"เสร็จแล้วค่ะ ของมีแค่นี้แหละค่ะ ที่เหลือเฟย์เอาคลุมผ้าไว้หมดแล้ว"
หญิงสาวบอกพลางปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม หมอเจมส์พยักหน้ารับรู้ เขาไม่ได้ซักไซ้ว่าเธอเอาของสำคัญอะไรไปบ้าง ชายหนุ่มเดินนำออกมาที่รถพร้อมกับเธอ จัดการยกกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ใส่ลงในกระโปรงท้ายรถสปอร์ตอย่างทะมัดทะแมง เมื่อเฟย์ลินจัดการล็อกประตูบ้านทุกบานเรียบร้อย ทั้งสองก็กลับขึ้นมาประจำที่บนรถอีกครั้ง
รถยนต์หรูเคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านจัดสรร มุ่งหน้ากลับเข้าสู่ใจกลางเมืองอันเป็นที่ตั้งของคอนโดมิเนียมสุดหรูของกุมารแพทย์หนุ่ม การจราจรในช่วงเย็นเริ่มหนาแน่นขึ้นเล็กน้อย ทำให้รถต้องชะลอตัวเป็นระยะ ในขณะที่รถกำลังขับผ่านห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางกรุง สายตาคมของเจมส์ก็เหลือบไปเห็นป้ายโฆษณาแบรนด์เครื่องประดับชื่อดัง เขาจึงเอ่ยถามคนข้างๆ ขึ้นมา
"อยากซื้ออะไรไหม"
เฟย์ลินที่กำลังนั่งเหม่อมองวิวข้างทางหันกลับมามองเขาด้วยความแปลกใจ
"ไม่ค่ะ พี่หมอจะแวะหรอคะ?"
เธอถามกลับ เพราะเห็นเขาเริ่มตบไฟเลี้ยวเตรียมเบี่ยงซ้ายเข้าสู่ทางเข้าห้างสรรพสินค้า
"อืม ฉันเพิ่งคิดได้ว่า เราต้องมีอะไรใส่คู่กันหน่อย จะได้เหมือนเป็นแฟนกันจริงๆ"
เขาอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง ราวกับกำลังวิเคราะห์แผนการรักษาคนไข้ "เธอว่าเอาอะไรดีล่ะเฟย์ลิน สร้อย แหวน หรือเสื้อ?"
คำถามของเขาทำเอาหญิงสาวกะพริบตาปริบๆ การแสดงละครเป็นแฟนตบตาผู้ใหญ่ มันต้องลงทุนถึงขนาดซื้อของคู่กันเลยหรือนี่ แต่เมื่อลองคิดตามเหตุผลของเขา ถ้าคนเป็นแฟนกันแต่ไม่มีข้าวของเครื่องใช้ที่บ่งบอกถึงสถานะเลย ผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อนอย่างคุณแม่ของเขาอาจจะจับสังเกตและสงสัยเอาได้ง่ายๆ
หญิงสาวทำหน้านึกคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบออกไปตามความรู้สึก
"ถ้าถามเฟย์ เฟย์ชอบแหวนค่ะ ใส่ติดตัวได้ตลอด ไม่ต้องคอยถอดเข้าถอดออกเหมือนสร้อย แล้วก็ไม่ต้องคอยซักเหมือนเสื้อคู่ด้วยค่ะ"
"อืม ได้งั้นลงไปซื้อกัน"
เจมส์ตอบรับคำอย่างง่ายดาย หักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าสู่ลานจอดรถโซนวีไอพีของห้างสรรพสินค้าทันที
"ได้ค่ะ..."
เฟย์ลินรับคำ ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
"เอ่อ เฟย์ขอทำอาหารห้องพี่ได้ไหมคะ เย็นนี้"
หมอเจมส์ที่กำลังถอยรถเข้าซองจอดหันมาเลิกคิ้วมองเธอเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ร้อยวันพันปี ห้องครัวที่คอนโดของเขามีไว้แค่ต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับชงกาแฟเท่านั้น เพราะเขาฝากท้องไว้กับโรงอาหารของโรงพยาบาล หรือไม่ก็ร้านอาหารหรูๆ นอกบ้านตลอด
"ทำเป็นหรอ?" เขาถามเพื่อความแน่ใจ
"เป็นค่ะ ตอนอยู่บ้านเฟย์ก็ทำกับข้าวทานเองกับคุณพ่อคุณแม่ประจำ ประหยัดดีด้วยนะคะ พี่หมออยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ "
เธออาสาด้วยรอยยิ้ม อย่างน้อยในเมื่อเขาจ่ายหนี้ให้เธอตั้งสิบล้าน การดูแลเรื่องอาหารการกินให้เขาก็ถือเป็นการตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ ที่เธอพอจะทำได้
"ได้สิ งั้นเดี๋ยวแวะซูเปอร์มาร์เก็ต จะได้ซื้อของสดเข้าไปเลย ฉันกินอะไรก็ได้ ไม่เลือกกินหรอก"
ชายหนุ่มตอบตกลงอย่างไม่ขัดข้อง เขาดับเครื่องยนต์แล้วลงจากรถ เดินนำหญิงสาวเข้าไปในตัวห้างสรรพสินค้าที่เย็นฉ่ำ
ทั้งคู่เดินเคียงกันไปยังโซนร้านเครื่องประดับแบรนด์หรู หมอเจมส์เดินนำเฟย์ลินเข้าไปในร้านที่ตกแต่งด้วยโทนสีโรสโกลด์ พนักงานสาวในร้านรีบเดินเข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้มกว้างเมื่อเห็นการแต่งตัวและออร่าความรวยที่แผ่ออกมาจากตัวของเขา
"สวัสดีค่ะ สนใจเครื่องประดับแบบไหน เลือกชมก่อนได้นะคะ"
"ผมอยากดูแหวนคู่ครับ เอาแบบที่ใส่ติดนิ้วได้ทุกวัน ดีไซน์เรียบๆ แต่ดูดี"
เจมส์เอ่ยความต้องการออกไปอย่างชัดเจน
พนักงานรีบผายมือเชิญทั้งคู่ไปที่ตู้กระจกที่จัดแสดงแหวนคู่รักหลากหลายดีไซน์ เฟย์ลินมองป้ายราคาที่สะท้อนแสงไฟวิบวับแล้วถึงกับลอบกลืนน้ำลายลงคอ ตัวเลขหลักหมื่นปลายๆ ไปจนถึงหลักแสน ทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่จะชี้ให้เขาดู
"วงนี้เป็นยังไงคะ ดีไซน์มินิมอล ประดับเพชรเม็ดเล็กๆ น้ำงาม เหมาะกับคุณผู้หญิงที่ชอบความเรียบหรู ส่วนของคุณผู้ชายจะเป็นแพลตตินัมเกลี้ยงๆ เข้าคู่กันค่ะ"
พนักงานสาวหยิบแหวนคู่ดีไซน์สวยขึ้นมาแนะนำ
เจมส์พิจารณาแหวนวงนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้เฟย์ลิน
"ขอลองสวมหน่อยครับ ยื่นมือมาสิเฟย์"
ประโยคหลังเขาหันไปสั่งหญิงสาวที่ยืนทำหน้าเลิ่กลั่กอยู่ข้างๆ เฟย์ลินค่อยๆ ยื่นมือซ้ายออกไปอย่างเก้ๆ กังๆ มือหนาและอบอุ่นของหมอเจมส์เอื้อมมาจับปลายนิ้วของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นซ่านที่ปลายนิ้วทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ เขาค่อยๆ บรรจงสวมแหวนเพชรวงสวยลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธออย่างนุ่มนวล
"พอดีเลย นิ้วเธอสวยนะ ใส่แล้วขึ้นมาก"
คำชมสั้นๆ ที่หลุดออกจากปากของคุณหมอมาดนิ่ง พร้อมกับสายตาคมที่ช้อนขึ้นมาสบตากับเธอ ทำเอาพวงแก้มใสเห่อร้อนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เฟย์ลินรีบหลบสายตา ก้มลงมองแหวนเพชรบนนิ้วตัวเองเพื่อซ่อนความประหม่า
"วงมัน ไม่แพงไปหน่อยเหรอคะพี่หมอ"
เธอกระซิบถามเสียงแผ่ว
"ระดับฉัน ซื้อแหวนวงละร้อยใส่ คุณแม่คงเชื่อหรอกนะว่านี่ลูกสะใภ้ท่าน เอาเป็นว่าฉันจ่ายเอง เธอไม่ต้องคิดมาก"
เขาตัดบทอย่างเผด็จการ ก่อนจะหันไปหาพนักงาน "เอาคู่นี้ครับ จ่ายผ่านบัตร"
หลังจากจัดการรูดบัตรเครดิตซื้อแหวนคู่ราคาเหยียบแสนเรียบร้อย หมอเจมส์ก็จัดการสวมแหวนวงที่เป็นของเขาลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของตัวเองเช่นกัน แม้มันจะเป็นเพียงสัญลักษณ์ของการทำสัญญาจอมปลอม แต่เมื่อแหวนสองวงมาอยู่บนนิ้วของคนทั้งคู่ มันกลับดูแนบเนียนจนพนักงานในร้านยังเอ่ยปากชมว่าเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก
เสร็จจากภารกิจซื้อของคู่ ทั้งสองก็พากันลงมาที่โซนซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นใต้ดิน ภาพของกุมารแพทย์หนุ่มสุดหล่อในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำที่กำลังเข็นรถเข็นคันใหญ่ เดินตามหลังหญิงสาวร่างเล็กที่กำลังเลือกหยิบผักสดและเนื้อสัตว์อย่างขะมักเขม้น กลายเป็นภาพที่ดึงดูดสายตาของผู้คนรอบข้างให้แอบอมยิ้มไปตามๆ กัน
"พี่หมอทานเผ็ดได้ไหมคะ เฟย์ว่าจะทำต้มยำกุ้งน้ำใส กับผัดกะเพราเนื้อสับ"
เฟย์ลินหันมาถามคนที่ยืนรออยู่ด้านหลังพลางชูแพ็คเนื้อกุ้งสดในมือขึ้นมาให้ดู
"ได้ ทานได้หมด"
เจมส์พยักหน้าตอบ เขามองรอยยิ้มสดใสที่เริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวานของเธออีกครั้ง ดูเหมือนว่าการได้ออกมาเดินซื้อของและได้คิดเมนูอาหาร จะช่วยดึงความสนใจของเธอออกจากความเศร้าเรื่องพ่อแม่ได้บ้าง
"งั้นเอาเห็ดฟางด้วยดีกว่าอ๊ะ พี่หมอคะ หยิบซอสขวดนั้นให้เฟย์หน่อยได้ไหมคะ เฟย์เอื้อมไม่ถึง"
หญิงสาวชี้ไปยังขวดเครื่องปรุงที่อยู่บนชั้นวางชั้นบนสุด หมอเจมส์ก้าวเข้ามายืนซ้อนด้านหลังเธอเพียงนิดเดียว ท่อนแขนแกร่งเอื้อมข้ามศีรษะทุยสวยไปหยิบขวดเครื่องปรุงลงมาให้อย่างง่ายดาย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายสไตล์สปอร์ตผสมผสานกับกลิ่นสะอาดๆ ของสบู่ลอยมากระทบจมูกเฟย์ลินจนเธอเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ
"ได้แล้ว มีอะไรที่อยากได้อีกไหม พวกขนมขบเคี้ยว หรือผลไม้ หยิบไปเผื่อเลยก็ได้นะ ตู้เย็นห้องฉันมันว่างเปล่า มีแต่น้ำเปล่า"
เขาบอกพร้อมกับวางขวดเครื่องปรุงลงในรถเข็น เฟย์ลินพยักหน้ารับรัวๆ รีบเบี่ยงตัวเดินไปโซนผลไม้เพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขินที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในใจ
การใช้ชีวิตคู่หลอกๆ ที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง กลับดำเนินไปอย่างราบรื่นและเป็นธรรมชาติมากกว่าที่ทั้งคู่คาดคิดเอาไว้ โดยเฉพาะหมอเจมส์ ที่แม้จะปากบอกว่าทุกอย่างคือการแสดงละคร แต่การกระทำของเขากลับเต็มไปด้วยความใส่ใจและดูแลเธอเป็นอย่างดีราวกับเป็นแฟนกันจริงๆ