ตอนที่ 6 | ดูออก

1675 Words
ร้านหอมละมุน กรุ๊ง กริ๊ง ~ เสียงกระดิ่งที่อยู่ตรงประตูทางเข้าของร้านดังขึ้นเนื่องจากร่างบางเพิ่งหมุนตัวเดินกลับเข้าร้านของตนไป เธอหอบถุงขยะใบใหญ่ออกมาทิ้งด้านนอกก่อนจะพลิกแผ่นป้ายที่ห้อยอยู่ตรงกระจกกลับด้านเป็นอีกฝั่งหนึ่งเพื่อบอกว่าร้านของเธอยังไม่เปิดให้บริการ มีเสียงนกร้องแทรกเข้าหูบางเป็นระยะเนื่องจากยังเป็นเวลาเช้าตรู่ คนตัวเล็กเดินกลับเข้ามาในครัวด้านหลังร้านแล้วเอื้อมตัวจับเอาผ้ากันเปื้อนสีชมพูน่ารักมาสวมเข้าที่ตัวเพื่อเริ่มอบขนมตามออเดอร์ที่ถูกสั่งเข้ามาวันนี้จากอาธเนศ วันนี้ร้านของเธอต้องปิดให้บริการครึ่งวันเช้าเพราะต้องจัดชุดพักเบรกสองร้อยชุดให้ทันและไปส่งก่อนเที่ยงตรงตามที่อาธเนศได้นัดหมายกับเธอไว้ มือบางเทส่วนผสมที่ชั่งตวงมาอย่างดีลงแป้นพิมพ์รูปดอกไม้จนครบตามจำนวน ก่อนจะส่งมันเข้าเตาที่อุ่นรอไว้แล้วเมื่อยี่สิบนาทีก่อนหน้า พอจัดการเทขนมจนครบสองร้อยชิ้น ไมอาก็เดินไปหยิบแก้วพลาสติกมาวางเรียงลงบนโต๊ะเพื่อเตรียมจะเทกาแฟสดที่สกัดรอเอาไว้ตั้งแต่ตอนเธอตื่นนอน… จนเวลาล่วงเลยไปเกือบสิบเอ็ดโมงเช้าไมอาก็บรรจุทุกอย่างเข้าแพ็กเรียบร้อยเหลือเพียงเรียกรถให้เข้ามารับตัวเธอกับชุดพักเบรกที่หน้าร้าน “อีกไม่ถึงสิบนาทีรถก็ถึงแล้วนี่นา งั้นออกไปยืนรอข้างหน้าดีกว่า” เสียงหวานเอ่ยบอกกับตัวเองพร้อมกับหิ้วถุงเต็มไม้เต็มมือเดินออกไปที่หน้าร้านกาแฟของตน หญิงสาวยืนรออีกเพียงไม่กี่นาทีรถที่เธอเรียกผ่านแอปพลิเคชันก็เข้ามาจอดเทียบตรงหน้า เธอเปิดประตูขึ้นรถด้วยท่าทางคล่องแคล่วถึงแม้จะมีของพะรุงพะรังแต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคกับร่างเพรียวแม้แต่น้อย ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงสาวน้อยหน้าตาสะสวยก็มายืนอยู่ที่หน้าตึกระฟ้าใจกลางเมืองหรือบริษัทของอาธเนศ…ขาเรียวก้าวเดินเข้าไปด้วยความมั่นใจเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องเข้ามาส่งขนม เธอเลยรู้ดีว่าต้องขึ้นไปที่ชั้นไหนของตึกสูงนี้ “อ้าว หนูไมอามาพอดีเลย ตรงต่อเวลาจริงๆ” อาธเนศเอ่ยทักเธอทันทีที่ร่างบางเดินพ้นออกมาจากลิฟต์ตัวใหญ่ “สวัสดีค่ะ ให้ไมอาวางไว้ที่โต๊ะตรงนี้เลยไหมคะ” แม้ในมือจะมีของที่ต้องถือมากมายแต่สาวน้อยก็ยังยกมือไหว้ผู้ชายตรงหน้าอย่างนอบน้อม “ใช่ๆ แต่เดี๋ยวอาช่วยเราดีกว่า มาๆ” หนุ่มวัยสี่สิบต้นๆ ที่ดูหนุ่มกว่าวัยเดินตรงเข้ามาหาพร้อมกับแย่งของในมือที่เธอถืออยู่ไปทำให้มือของเขาจับเข้าที่มือของเธออย่างเลี่ยงไม่ได้… ไมอาส่งยิ้มบางๆ ให้กับผู้ชายตรงหน้าแล้วดึงมือของตัวเองออกอย่างสุภาพ เธอไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขนาดจะดูไม่ออกว่าอาธเนศมีพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่เหมาะสมกับตัวเธอ ไม่ว่าจะเป็นสายตาหรือการกระทำในบางครั้ง “เหนื่อยไหมหนูไมอา ต้องตื่นมาทำให้อาตั้งแต่เช้าเลยสิ เยอะขนาดนี้” เสียงที่ดูมีอำนาจตามวัยวุฒิเอ่ยถามเธอ “ไม่เลยค่ะ ปกติก็ต้องตื่นแต่เช้ามาอบขนมเตรียมเปิดร้านอยู่แล้ว” ใบหน้าสวยพูดบอกไปตามจริงกับกิจวัตรของเธอที่ต้องทำทุกวัน “ถ้าเหนื่อยก็บอกอา มาทำงานกับอาก็ได้จะได้ไม่ต้องลำบากตื่นแต่เช้ายืนหลังขดหลังแข็ง…มันเสียสุขภาพ” “ขอบคุณอามากๆ เลยนะคะ แต่ไมอาว่าไมอารักร้านหอมละมุนมากๆ คงทิ้งไม่ได้” เสียงหวานตอบกลับด้วยความหนักแน่นในจุดยืนของตัวเอง “อืม ถ้าเปลี่ยนใจก็บอกอานะ…ทั้งหมดนี่สามหมื่นใช่ไหม บัญชีเดิมนะ” “ใช่ค่ะ” อาธเนศไม่ได้ตื๊ออะไรเธอต่อเขาเพียงส่งยิ้มด้วยแววตาสื่อความหมายให้ซึ่งเธอก็เลือกที่จะทำเป็นไม่เห็นมัน ก่อนที่มือถือที่อยู่ในมือของเธอจะสั่นขึ้นพร้อมกับยอดเงินห้าหมื่นถูกโอนเข้ามา… ทุกครั้งที่มีออเดอร์จากอาธเนศ ไม่ว่าค่าชุดพักเบรกที่เธอจัดจะราคาเท่าไหร่ อาก็จะโอนยอดเกินมาเสมอแล้วบอกว่าเป็นค่าแรงต่างหากของเธอขอแค่เธอเอามันเข้ามาส่งด้วยตัวเองก็พอ ไม่ใช่ว่าไม่เคยปฏิเสธแต่พูดไปกี่ครั้งก็ไม่เป็นผลเธอเลยไม่เอ่ยอะไรอีกทำเพียงแค่ขอบคุณเขา “ขอบคุณอาธเนศนะคะที่เอ็นดูร้านเล็กๆ ของไมอา” มือเรียวยกขึ้นประกบกันแล้วก้มไหว้เขาด้วยความจริงใจ “เราเป็นเด็กน่ารัก แค่นี้ยังน้อยไป” คนตัวเล็กสะดุ้งเล็กน้อยที่อยู่ดีๆ มือของอาก็ลูบลงที่ศีรษะของเธอในจังหวะที่กำลังก้มหัวอยู่ทำให้ร่างบางถอยตัวกลับมาเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ แต่มือของผู้ชายตรงหน้าก็ยังไม่ละห่างออกไป เขาเอาแต่ลูบผมนุ่มสลวยของไมอาแล้วจ้องมองใบหน้าสวยอยู่แบบนั้น “เอ่อ ไมอาขอตัวก่อนนะคะ พอดีต้องกลับไปเปิดร้านช่วงบ่ายต่อ” “อืม เอาสิ กลับดีๆ ล่ะ…อ๋อ เดี๋ยวสิหนูไมอา” “…คะ?” ตากลมสวยมองมือของอาธเนศที่คว้าจับต้นแขนของเธอไว้ในจังหวะที่กำลังจะหมุนตัวเดินออกไป “เย็นนี้หนูว่างหรือเปล่า เราไปกินข้าวด้วยกันสักมื้อดีไหม เดี๋ยวอาไปรับ” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของชายวัยเลขสี่เป็นประกายขึ้นทันที “เอ่อ…พอดี” “คุณธเนศสวัสดีครับ อ้าวไมอา มาส่งขนมหรอ” “อ๋อ ใช่ค่ะพี่นนท์ พอดีอาสั่งชุดพักเบรกตั้งสองร้อยชุดแหนะ” หญิงสาวที่กำลังอยู่ในสถานการณ์น่าอึดอัดใจรีบตอบกลับชายหนุ่มอีกคนที่เพิ่งโผล่เข้ามาในวงสนทนา ทำให้ผู้มีศักดิ์เป็นลูกของคุณหญิงย่ารีบแปรเปลี่ยนสีหน้าและแววตาให้กลับมาเป็นปกติเพื่อไม่ให้คนของพระราชวังสังเกตอะไรในตัวเขาได้ “งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ” “ผมด้วยครับคุณธเนศ สวัสดีครับ” นนท์และไมอาเดินออกมาพร้อมกันโดยมีสายตาของอาธเนศมองตามมาและนัยน์ตาคมอีกคู่หนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังกำแพงก็จ้องมองลอบสังเกตเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ไม่ต่างกัน… “พี่ไปก่อนนะ พอดีมากับคุณคามินน่ะ” นนท์บอกกับสาวน้อยที่เดินอยู่ข้างกายเขา “อ๋อ ค่ะ ขอบคุณพี่นนท์นะ” ชายหนุ่มพยักหน้าให้เธอแล้วทั้งคู่ก็แยกย้ายกันตรงนั้น นนท์เดินย้อนกลับไปทางเดิมก่อนจะเลี้ยวไปอีกฟากหนึ่งของอาคารก็เจอกับร่างสูงของเจ้าชายคามินยืนล้วงกระเป๋ารอเขาอยู่ “ขอโทษที่ให้รอนะครับ ให้ผมพากลับวังเลยไหม” “อืม ไปตามผู้หญิงที่ชื่อไมอามาด้วยสิ เธอก็น่าจะกลับไปที่ร้านกาแฟเหมือนกันไม่ใช่หรอ” เสียงทุ้มพูดพร้อมกับหันใบหน้าหล่อกลับมามองผู้ชายอีกคนที่อายุเท่ากับเขา “เอ่อ…มันจะดีหรอครับ” ถึงแม้ในใจเขาจะเป็นห่วงสาวเจ้าของร้านอยู่ไม่น้อยแต่ยังไงก็ต้องคิดถึงความเหมาะสมไว้ก่อน “ไม่ต้องคิดขนาดนั้นหรอก ให้นั่งหน้าไปกับนายสิ” “…ครับ” ทันทีที่ได้รับคำยืนยันจากผู้มีอำนาจนนท์ก็เร่งสาวเท้าเดินไปตามทางที่ร่างเล็กเพิ่งออกไป ภายในรถโรลส์รอยซ์ ตอนที่พี่นนท์วิ่งกลับมาตามเธอเพื่อให้กลับไปพร้อมกันเธอก็ลืมไปเลยว่าเขามาพร้อมกับผู้ชายคนนั้นที่เธอเผลอไปว่ากลิ่นตัวของเขาที่ร้านกาแฟ ทำให้ตั้งแต่ออกมาจากบริษัทของอาธเนศจนถึงตอนนี้ที่รถกำลังเลี้ยวเข้าเขตของพระราชวังไม่มีบทสนทาใดๆ เกิดขึ้นเลยระหว่างคนทั้งสามคน… รถหรูราคาหลายสิบร้านขับเข้ามาเทียบจอดที่หน้าร้านหอมละมุน สาวเจ้าของร้านปลดเข็มขัดที่คาดพาดตัวอยู่ออกก่อนจะหันไปขอบคุณผู้ชายทั้งสองคนที่อนุญาตให้เธอนั่งมาด้วย “ขอบคุณพี่นนท์…เอ่อ ขอบคุณเจ้าชายด้วยนะคะ” เสียงหวานอึกอึกพูดออกไปโดยไม่กล้ามองสบตากับผู้ชายตัวสูงด้านหลัง เธอเพียงส่งยิ้มให้พี่นนท์คนขับแล้วลงจากรถมา จากนั้นรถหรูขับเคลื่อนแล่นเข้าไปภายในรั้วของวังทันทีที่ประตูรถถูกปิดสนิท… “นายสนิทกับไมอาหรอ” เสียงทุ้มเข้มถามคนขับรถของตัวเอง “ครับ ผมเพิ่งเข้ามาในวังได้ไม่กี่ปีแต่คนที่จะเจอกันบ่อยๆ ก็จะมีป้าช่อ ต้นอ้อแล้วก็ไมอา เลยค่อนข้างสนิทครับ” เขาตอบออกไปตามความจริง “อืม” คามินตอบเพียงเท่านั้นแล้วไม่ได้ถามอะไรต่อจนรถมาจอดสนิทที่หน้าประตูชายหนุ่มก็ก้าวขาลงมาแล้วเดินขึ้นบันไดเพื่อไปที่ห้องนอนของตัวเอง ห้องนอนคามิน “ดูท่าน่าจะมีคนสนใจยัยนั่นต่ำๆ ก็สองคนสินะ…หึ” ชายหนุ่มพูดออกมาโดยตาคมก็มองเงาสะท้อนของตัวเองบนกระจกก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย… อาของเขาแล้วคนหนึ่ง ส่วนอีกคนเห็นจะเป็นนนท์อย่างปฏิเสธไม่ได้เพราะถึงขนาดขอปลีกตัวจากเขาเพื่อไปช่วยผู้หญิงคนนั้นออกมาจากการเข้าหาของอาธเนศเลยทีเดียว อืม…ก็ไม่ได้สวยขนาดนั้นซะหน่อย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD