ความวุ่นวายในแผนกกุมารเวชกรรมค่อยๆ ทุเลาลงเมื่อเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงบ่ายคล้อย หลังจากที่นายแพทย์ธานนท์ หรือหมอเจมส์ ตรวจคนไข้เด็กคิวสุดท้ายเสร็จสิ้น ชายหนุ่มก็เอ่ยขอบคุณพยาบาลผู้ช่วยและพี่หนิงที่อยู่เหน็ดเหนื่อยมาด้วยกันตั้งแต่เช้า ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตาเดินแยกตัวออกมาจากความวุ่นวายด้านนอก ตรงดิ่งไปยังโซนพักผ่อนซึ่งเป็นห้องพักแพทย์ส่วนตัวของเขาเอง
ทันทีที่บานประตูห้องพักปิดลง ความเงียบสงบก็เข้ามาแทนที่เสียงร้องไห้เจื้อยแจ้วของเด็กๆ หมอเจมส์ถอดเสื้อกาวน์ตัวเก่งไปแขวนไว้ที่ตะขอข้างตู้ล็อกเกอร์ ตามด้วยการปลดกระดุมเสื้อสครับสีฟ้าอ่อนตรงช่วงคอออกสองสามเม็ดเพื่อคลายความอึดอัด ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนโซฟาหนังสีดำตัวยาวกลางห้องอย่างหมดสภาพ ความเหนื่อยล้าจากการทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมงโดยไม่ได้พักทานข้าวเที่ยงเริ่มโจมตีร่างกายอย่างหนักหน่วง เขายกมือหนาขึ้นบีบนวดกระบอกตาและคลึงขมับตัวเองเบาๆ เพื่อไล่ความตึงเครียด
ทว่าในหัวของเขากลับยังคงมีเรื่องให้ต้องขบคิด โดยเฉพาะคำโกหกคำโตที่เพิ่งจะลั่นวาจาบอกมารดาไปเมื่อตอนกลางวันว่า มีแฟนแล้ว
ดวงตาคมกริบลืมขึ้นมาช้าๆ มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูขึ้นมาปลดล็อก นิ้วเรียวยาวเลื่อนไถหน้าจอไปตามฟีดของแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียต่างๆ เรื่อยเปื่อยอย่างคนไม่มีอะไรทำ หวังเพียงว่าการแก้เบื่อครั้งนี้อาจจะทำให้เขาบังเอิญเจอหญิงสาวโปรไฟล์ดีๆ หรือคนรู้จักสักคนที่พอจะพูดคุยตกลงเงื่อนไขกันได้ง่ายๆ เพื่อดีลมาเล่นละครตบตาเป็นแฟนกำมะลอให้คุณลลดาดูสักพัก
แต่การไถฟีดหาผู้หญิงมารับบทบาทสำคัญนี้มันไม่ง่ายอย่างที่คิด ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เขาพอจะรู้จักผ่านสังคมแวดวงแพทย์หรือไฮโซ ล้วนแล้วแต่มีความทะเยอทะยานและอาจจะสร้างความวุ่นวายล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของเขาในอนาคตได้ทั้งนั้น
ในขณะที่คิ้วเข้มกำลังขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบว์
จู่ๆ หน้าจอสมาร์ทโฟนก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกับแถบแจ้งเตือนข้อความแอปพลิเคชันไลน์ที่เด้งโชว์ขึ้นมาด้านบนสุด
หน้าจอแสดงชื่อเวย์
เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในกลุ่มที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมจนถึงปัจจุบัน
Way : 'ไอ้หมอ มึงอยากเลี้ยงเด็กไหมวะ'
ประโยคคำถามห่ามๆ ที่เด้งขึ้นมาทำให้หมอเจมส์ถึงกับชะงัก นิ้วที่กำลังเลื่อนหน้าจอหยุดกึกทันที ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิมด้วยความไม่เข้าใจ ร้อยวันพันปีไอ้เพื่อนคนนี้ไม่เคยทักมาคุยเรื่องพรรค์นี้ เพราะปกติเวย์เป็นคนรักครอบครัวและเกรงใจ ไอวี่ผู้เป็นภรรยาอย่างกับอะไรดี แล้วจู่ๆ ทำไมถึงมาถามเขาเรื่องเลี้ยงเด็ก
James : 'อยากเลี้ยงเด็กหมายความว่าไง มึงเมายาเหรอไอ้เวย์'
เขาพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความหงุดหงิดนิดๆ รอเพียงไม่กี่วินาที อีกฝ่ายก็พิมพ์ข้อความร่ายยาวกลับมาอธิบายความหมายที่แท้จริงของการ เลี้ยงเด็กทันที
Way : 'คือพอดีมีน้องเฟย์ลินอะ มึงจำได้ปะ เพื่อนของไอวี่เมียกู ที่สวยๆ น่ารักๆ หน่อยอะ ช่วงนี้น้องเขากำลังแย่ว่ะ โดนพ่อแม่ทิ้งหนี้สินก้อนโตไว้ให้ตั้งสิบล้าน แล้วท่านทั้งสองก็ดันมาชิ่งฆ่าตัวตายหนีปัญหา ทิ้งภาระทั้งหมดไว้ให้เธอรับผิดชอบคนเดียว กูเห็นแล้วก็สงสารน้องว่ะ แต่กูมีเมียแล้วไง จะยื่นมือเข้าไปช่วยออกหน้ามากเดี๋ยวเมียกูจะเข้าใจผิดเอา กูเห็นมึงยังไม่มีใคร โสดสนิท แถมรวยล้นฟ้า กูเลยลองทักมาถามดู เผื่อมึงใจดีอยากช่วยอุปถัมภ์น้องเขา ถือซะว่าทำบุญช่วยนกน้อยตกน้ำหนะมึงอย่าเข้าใจผิด
