คำพูดของฉันส่งผลให้นัยน์ตาสีดำแวววาวเกิดประหลาดใจมากกว่าเดิม ทว่ายังแสดงสีหน้าเย็นชาเรียบนิ่งเช่นเดิม
“คุณรู้จักผมดีแค่ไหนคุณนักข่าว ถึงได้สรุปตัดสินว่าผมดีหรือไม่ดี พวกคุณมันก็แค่คนที่ชอบวิจารณ์คนอื่น โดยไม่เคยส่องกระจกดูเงาตัวเองบ้างเลย”
รู้สึกเหมือนกำลังถูกด่ายังไงก็ไม่รู้...ปากร้ายไม่เบาเลยนะ ท่านชีค!
“ฉันไม่ใช่นักข่าวประเภทใช้ความรู้สึกของตัวเอง มากกว่าความจริงจากแหล่งข่าว" ฉันพูดสวนออกไปด้วยเสียงที่ดังขึ้นโดยไม่รู้ตัว
"นักข่าวเป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนให้สังคมได้เห็นความจริง ไม่ใช่เอาไว้ส่องเพื่อโอ้อวดตัวเองกับใคร” หน้าฉันคงแดงหนักขึ้นกว่าเดิมเพราะความโมโห เราจ้องตากันนิ่ง ใบหน้าเรียบนิ่งเย็นชา ฉันไม่สามารถเดาความคิดของอีกฝ่ายได้เลย
“สังคมต้องการรับรู้ความจริง ต้องการชื่นชมในความสามารถของคุณ ตัวตนที่แท้จริงของคุณเป็นแบบไหนคะ” ฉันลดเสียงให้อ่อนลง เพื่อต้องการโน้มน้าวให้อีกฝ่ายยินยอมให้สัมภาษณ์ แต่เขากลับส่ายหน้าไม่ยอมท่าเดียว
“ผมไม่ต้องการให้ใครมาชื่นชมหรือสนใจ ผมเกลียดการก้าวก่ายยุ่งวุ่นวาย และคุณออกไปได้แล้ว ออกไป!” ชีคคามิม ออกคำสั่งพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ประตู
“ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าคุณจะยอมให้ฉันสัมภาษณ์” ฉันยืนยันความตั้งใจมุ่งมั่นของตัวเอง กว่าจะเข้ามาถึงนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แล้วจะให้ฉันออกไปง่ายๆ งั้นน่ะเหรอ
“แน่ใจนะ ว่าจะไม่ออกไป” นัยน์ตาสีดำระยับขึ้น ลางสังหรณ์บอกฉันว่านั่นไม่ใช่เรื่องดีเลยที่พูดออกไปแบบนั้น แต่ฉันก็พยักหน้ารับคำท้าของชีคคามิม
“ได้...คุณชอบเล่นเกมรึเปล่า” เสียงของชีคคามิมอ่อนลง
ฉันปรับอารมณ์ตามไม่ทัน ได้แต่กะพริบตาถี่มองเขาด้วยความแปลกใจบ้าง
การให้สัมภาษณ์เกี่ยวอะไรกับที่ฉันชอบหรือไม่ชอบเล่นเกม ชีคคามิมคิดจะทำอะไรกันแน่ อยากเล่นเกมอะไรกับฉันมิทราบ
“ชื่อของคุณ ชื่ออะไร” ชีคคามิมถามเสียงห้วนขึ้นเล็กน้อย พลางหมุนตัวเดินหายเข้าไปในห้องฝั่งซ้าย
“เจณีนค่ะ” ฉันบอกชื่อของตัวเองและยืนรอ โดยไม่รู้ว่าชีคคามิมเข้าไปทำอะไรในนั้น ไม่นานเขาก็กลับออกมา แต่การปรากฏตัวอีกครั้ง ทำเอาฉันต้องรีบก้มหน้าลงทันที เมื่อเขานุ่งแต่ผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียวท่อนบนเปลือยเปล่าออกมา
“เงยหน้าขึ้น มองผม” คำสั่งของชีคคามิมทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้น
