ปี่ก !!
เสียงปิดประตูและเสียงกดล็อกกลอนดังสะท้อนก้องไปทั่วเพนต์เฮาส์หรู ทันทีที่ร่างเล็กบอบบางของเฟย์ลินพุ่งทะยานผ่านประตูเข้ามา หญิงสาวก็เอนแผ่นหลังพิงบานประตูไม้โอ๊คเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าคนข้างนอกจะตามเข้ามา แขนเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นกอดอกตัวเองไว้แน่น หอบหายใจเเรงเพราะยังตื่นตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ภายในห้องนอนที่เปิดไฟสว่างไสว เฟย์ลินยืนนิ่งงันอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานาน สติสัมปชัญญะที่กระเจิดกระเจิงค่อยๆ ถูกดึงกลับมาเข้าร่างอย่างช้าๆ หญิงสาวค่อยๆ ปล่อยมือที่กอดอกตัวเองออก แล้วก้าวเดินช้าๆ ไปหยุดยืนอยู่ที่หน้ากระจกบานยาวหน้าตู้เสื้อผ้า
ภาพที่สะท้อนกลับมาทำเอาเธอต้องยกมือขึ้นทาบแก้มตัวเองด้วยความตกตะลึง ใบหน้าหวานที่เคยสวยงาม
กลับแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูและลำคอระหง ดวงตากลมโตสั่นระริกและยังคงเบิกกว้าง ริมฝีปากอวบอิ่มสีพีชบวมเจ่อขึ้นมาเล็กน้อยจากแรงบดคลึงที่หนักหน่วงและเอาแต่ใจของคุณหมอมาดนิ่ง
มือบางเลื่อนขึ้นไปแตะริมฝีปากตัวเองแผ่วเบา...
สัมผัสอุ่นวาบและรสชาติความหวานที่ถูกปล้นชิงไปยังคงตราตรึงอยู่ที่ปลายลิ้น ภาพใบหน้าหล่อเหลาที่โน้มต่ำลงมา ภาพแววตาร้อนแรงที่จ้องลึกเข้ามาในดวงตาเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารด และความนุ่มนวลที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาแทนที่ความดุดันในตอนแรก... ทุกอย่างมันฉายซ้ำเข้ามาในหัวราวกับถูกกดปุ่มเล่นซ้ำๆไม่รู้จบ
"พี่หมอขโมยจูบแรกของเฟย์ทำไม..."
หญิงสาวพึมพำกับเงาตัวเองในกระจกเสียงสั่นเครือ หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกสับสน ตกใจ เขินอาย และความโกรธกรุ่นๆ ตีรวนผสมปนเปกันไปหมด เธอไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ชายที่เซ็นสัญญาห้ามมีความรู้สึกเกินเลยอย่างเขา ถึงได้กล้าทำลายกฎเหล็กข้อนั้นด้วยการจูบเธอ แถมยังเป็นจูบจริงๆ ที่ลึกซึ้งเสียจนทำให้เธอสติแตกกระเจิงขนาดนี้
เฟย์ลินส่ายหน้าแรงๆ พยายามสลัดความคิดและภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ออกไปให้พ้นหัว เธอตัดสินใจถอดชุดนอนลูกไม้ซีทรูสีดำต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหมดนี้ออก แล้วยัดมันลงไปก้นตะกร้าผ้าอย่างไม่ไยดี ก่อนจะรีบหยิบเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นใส่นอนที่ดูมิดชิดและปลอดภัยที่สุดมาสวมทับแทน
หญิงสาวกระโดดขึ้นเตียง ดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมโปงจนมิดหัว พยายามข่มตาหลับเพื่อหนีจากความเป็นจริง ยิ่งหลับตา ภาพใบหน้าของหมอเจมส์ก็ยิ่งลอยเด่นชัดขึ้นมา ยิ่งพยายามลืม สัมผัสอุ่นวาบที่ริมฝีปากก็ยิ่งแจ่มชัด
ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ ทำให้เฟย์ลินกระสับกระส่ายพลิกตัวไปมาตลอดทั้งคืน กว่าที่สมองอันเหนื่อยล้าจะยอมพ่ายแพ้ให้กับความง่วงงุนและจมดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทรา เวลาก็ล่วงเลยไปจนเกือบจะตีสี่แล้ว
ทางด้านอีกคน