ข้อความที่ยาวเหยียดของเพื่อนสนิท ทำให้ดวงตาคมคายที่เคยนิ่งสงบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความทรงจำเกี่ยวกับผู้หญิงที่ชื่อ เฟย์ลินค่อยๆ ไหลย้อนเข้ามาในหัว
เขาจำเธอได้ เฟย์ลิน เธอเป็นรุ่นน้องที่สนิทและเป็นเพื่อนในกลุ่มของไอวี่ ภรรยาของเวย์ เขาเคยเจอเธออยู่บ้างตามงานเลี้ยงสังสรรค์ของกลุ่มเพื่อน หรือตอนที่เวย์ชวนไปทานข้าวที่บ้าน ภาพจำของเฟย์ลินในหัวของหมอเจมส์คือ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ผิวขาวจัด นัยน์ตากลมโตเป็นประกาย มีรอยยิ้มที่สดใสและอ่อนหวานเสมอ เธอเป็นคนเรียบร้อย ไม่ค่อยพูดจาฉอดๆ หรือทำตัวโดดเด่นเรียกร้องความสนใจเหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เขาเคยเจอ สวย หวาน และดูหัวอ่อน ไร้เดียงสา
...พ่อแม่ฆ่าตัวตาย ทิ้งหนี้ไว้ให้สิบล้านบาทอย่างนั้นเหรอ...
มุมปากหยักลึกของกุมารแพทย์หนุ่มกระตุกยิ้มขึ้นมาจางๆ ราวกับคนที่เพิ่งค้นพบจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่กำลังตามหา ช่างเป็นการประจวบเหมาะที่เหมือนกับฟ้าประทานลงมาให้ เขาเพิ่งจะปวดหัวกับการหาคนมาสวมบทแฟนกำมะลอ และเฟย์ลินก็กำลังต้องการเงินก้อนโตเพื่อไปปลดหนี้ชีวิต
สิบล้านบาท สำหรับเศษเสี้ยวทรัพย์สินของตระกูลศิริเลิศวงศ์ธนารักษ์ มันเป็นเพียงแค่ตัวเลขจิ๊บจ๊อยที่เขาสามารถเซ็นเช็คจ่ายให้ได้สบายๆ ขนหน้าแข้งไม่ร่วงสักเส้น
ไม่มีอะไรจะลงตัวและสมบูรณ์แบบไปกว่านี้อีกแล้ว ข้อเสนอนี้คือเธอได้เงินไปปลดหนี้และเริ่มต้นชีวิตใหม่ ส่วนเขาได้ภรรยาในนามมาเป็นไม้กันหมาให้ครอบครัวเลิกวุ่นวายกับชีวิตของเขาสักที ที่สำคัญ ด้วยสถานะลูกหนี้และเจ้าหนี้ มันจะกลายเป็นโซ่ตรวนที่ผูกมัดให้เธอต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาของเขาอย่างเคร่งครัด โดยไม่มีสิทธิ์เรียกร้องหรือสร้างความวุ่นวายล้ำเส้นเด็ดขาด
หมอเจมส์พลิกข้อมือซ้ายขึ้นดูนาฬิกาแบรนด์หรูที่สวมอยู่ ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมงสี่สิบห้านาที เขามีเวลาพักผ่อนอีกนิดหน่อย ก่อนจะถึงเวลาที่เหมาะสมในการเจรจาธุรกิจครั้งสำคัญ
James : 'อืม..ก็น่าสนใจ งั้นมึงบอกให้เธอมาเจอกูที่ร้านกาแฟตรงข้ามคอนโดกูนะ บ่ายสามโมงตรงวันนี้ กูขอคุยรายละเอียดกับเธอก่อน'
เขาพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความเยือกเย็น ไม่แสดงท่าทีตื่นเต้นหรือกระตือรือร้นจนเกินไปนัก ปล่อยให้เพื่อนสนิทเข้าใจว่าเขาเพียงแค่สนใจอยากจะช่วยเหลือเด็กสาวตาดำๆ ตามประสาคนรวยใจบุญ
Way : 'เชดดดด มึงเอาจริงดิ โอเคมึง เดี๋ยวกูให้ไอวี่โทรไปบอกน้องให้เตรียมตัวเดี๋ยวนี้เลย ขอบใจมากนะไอ้เจมส์ ถือว่าช่วยน้องช่วยนุ่งก็แล้วกันวะ ขอให้มึงเจริญๆ นะไอ้คุณหมอรูปหล่อ'
เจมส์อ่านข้อความตอบกลับของเพื่อนสนิทแล้วไม่ได้พิมพ์อะไรตอบกลับไปอีก ชายหนุ่มกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์แล้ววางมันทิ้งไว้บนโต๊ะกระจกเตี้ยๆ ข้างโซฟา ความรู้สึกโล่งใจที่หาทางออกให้ตัวเองได้สำเร็จ ทำให้ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตั้งแต่เช้าเริ่มจู่โจมอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง เปลือกตาสีเข้มค่อยๆ ปิดลงช้าๆ ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทราเพื่อพักสายตาและชาร์จพลังงานให้กับร่างกายที่ถูกใช้งานอย่างหนัก
ภายในห้องพักแพทย์ที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังหึ่งๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ร่างสูงโปร่งนอนหลับสนิทลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะ
เวลาผ่านไปราวๆ หนึ่งชั่วโมง...