มองแผงอกกว้างที่อัดแน่นด้วยกล้ามเนื้อล้วนๆ แถมไรขนบนหน้าอกอีก กล้ามหน้าท้องขึ้นเป็นลูกชัดเจน ทุกสัดส่วนดีงามประหนึ่งนายแบบ ที่หลุดมาจากนิตยสาร
ฉันไม่เคยยืนจ้องผู้ชายแบบนี้มาก่อน แต่ยอมรับว่าอดที่จะชื่นชมรูปร่างที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ของชีคคามิมไม่ได้ จนเมื่อได้ยินเสียงกระแอมเบาๆ ฉันจึงได้สติกลับมา
“คุณจะแต่งตัวแบบนี้ ตอนให้สัมภาษณ์จริงเหรอคะ ฉันคิดว่ามันอาจจะไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่นะคะ” ฉันพูดเสียงเบารู้สึกกระดากและเขินอาย จนต้องหลุบตามองพรมสีแดงไว้
“ผมยังไม่ได้บอกว่าจะให้สัมภาษณ์ จนกว่าคุณจะเล่นเกมกับผมจนจบ”
บทจะง่ายก็ง่ายแบบนี้เลยเหรอ แค่เล่นเกมเนี่ยนะสบายมาก ฉันเล่นได้ทุกเกมอยู่แล้ว ว่ามาเลย ฉันคิดในใจและแอบยิ้มเบาๆ ที่มุมปาก
"ตกลงค่ะ ฉันจะเล่น ว่าแต่เกมของคุณคืออะไรคะ"
“เกมนี้ไม่ยากเลย แค่คุณนอนกับผม และยิ่งคุณทำให้ผมพอใจมากเท่าไหร่ ผมก็อยากตอบคำถามคุณมากเท่านั้น” ชีคคามิมพูดเสียงเรียบหน้านิ่ง
ฉันมองเขาตาโตอ้าปากค้างจนกรามจะติดพรมอยู่แล้ว นี่มันไม่ใช่เกมแล้ว ฉันกำลังถูกคุกคามทางเพศต่างหาก
“คุณจะเริ่มถามคำถามผมก่อนก็ได้นะ แต่ผมจะตอบก็ต่อเมื่อเราอยู่บนเตียงนั่น” ชีคคามิมชี้ไปที่เตียงสี่เสาขนาดคิงไซส์
“เข้าใจที่ผมอธิบายใช่มั้ย ว่าเราต้องทำอะไรกันบ้าง” เขาจบคำอธิบายง่ายๆ ฉันกะพริบตาถี่มองเขา พยายามกลืนน้ำลายฝีดๆ ลงคอ เกมสวาทงั้นเหรอ!
“ฉันจะไม่เล่นเกมนี่” ฉันแย้งขึ้นอย่างฉุนจัด กำหมัดแน่น ในใจเดือดปุดๆ
ชีคคามิมหรี่ตาลงมองเหมือนกำลังประเมินตัวฉันอยู่
“ผมไม่สนว่าคุณจะเล่นหรือไม่เล่นเกมนี้ แต่นี่เป็นการแลกเปลี่ยน ตามทฤษฎีของผม เมื่อคุณต้องการข่าวจากผมคุณก็ต้องแลก"
"ทำไมฉันต้องแลก"
"เพราะในโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ นะสิคุณเจณีน”
“ฉันรู้ค่ะ ดังนั้นฉันจึงอยากใช้ความสามารถของตัวเอง ฉันจะนำเสนอข่าวของคุณ อย่างถูกต้องและตรงตามที่คุณต้องการได้นะคะ เพียงแค่คุณเปิดใจ”
"ไม่จำเป็น ผมไม่ต้องการจะเปิดใจให้ใครทั้งนั้น" เสียงเขาแข็งกระด้างขึ้น
"แล้วคิดว่าฉันจะใจง่าย ยอมคุณเหมือนผู้หญิงคนอื่นที่ผ่านมาเหรอ ฉันยอมกลับบ้านมือเปล่าซะยังจะดีกว่า ต้องนอนกับคุณ" ฉันหมุนตัวตั้งใจจะเดินไปที่ประตู แล้วเท้าก็ต้องชะงัก
"คิดว่าผมจะยอมให้คุณกลับบ้านง่ายๆ เหรอคุณเจณีน ผมจะเรียกราชิกเข้ามาในอีกหนึ่งนาที แล้วคุณจะได้รับโทษตามกฎของเรา” เสียงดุุเอาจริงทำให้ฉันต้องหมุนตัวกลับไป
“เดี๋ยวค่ะ!” เสียงเรียกของฉันทำให้ชีคคามิมหยุดชะงักเช่นกัน และฉันคิดว่าตัวเองได้เห็นรอยยิ้มแห่งชัยชนะบนปากหยักๆ นั่น