ค่ำคืนนี้ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเฟย์ลินสักเท่าไหร่นัก ทันทีที่ร่างเล็กวิ่งหนีหายเข้าห้องไป เจมส์ก็ลากสังขารตัวเองกลับเข้าห้องนอนมาสเตอร์ด้วยสภาพที่เหมือนคนถูกดูดวิญญาณ ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนราบไปบนเตียงคิงไซส์
ท่อนแขนแกร่งยกขึ้นก่ายหน้าผาก ดวงตาคมกริบเบิกโพลงมองเพดานห้องในความมืดมิด
‘ให้ตายสิเจมส์ มึงทำบ้าอะไรลงไปวะเนี่ย’
เขาด่าตัวเองในใจเป็นรอบที่ร้อยของคืน ผู้ชายที่ได้ชื่อว่ามีความเป็นมืออาชีพ มีความอดทนสูง และควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีเยี่ยมมาตลอด 32 ปี กลับต้องมาตบะแตกพ่ายแพ้ให้กับเด็กสาววัย 24 ปีที่อยู่ในชุดนอนบางหวิวเพียงชุดเดียว เขาไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไมตอนที่เห็นเธอในชุดนั้น
สัญชาตญาณดิบเถื่อนและแรงปรารถนาในตัวมันถึงได้ลุกโชนขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งขนาดนั้น
รสจูบหอมหวานที่ยังคงติดอยู่ที่ริมฝีปาก ทำให้ชายหนุ่มต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขายอมรับอย่างหน้าไม่อายเลยว่า จูบแรกระหว่างเขากับเธอ
มันเป็นจูบที่ทำให้เขารู้สึกดีและไม่อยากหยุดที่สุดเท่าที่เคยจูบผู้หญิงคนไหนมาในชีวิต
ความสับสนและความรู้สึกผิดที่ไปรังแกเธอก่อน ทำให้เจมส์นอนไม่หลับ ชายหนุ่มคิดทบทวนซ้ำไปซ้ำมาว่าพรุ่งนี้เช้าเขาจะสู้หน้าเธอได้อย่างไร จะต้องทำตัวแบบไหน และที่สำคัญเธอจะโกรธเกลียดเขาจนขอยกเลิกสัญญาหนีไปเลยหรือเปล่า
ความคิดว้าวุ่นเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวตลอดทั้งคืน กว่าที่กุมารแพทย์หนุ่มจะข่มตาหลับลงได้ ฟ้าก็เริ่มสางแล้ว
หลับไปได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...
เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือก็ดังกังวานขึ้น ทำลายความเงียบสงบในยามเช้าตรู่ เจมส์งัวเงียลืมตาขึ้นมากดปิดเสียงปลุก ชายหนุ่มยันกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยสภาพอิดโรยและใต้ตาที่คล้ำลงเล็กน้อยจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ
เขาเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการธุระส่วนตัว อาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดสูทสากลคัตติ้งเนี้ยบสีดำสนิทเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ชายหนุ่มก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าเดินเปิดประตูห้องนอนออกมา
บรรยากาศภายนอกเงียบกริบ แตกต่างจากเมื่อวานที่มีเสียงกุกกักในครัวและกลิ่นหอมของอาหารเช้า เจมส์กวาดสายตามองไปที่โซนห้องนั่งเล่นและห้องครัว ว่างเปล่า ไม่มีร่างเล็กของแม่ครัวตัวน้อยยืนทำแซนด์วิชให้เขาเหมือนเมื่อวาน
ชายหนุ่มเดินตรงไปยังบานประตูไม้โอ๊คของห้องนอนฝั่งตรงข้าม ฝีเท้าของเขาหยุดลงตรงหน้าประตูห้องของเฟย์ลิน มือหนายกขึ้นหมายจะเคาะประตูเพื่อเรียกเธอ หรืออย่างน้อยก็พูดคำขอโทษสำหรับเรื่องเมื่อคืน
มือที่กำลังจะเคาะกลับชะงักค้างอยู่กลางอากาศ
...โกรธรึเปล่าวะ...
คำถามนี้ผุดขึ้นมาในหัว ถ้าเขาเคาะประตูแล้วเธอไม่ยอมเปิดล่ะ? หรือถ้าเธอเปิดมาแล้วทำหน้าบึ้งตึงใส่เขา หรือแย่ไปกว่านั้น...
ถ้าเธอร้องไห้ใส่เขา เขาจะรับมือกับสถานการณ์นี้ได้อย่างไร หมอเจมส์ที่เก่งกาจเรื่องการรักษาโรคเด็ก กลับกลายเป็นไอ้บื้อที่ทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกของผู้หญิง