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...
เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือที่เขาตั้งเอาไว้ดังกังวานขึ้น ปลุกให้คุณหมอหนุ่มหลุดออกจากภวังค์แห่งความฝัน เจมส์ลืมตาขึ้นมาช้าๆ กะพริบตาเพื่อปรับโฟกัสแสงสว่างในห้อง เขายืดแขนบิดขี้เกียจเพื่อไล่ความเมื่อยขบ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดปิดเสียงปลุก
หน้าจอโทรศัพท์ปรากฏข้อความจากเวย์ที่ส่งทิ้งไว้เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน
Way : 'กูให้เมียบอกน้องเฟย์ลินเรียบร้อยแล้วนะ น้องตกลงรับนัดมึง บ่ายสามโมงเจอกันที่ร้านกาแฟที่มึงบอก น้องฝากขอบคุณมึงล่วงหน้าด้วยที่ยอมเสียเวลามาคุย'
รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง หมอเจมส์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินตรงไปยังอ่างล้างหน้าภายในห้องพักเพื่อล้างหน้าล้างตาเรียกความสดชื่น ชายหนุ่มมองเงาตัวเองในกระจก จัดแต่งทรงผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยให้กลับมาดูดีดังเดิม เขาเปลี่ยนชุดจากชุดสครับสีฟ้าอ่อนและกาวน์สีขาว มาเป็นชุดลำลองที่ดูสมาร์ทและเป็นทางการขึ้นมานิดหน่อย เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำสนิทที่ถูกพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก จับคู่กับกางเกงสแล็คเข้ารูปสีเดียวกัน ขับเน้นให้รูปร่างที่สูงใหญ่และไหล่กว้างของเขาดูสง่างามและน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้น
ความหล่อเหลาที่ผสานเข้ากับความเย็นชาและมาดนิ่งๆ ทำให้เขาดูเหมือนซีอีโอหนุ่มเพลย์บอยมากกว่ากุมารแพทย์ผู้ใจดี
เมื่อจัดการตัวเองเรียบร้อย ชายหนุ่มก็หยิบกุญแจรถยนต์ยุโรปคันหรู กระเป๋าสตางค์ และโทรศัพท์มือถือยัดใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องพักแพทย์มุ่งหน้าไปยังลานจอดรถส่วนตัวของวีไอพี
ขณะที่มือหนาบังคับพวงมาลัยรถยนต์หรูให้แล่นทะยานออกจากรั้วโรงพยาบาล มุ่งหน้าสู่ย่านคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรีที่พักอาศัยของตนเอง สมองของกุมารแพทย์หนุ่มก็กำลังประมวลผลและร่างเงื่อนไข ต่างๆ ในสัญญาอย่างรัดกุมที่สุด สัญญาที่จะผูกมัดผู้หญิงคนหนึ่งเอาไว้ด้วยเม็ดเงินมหาศาล สัญญาที่จะเปลี่ยนสถานะของเธอจากลูกหนี้ กลายมาเป็นเเฟนปลอมๆของเขา
อีกเพียงไม่กี่นาทีข้างหน้า การเจรจาธุรกิจที่มีเดิมพันเป็นอิสรภาพของหญิงสาววัยยี่สิบสี่ปี และความสงบสุขในชีวิตของเขา กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
"หวังว่าเธอจะฉลาดพอที่จะไม่ปฏิเสธข้อเสนอนี้นะ... เฟย์ลิน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำพึมพำกับตัวเองแผ่วเบาแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศภายในรถ นัยน์ตาคมกริบทอดมองตรงไปยังถนนเบื้องหน้าอย่างมาดมั่น ทุกอย่างต้องเป็นไปตามเกมที่เขาวางไว้เท่านั้นไม่มีข้อยกเว้น.