"มันจะไม่โหดร้ายไปหน่อยหรือคะ ที่ฉันแค่แอบเข้ามาในห้องของคุณ ถึงกับต้องฆ่าต้องแกงกันเลยเหรอ” เรื่องนี้มันเกินความคาดการณ์ของฉันตั้งแต่แรก ชีคคามิมโหดร้ายกว่าที่ฉันคิดเอาไว้ ฉันเดาไม่ออกเลยว่าเขาคิดอะไรอยู่หรือต้องการจะทำอะไรกันแน่
"แล้วถ้าฉันจะขอเปลี่ยนกติกา แค่จูบ ฉันไม่นอนกับคุณได้มั้ยคะ" ฉันต่อรอง แต่ชีคคามิมส่ายหน้าดิก
"ฟังให้ดีนะคุณเจณีน ผมจะไม่เปลี่ยนแปลงกฎกติกาอะไรทั้งนั้น ถ้าคุณจะเล่นเกมกับผม ก็ต้องเล่นตามกฎของผม โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น ไม่อย่างนั้นคุณก็ต้องรับโทษที่คุณสมควรจะต้องรับ" ชีคคามินพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ท่าทางเหมือนเขากำลังหงุดหงิดเมื่อเดินกลับมาหาฉัน
...ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ให้ฉันจริงๆ นะเหรอ
“ตกลงค่ะ ฉันจะเล่นเกม” ฉันตอบเขาเสียงเบา สิ้นคำตอบชีคคามิมก็โน้มตัวมาจนหน้าเขาเกือบจะชนหน้าฉัน แต่ดีที่ฉันรีบขยับถอยหนีจนเซล้มลงบนโซฟา ถึงกระนั้นชีคคามิมก็ยังไม่ยอมถอยออก เขายังโน้มตัวลงมาอยู่เหนือศีระษะของฉัน แล้วดึงผ้าคลุมศีรษะโยนทิ้งไป เผยใบหน้าของฉันออกมา
“แต่ยังไม่ใช่วันนี้ ฉันขอเวลา เป็นพรุ่งนี้นะคะ” ฉันยกมือขึ้นกั้นแผงอกของชีคคามิมเอาไว้
“คุณกลัวผมงั้นเหรอ” คิ้วหนาขมวดจนหน้าผากยับย่น
ฉันพยักหน้ารับ ที่จริงคือฉันตกใจมากกว่า และไม่ชอบที่จะอยู่ใก้ลคนแปลกหน้า ในระยะลมหายใจรดหน้าผากแบบนี้ ทำไมฉันต้องมาเจอเหตุการณ์บ้าๆ นี้ด้วยนะ ฉันไม่คิดว่าต้องเอาตัวเข้าแลกข่าว ไม่เคยคิดมาก่อนเลย
“โอเคร ผมจะให้เวลาคุณ” ชีคคามิมยอมถอนตัวถอยห่างออกไป ฉันพ่นลมหายใจด้วยความโล่งอก
“ราชิกเข้ามา!” ชีคคามิมตะโกนเสียงดังลั่น แล้วชายคนหนึ่งในชุดสีเขียวก็วิ่งเหยาะๆ เข้ามาภายในห้อง เขาโค้งศีรษะและก้มหน้าลง ไม่กล้ามองหรือสบตากับฉันหรือชีคคามิม
“พาคุณผู้หญิงไปส่งที่โรงแรม ให้คนของเราเฝ้าอยู่ที่นั่น แล้วพากลับมาหาฉันพรุ่งนี้ในตอนเย็น”
“เดี๋ยว! ทำไมต้องให้คนของคุณไปเฝ้าฉันด้วย ฉันไม่ใช่นักโทษนะ” ฉันรีบค้าน
“แต่คุณกำลังจะเป็นของผม” เขาก้มลงกระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน แล้วก็เงยหน้าขึ้นพยักหน้าให้ราชิก ทหารองครักษ์
ฉันเดินออกมาจากห้องบรรทมของชีคคามิม ด้วยความโกรธสุดๆ ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงนักโทษดีๆ นี่เอง ไม่น่าตกปากรับคำยอมเล่นเกมสวาทเลยเพราะยังไงสุดท้ายฉันก็คงเป็นนักโทษอยู่ดี
ฉันต้องขอความช่วยเหลือจากใครสักคคน คนที่ช่วยฉันได้ แล้วชื่อของเรย์ก็ผุดขึ้นในหัว กลับไปถึงโรงแรม ฉันจะโทรหาเขา ให้ช่วยพาฉันไปที่สนามบินคืนนี้เลย ฉันต้องกลับบ้านคืนนี้
ฉันก้าวเท้าลงจากรถด้วยอารมณ์ที่ไม่ดีนัก ความผิดไม่ได้ร้ายแรงขนาดไปฆ่าใครตายสักหน่อย ทำไมต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ แล้วยังจะส่งคนมาเฝ้าเหมือนเป็นนักโทษอีก คราวนี้ฉันจะติดต่อเรย์ได้ยังไง
"ห้ามตามฉันเข้าไปข้างในเด็ดขาด!” ฉันหันกลับไปตวาดเสียงดุใส่องครักษ์ของชีคคามิม
เมื่อเดินผ่านล็อบบี้ไปที่หน้าลิฟต์ พนักงานของโรงแรมสามคน ก็รีบวิ่งมายืนขวางทางเอาไว้ ให้ตายเถอะนี่มันเรื่องอะไรอีก
“คุณเจณีนค่ะ ดิฉันเป็นรองผู้จัดการโรงแรมฮัมดานค่ะ" พนักงานหญิงหนึ่งในสามคน รีบแนะนำตัวอย่างลุกลี้ลุกลน ฉันเลิกคิ้วมองเธออย่างใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ทางเรามีเรื่องจะแจ้งให้ทราบ คือตอนนี้คุณเจณีนไม่สามารถกลับเข้าพักที่ห้องเดิมได้ค่ะ"
“มีเรื่องอะไรรึเปล่าคะ” ฉันทำหน้าตื่นตกใจ ไม่คิดว่าตัวเองจะซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดนี้ มีโจรเข้าไปขโมยของ เพดานฝาพังถล่มลงมา หรือลืมปิดก๊อกน้ำจนน้ำท่วมห้องรึเปล่านะ จิตใจฉันร้อนรนไปด้วยความกังวล แต่...
“ห้องนั้น ตอนนี้มีแขกคนอื่นเข้าไปพักแล้วค่ะ”
โอ้คำตอบนี้ เฮงซวยที่สุด!!
“พวกคุณทำแบบนี้กับลูกค้าได้ยังไง ในเมื่อฉันจองห้องนั้น จนถึงเช้าวันเสาร์” ฉันเผลอตะคอกเสียงดังลั่นด้วยความโมโห จนคนทั้งล็อบบี้หันมามองเป็นตาเดียวกัน แต่ฉันก็ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เมื่ออารมณ์โกรธได้ประทุขึ้น
"อย่างน้อยคุณควรแจ้งฉันล่วงหน้า1วัน ไม่ใช่ทำโดยพลการแบบนี้" โอ๊ย ไม่อยากจะเชื่อว่านี่จะเป็นโรงแรมระดับสิบดาว แต่การจัดการห่วยที่สุด
หน้าฉันตอนนี้แดงก่ำด้วยความโกรธ ฉันถอนหายใจ รู้สึกท้อแท้ผิดหวังไปหมด วันนี้ทำไมมีแต่เรื่อง คิดแล้วน้ำตาจะไหล จะมีใครที่โชคร้ายกว่าฉันอีกมั้ย
"คุณเจณีนใจเย็นๆ ก่อนนะคะ ทางเราได้จัดห้องพักอื่นไว้ให้เรียบร้อยแล้ว" รองผู้จัดการพูดพร้อมผายมือไปฝั่งประตูด้านซ้าย
"เชิญทางนี้เลยครับ" พนักงานชายอีกคนเป็นคนเดินนำ ผ่านประตูไปยังลิฟต์อีกตัวที่อยู่หลังประตูนั่น
ประตูลิฟต์เปิดรออยู่แล้ว เมื่อเข้าไปภายในลิฟต์ค่อนข้างสะอาดและใหม่มาก เหมือนไม่ค่อยถูกใช้งาน และมีปุ่มกดขึ้นชั้น 79 เพียงปุ่มเดียวเท่านั้น
มันแปลกมากคล้ายกับเป็นลิฟต์ส่วนตัว แม้จะรู้สึกเอะใจ แต่ฉันก็ไม่ได้ถามหรือพูดอะไรกับพนักงานของโรงแรมอีก จนประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้น 79