็กให้ชัวร์

1826 Words
หญิงชราวัยเจ็ดสิบปีหรือย่ารดาผู้อาวุโสสูงสุดของวังเปรมเดินกลับออกมาจากสวนดอกไม้ด้านหลังวังพร้อมกับสาวใช้นับสิบคนเดินตามหลังของหญิงผู้มีอำนาจ ถึงแม้อายุจะแตะเลขเจ็ดแล้วแต่สุขภาพของเธอยังคงแข็งแรงดี ขาที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นให้เห็นเด่นชัดก้าวขึ้นบันไดทีละขั้นจนพาตัวเองมายืนอยู่ในห้องโถงใหญ่ของพระราชวัง “เพิ่งตื่นหรอคามิน ลงมาซะสายเลย” เสียงทุ้มพร่าของคนอายุมากทักหลานชายที่เพิ่งโผล่มาให้เห็นหน้าเป็นครั้งแรกของวัน “ครับ เมื่อคืนกว่าจะหลับก็เกือบตีสองแหนะ” ปากหนาคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะก้าวขาเดินลงบันไดฝั่งห้องของตน นัยน์ตาที่ยังคงสวยไม่สร่างมองตามร่างแกร่งก้าวเดินลงบันไดมาทีละขั้นเพื่อรอหลานลงมาคุยกันด้านล่าง วืดดด ปั่ก ปั่ก ปั่ก!! “ว้ายยยย / กรี๊ดดดดด” เสียงกรีดร้องและเสียงตะโกนออกมาด้วยความตกใจดังขึ้นทันทีที่องค์รัชทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลก้าวพลาดเสียหลักแล้วหงายหลังลงหัวฟาดเข้ากับขั้นบันไดอย่างจังจนชายหนุ่มหมดสตินอนคอพับไปตรงนั้น… “คามิน!! มัวยืนงงอะไรกัน เรียกรถพยาบาลสิ!!!” ผู้มีศักดิ์เป็นย่ารีบวิ่งเข้าไปหาหลานของตนแล้วจับตัวของเขาด้วยความระมัดระวังเพื่อสังเกตอาการเบื้องต้น ก่อนจะหันไปตะคอกใส่บรรดาสาวใช้ที่เอาแต่ร้องกรี๊ดทำให้หญิงสาวเหล่านั้นได้สติเรียกรถพยาบาลตามคำสั่งของเธอ “คามิน ได้ยินย่าไหม…คามิน” นิ้วเหี่ยวย่นยื่นไปอังตรงปลายจมูกของหลานชายเพื่อเช็กลมหายใจของเขาเพราะเธอพยายามเรียกเท่าไหร่ก็ไร้การตอบกลับ และสิ่งที่ทำให้ใจของหญิงชราแทบหยุดเต้นคือไม่มีสัมผัสจากลมอุ่นร้อนใดๆ โดนที่นิ้วของเธอเลย… “คะ คามิน คามินลูก ได้ยินย่าไหม” เสียงของผู้เป็นย่าสั่นเครือทันทีพร้อมกับหยดน้ำใสเอ่อล้นลงมา “คุณย่าคะ คุณย่าคะ…คุณย่ารดา ได้ยินไหมคะ” ก๊อก ก๊อก ก๊อก “คุณย่ารดาคะ…” เสียงเรียกดังขึ้นจนกระทบเข้าที่โสตประสาทหูของคนที่นอนอยู่ด้านใน ทำให้หนังตาที่ปิดสนิทอยู่ปรือขึ้นมาช้าๆ พร้อมกับความชื้นเปียกรอบดวงตา หญิงชรานอนนิ่งไม่ได้เอ่ยตอบอะไรสาวใช้ที่เรียกชื่อเธอตรงหน้าห้องเพราะตอนนี้คนสูงวัยกำลังทำจิตใจของตัวเองให้กลับเป็นปกติ หลังจากตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายก่อนหน้าที่ทำเอาใบหน้าและหมอนเปียกชื้นไปหมด “…ย่ารดาคะ ได้ยินไหมคะ” “อะ อื้ม…ฉันตื่นแล้ว เดี๋ยวออกไป” หญิงผมขาวหยัดตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติแล้วตอบคนดูแลที่รออยู่หน้าห้อง ทำไมช่วงนี้ถึงฝันไม่ดีบ่อยเหลือเกิน…จะเกิดอะไรขึ้นอีกนะ สี่สิบนาทีให้หลัง “วันนี้ไมอายังไม่มาส่งขนมอีกหรอช่อ” คนสูงวัยหันไปถามหญิงคนสนิท “ค่ะ สงสัยที่ร้านยุ่งเลยมาช้า” ป้าช่อตอบออกไปเพราะปกติสาวสวยเจ้าของร้านเป็นคนตรงต่อเวลา จะมีเข้ามาส่งขนมช่วงบ่ายบ้างแต่ก็เป็นเพราะขายดีจนปลีกตัวออกมาไม่ได้ “ต้นอ้อ ไปตามไมอามาหาย่าหน่อยสิ” “ได้ค่ะคุณย่า” เสียงใสรับคำสั่งแล้วเดินตรงออกจากวังไป “คามินยังไม่ลงมาใช่ไหม…” พอเห็นต้นอ้อเดินออกไปรดาวรรณก็หันมาถามช่อต่อ “ใช่ค่ะ วันนี้คุณคามินยังไม่ลงมาเลยตั้งแต่เช้า” “อืม” ใบหน้าเหี่ยวพยักขึ้นลงอย่างเข้าใจ เธอก็แค่ต้องรอเวลา… ร้านหอมละมุน “นี่จะเที่ยงแล้วหรอเนี่ย รีบเอาขนมไปส่งในวังก่อนดีกว่า” ปากเล็กพูดออกมาก่อนจะถอดผ้ากันเปื้อนสีน่ารักออกจากตัวหลังจากที่เธอเพิ่งมีเวลาพักหายใจเพียงไม่กี่นาที เพราะวันนี้ตั้งแต่เปิดร้านจนถึงเมื่อสิบนาทีก่อนก็มีลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆ ทำให้ไม่มีเวลาปลีกตัวออกไปส่งขนมให้ย่ารดาเลย มือเรียวจับขนมที่เธอแยกใส่กล่องเอาไว้ต่างหากลงถุงผ้าเตรียมจะเดินออกไปจากร้าน กริ๊ง ~ เสียงกระดิ่งดังขึ้นทำให้ร่างบางหมุนตัวหันกลับมาที่หน้าร้านอีกครั้ง “อ้าว…ต้นอ้อ” ไมอามองหลานของป้าช่อเดินเข้ามาในร้านด้วยความแปลกใจอยู่ไม่น้อยเพราะปกติจะเจอกันแต่ในวัง “พี่ไมอากำลังจะไปส่งของในวังใช่ไหม” ใบหน้าสวยใสถามพร้อมกับตาที่มองถุงผ้าที่เธอถืออยู่ “ใช่จ้ะ พอดีเพิ่งว่างน่ะ มีอะไรหรอ” “เปล่าค่ะ ย่าแค่ให้มาตามพี่เข้าไปพบเฉยๆ” “อ๋อ งั้นไปสิ เดินไปด้วยกัน” เธอดันหลังหญิงสาวที่อายุน้อยกว่าเธอสองปีให้เดินออกมาที่หน้าร้าน ก่อนจะใช้กุญแจล็อกประตูร้านไว้จากด้านนอกแล้วพากันเดินเข้าไปด้านในของพระราชวัง “เป็นอะไร ทำไมวันนี้เราดูไม่ค่อยร่าเริงคุยเก่งเหมือนทุกวันเลย” ไมอาหันไปถามต้นอ้อที่เดินอยู่ข้างกัน “ช่วงนี้ใกล้สอบน่ะค่ะ กลัวจะอ่านหนังสือไม่ทัน อีกอย่างต้นอ้อไม่ใช่คนหัวดีด้วยเลยใช้เวลามากกว่าคนอื่น…” “ไม่ต้องคิดมากน่า ยิ่งเครียดหรือกดดันมากเกินไปสมองจะทำงานได้ไม่ดีนะ ใจเย็นๆ แล้วก็ค่อยๆ อ่านค่อยๆ ทวน” เธอพูดแนะนำออกไปเพราะจำได้ว่าต้นอ้อเรียนจบช้ากว่าเพื่อน เนื่องจากต้องทำงานหลายอย่างทั้งในวังและงานพาร์ทไทม์เลยไม่แปลกที่สาวน้อยจะกังวลใจเรื่องเวลาในการอ่านหนังสือ “ค่ะ ต้นอ้อจะพยายาม” สาวน้อยหันมาพยักหน้าให้ไมอาแล้วส่งยิ้มบางๆ ให้เธอ “…ไมอา มาพอดีเลยลูก” ย่ารดาหันหน้ากลับมามองเธอที่เพิ่งเดินมาถึงห้องโถงใหญ่ของวัง ทำให้ใบหน้าสวยเหลือบสายตามองตามสิ่งก่อนหน้าที่หญิงสูงวัยมองอยู่ ก็เห็นหลานชายของเขากำลังเดินลงมาจากบันไดซึ่งเธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเลยก้าวขาเดินตรงไปหาหญิงสูงวัยที่นั่งรออยู่ตรงปลายบันไดแทน แต่ในจังหวะที่ร่างบางเป็นฝ่ายเดินมาถึงก่อนแล้วจะย่อตัวลงนั่งข้างตัวของผู้อุปถัมภ์ชายหนุ่มที่กำลังเดินลงบันไดก็เสียหลักทำท่าเหมือนจะล้มไถลลงมา ทำให้เธอรีบลุกพรวดเด้งตัวจะไปคว้าช่วยเขาตามสัญชาตญาณแต่ร่างกายของชายหนุ่มกลับล้มลงมาปะทะทางเธอจนร่างแบบบางกระแทกลงที่พื้นตามด้วยตัวของเขาที่ทาบทับลงมา… ปั่ก! อึก ไม่มีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดออกมาจากทั้งเธอและเขาเพราะต่างคนต่างอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นและเก็บความจุกไว้ในใจ “ฟู่วววว ~” หญิงสูงวัยพ่นลมหายใจออกมาเสียงดังด้วยความรู้สึกโล่งใจเพราะคิดว่าไมอาจะมาไม่ทันเสียแล้ว “นะ นี่…นายจะลุกได้หรือยัง มันหนัก” สองสายตามองประสานกันไม่ใช่เพราะความโรแมนติกแต่เป็นสายตาของความรำคาญใจเสียมากกว่าจากเธอ ร่างหนาพอได้สติก็ยันแขนแกร่งดันตัวขึ้นโดยไม่ลืมที่จะเอื้อมมือไปตรงหน้าเพื่อดึงคนตัวเล็กอีกคนขึ้นมาด้วย ซึ่งเธอก็ไม่ได้ปฏิเสธเขาเพราะลำพังตัวเองก็ไม่มีแรงเหมือนกันในตอนนี้… “ขอบใจ” เสียงทุ้มเอ่ยบอก “เช่นกัน แต่คราวหลังช่วยระมัดระวังมากกว่านี้หน่อยได้ไหม เดี๋ยวก็สะดุดเดี๋ยวก็ล้ม อ่อนแอชะมัด!” ถึงแม้จะไม่ได้หนักหนาอะไรแต่ไมอาก็อดที่จะบ่นออกมาไม่ได้เพราะคนตัวสูงแลจะซุ่มซ่ามเสียเหลือเกินจนเธอพลอยลำบากไปด้วย นัยน์ตาสวยมองหน้าเขานิ่งซึ่งชายหนุ่มก็ไม่ได้พูดจากวนประสาทอะไรออกมาในครั้งนี้…สงสัยจะเจ็บอยู่ล่ะมั้ง สายตาอีกคู่ของหญิงชราที่มองเหตุการณ์ตรงหน้าตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้เลยได้ข้อสรุปให้กับตัวเองในใจ…ปกติสิ่งที่เธอฝันมันจะเกิดขึ้นเสมอแค่ไม่รู้ว่าจะเป็นเมื่อไหร่ ตอนไหน หรือที่ไหน แล้วก็จะไม่มีอะไรไปขวางมันไว้ได้อย่างเหตุการในอดีตที่เคยมีให้เห็นแล้วกับสามีของเธอรวมไปถึงพ่อแม่ของคามิน แต่ช่วงหลังมานี้มันกลับไม่เป็นไปแบบเดิมเพราะทุกครั้งที่เธอฝันว่าหลานชายของตนจะได้รับบาดเจ็บจะมีหนูไมอาเข้ามาช่วยได้ทันเวลาเสมออย่างกับถูกกำหนดไว้แล้ว… “ขอโทษที่มาช้านะคะ พอดีวันนี้ที่ร้านค่อนข้างยุ่งเลย” ไมอาหันกลับมาสนใจย่ารดาที่นั่งอยู่บนวีลแชร์แทนแม้จะยังรู้สึกปวดตามตัวเล็กน้อย “ไม่เป็นไร จะมาขอโทษย่าทำไมขายดีก็ดีแล้วสิ” มือเหี่ยวของหญิงมีอายุลูบผมนุ่มเบาๆ ด้วยความเอ็นดู “ย่าทานขนมเลยไหมคะ เพิ่งอบมาไม่นานน่าจะยังอุ่นๆ อยู่เลย” “อืม เอาสิ” ไมอาที่เห็นย่ารดาพยักหน้าเห็นด้วยก็ลุกเดินไปหยิบถุงขนมของเธอออกมาทำให้กลิ่นหอมหวานฟุ้งกระจายทันที “คามินชิมหน่อยไหม” หญิงสูงวัยไม่ลืมหันไปถามหลานของตัวเอง “ไม่ดีกว่าครับ เราไม่มีร้านอื่นให้เลือกเลยหรอ ผมกินทุกวันจนเอียนหมดแล้ว” คามินพูดออกมาหลังจากยืนเงียบมานาน “จริงๆ นายยืนเงียบต่อไปก็ดีแล้วนะ” ไมอาหันขวับแล้วพูดสวนเขาทันที “5555 สองคนนี้จะไม่สงบศึกกันจริงๆ สินะ” ย่ารดาขำออกมากับการทำตัวเป็นเด็กของคนทั้งคู่ “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับมีธุระต้องออกไปจัดการ…ปะนนท์” เสียงทุ้มหันไปบอกย่าก่อนจะเรียกนนท์ชายหนุ่มผู้ช่วยของเขาแล้วเดินนำออกไป “เราก็กลับไปเปิดร้านใช่ไหมตอนบ่าย” พอหลานชายขอปลีกตัวออกไปก่อนหญิงสูงวัยก็หันมาถามสาวร่างเล็กข้างตัวแทน “เปล่าค่ะ เดี๋ยวหนูต้องออกไปส่งขนมให้อาธเนศที่บริษัท” ร่างสูงโปร่งที่ยังเดินไม่พ้นตรงประตูเสียจังหวะในการเดินทันทีที่หูของเขาได้ยินประโยคที่ไมอาเพิ่งพูดออกมา แต่เพียงครู่เดียวชายหนุ่มก็ก้าวเดินต่อตามปกติ…
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD