แผนแรกพังไม่เป็นท่า

2018 Words
ห้องพักแบบเพ้นเฮาส์กว้างขวางหรูหราโอ่อ่า ฉันตกตะลึงจนไม่กล้าก้าวเท้าออกจากลิฟต์ ไม่คิดว่าทางโรงแรมจะขอโทษลูกค้า โดยการจัดห้องพักใหญ่โตขนาดนี้ให้พักแทน และที่นี่น่าจะเป็นเพ้นเฮาส์ส่วนตัว คงไม่ใช่ของคนธรรมดาทั่วไปแน่ๆ ความคิดนี้ทำให้ม่านตาฉันขยายกว้างขึ้น ฉันยื่นตัวแข็งทื่ออยู่หน้าประตูลิฟต์ รู้สึกชาไปทั้งหน้า ไม่กล้าขยับเท้าเดินต่อ เมื่อสังหรณ์ใจว่าที่นี่จะเป็นที่คุมขัง … เขาจับฉันมาขังไว้งั้นเหรอ “สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อซาร่านะคะ ได้รับหน้าที่ให้มารับใช้คุณผู้หญิงค่ะ" การแนะนำตัวอย่างเป็นทางการของหญิงสาวหน้าคม ทำฉันสะดุ้งตกใจเล็กน้อย เพราะไม่ทันได้สังเกตว่าเธอมายืนอยู่ข้างๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉันพยักหน้าพร้อมพยายามยกมุมปาก ฝืนยิ้มให้กับเธอ ทั้งที่ตอนนี้รู้สึกมึนงงและประหลาดใจไปหมด นี่มันหมายความว่าไงทำไมชีคคามิมต้องส่งคนมารับใช้นักโทษด้วย เขาคิดจะทำอะไรกันแน่ "ห้องนอนของคุณผู้หญิงอยู่ชั้นสองค่ะ" ซาร่าผายมือ ฉันพยักหน้างึกๆ แล้วก้าวเท้าเดินตามหลังเธอขึ้นบันไดไป ห้องนอนอยู่ในสุดของทางเดิน ฉันพยายามมองหาว่ามีใครอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ยินเสียงอะไร แถมสองห้องแรกที่เดินผ่านก็ปิดเงียบ "สัมภาระทุกอย่างของคุณผู้หญิง ถูกจัดไว้ในห้องนอนเรียบร้อยแล้วค่ะ" ซาร่ากล่าวขณะพาเดินมาถึงประตูหน้าห้องนอน "ฉันชื่อเจณีนนะ อืมเราน่าจะอายุใกล้ๆ กัน เรียกฉันว่าเจเฉยๆ ก็ได้" ฉันพูดอย่างเป็นกันเอง หลังจากที่ซาร่าปิดประตูห้องนอนลงเรียบร้อย แล้วฉันก็ดึงมือเธอให้ลงมานั่งที่ขอบเตียงด้วยกัน "ซาร่าช่วยฉันทีนะ ฉันถูกจับตัวมา" "ขอโทษด้วยนะคะ คุณผู้หญิง ดิฉันถูกสั่งให้มารับใช้คุณผู้หญิงอย่างเดียว จึงไม่สามารถช่วยอะไรได้ค่ะ" เธอส่ายหน้าปฏิเสธเสียงแข็ง "เธอรู้ใช่มั้ยว่าฉันถูกส่งตัวเพื่อมาขังเอาไว้ รอรับโทษ" "ดิฉันไม่ทราบอะไรทั้งนั้นค่ะ" "ซาร่าขอร้องล่ะ ฉันขอพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อมนะ เธอช่วยโทรหาคนคนหนึ่งให้ฉันได้มั้ย แค่ช่วยบอกเขาว่าฉันอยู่ที่นี่ ฉันยินดีจะจ่ายมากเท่าที่เธอต้องการ" ฉันพยายามพูดเกลี้ยกล่อมซาร่า แต่เธอกลับเอาแต่ส่ายหน้า แล้วสะบัดมือรีบวิ่งออกจากห้องไป เฮ้อ...แผนแรกพังไม่เป็นท่า ฉันรีบควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายข้าง แต่หายังไงก็ไม่เจอ ฉันแน่ใจว่าไม่ได้หยิบออกมาจากกระเป๋า หรือจะทำหล่นหายไว้ในห้องนอนของชีคคามิม ถ้าเป็นแบบนั้นฉันจะโทรหาเรย์ได้ยังไง ขณะที่กำลังพยายามนึกเบอร์โทรศัพท์ของเรย์ให้ออกอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์ภายในห้องก็ดังขึ้น ฉันยืนลังเลเพราะไม่แน่ใจว่าควรจะรับสายหรือไม่ จนในที่สุดเสียงโทรศัพท์ก็เงียบลงไปเอง ฉันถอนหายใจแล้วกลับมาคิดถึงเบอร์โทรศัพท์ของเรย์อีกครั้ง แต่โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก คราวนี้ฉันจำต้องรับสายด้วยความรำคาญ แต่พอยกหูโทรศัพท์เท่านั้นเสียงดุๆ ก็ดังมาตามสาย โดยไม่ต้องสงสัยว่าเป็นใคร “เจณีนทำไมถึงไม่รับสาย” ปลายสายถามเสียงห้วน “ฉันไม่เห็นความจำเป็นอะไรที่วันนี้เราต้องคุยกันอีก ฉันเหนื่อยและต้องการพักผ่อนค่ะ” “แน่ใจเหรอว่าคุณต้องการแบบนั้นจริงๆ” เสียงของเขาเหมือนไม่เชื่อ จับผิดเก่งจริงนะท่านชีค “ขอเตือนเป็นครั้งสุดท้ายนะคุณเจณีน อย่าคิดจะหนี เพราะยังไงคุณก็ไม่มีทางหนีผมพ้น” ชีคคามิมขู่เสียงเข้ม แต่ฉันไม่คิดกลัวคำพูดนั้นสักนิด เพราะยังไงคืนนี้ฉันจะต้องหนีไปจากที่นี่ให้ได้ “เคยมีคนบอกมั้ย ว่าคุณคือพวกบ้าอำนาจ บ้าบงการ เลิกยุ่งกับฉันซะที” ฉันคิดว่าจะได้ยินเสียงตอบกลับอย่างโมโหและโกรธเกรี้ยว แต่ผิดคาดเพราะฉันไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ฉันไม่ควรดันทุรังเข้าไปในห้องบรรทมของชีคคามิมตั้งแต่แรก ฉันควรจะเชื่อคำเตือนของเรย์และรอกียะฮ์ สำนึกได้ตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว โทรศัพท์มือถือหายไป ไม่มีเบอร์ของเรย์ แล้วฉันจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร ฉันไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไป คงได้แต่ยืนนิ่งมองวิวบนชั้น 79 ยามค่ำคืนในกรุงฟาเดลที่ช่างงดงามอย่างไม่น่าเชื่อ ที่เห็นอยู่ไกลๆ นั่นคงเป็นทะเลทราย ตรงนั้นจะเป็นสถานที่สำหรับฝั่งร่างของนักโทษรึเปล่า ฉันเหม่อลอยคิดถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่ฉันเลือกและต้องยอมรับให้ได้ น้ำจากฝักบัวไหลผ่านหน้าผากลงมาที่แก้มและหน้าอก ลงไปสู่เบื้องล่าง ความเย็นชื่นฉ่ำของน้ำ ช่วยดับความร้อนรุ่มที่อยู่ภายในใจให้ผ่อนคลาย บางทีเรย์กับอาจพยายามตามหาฉันอยู่ หรือไม่แน่เขาอาจกำลังนั่งรอฉันอยู่ที่ล็อบบี้ในโรงแรมนี้ก็ได้ ฉันต้องลงไปตอนนี้ ไปหาเรย์ เขาต้องช่วยฉันได้แน่ๆ ฉันรีบอาบน้ำอย่างรวดเร็ว แล้วพันผ้าขนหนูรอบอกออกมาจากห้องน้ำ แต่ภายในห้องกลับมืดสนิท ไฟในห้องเสียงั้นหรือ เป็นไปได้ยังไงที่นี่คือเพนเฮาส์สุดหรูเชียวนะ แล้วจู่ๆ ไฟในห้องก็ถูกเปิดจนสว่างขึ้น ฉันตกใจรีบถอยเท้าหนีไปจนหลังติดผนัง เมื่อเห็นร่างหนึ่งนั่งพิงหลังกับหัวเตียง แต่พอเห็นว่าเป็นใครฉันก็รีบยกมือขึ้นมาปิดหน้าอกทันที ชีคคามิมนั่งกึ่งนอนกอดอกมองฉันตั้งแต่แต่หัวจรดเท้า ก่อนจะยกมือขึ้นใช้นิ้วลูบลูกคางเบาๆ ...เขามาทำอะไรที่นี่แล้วมาทำไม ตอนนี้? “เมื่อชั่วโมงก่อนผมจำได้ว่า คุณก็มองผมแบบนี้เหมือนกัน” นัยน์ตาสีดำระยับขึ้น “จะบ้าเหรอ ฉันไม่อยากมองแม้แต่หน้าคุณด้วยซ้ำ” "แล้วคุณชอบผู้ชายแบบไหน เจณีน" น้ำเสียงที่อ่อนลงทำให้ฉันรู้สึกแปลกใจ ในความแปรปรวนของเขา “แบบไหนที่คุณชอบ” ชีคคามิมถามย้ำอีกครั้ง แต่ฉันยังยืนนิ่งทำเมินไม่สนคำถามงี่เง่าของเขา เมื่อไม่ได้ตอบเขาจึงขยับตัวลุก และก้าวจากเตียงอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่ก้าวก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว มือทั้งสองข้างของชีคคามิมแปะบนผนังเหนือศีรษะของฉัน ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปะทะอยู่บนหน้าผากของฉัน “ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคำถามของคุณ ในเมื่อคุณเองก็ไม่ยอมตอบคำถามของฉันเหมือนกัน” คราวนี้ฉันได้ยินเสียงหัวเราะฮึในลำคอของเขา “ไม่นานหรอกเจณีน ผมปล่อยให้คุณปากเก่งได้อีกไม่นานหรอก” ชีคคามิมโอบเอวฉันแล้วดึงให้ตัวฉันแนบไปกับร่างของเขา แต่ฉันรีบยกมือขึ้นกั้นระหว่างหน้าอกเอาไว้ “เป็นผู้หญิงขององค์คามินมันไม่ดีตรงไหนเจณีน” “ฉันเป็นแค่นักข่าวธรรมดาจากเมืองไทยค่ะ มาเพื่อต้องการสัมภาษณ์คุณไม่ใช่นอนกับคุณ!” ฉันเงยหน้าสบตากับชีคคามิมอย่างไม่ยอมแพ้ “เอาซี่ อยากจะฆ่าแล้วเอาฉันไปทิ้งทะเลทรายของคุณก็เชิญเลย แต่ฉันจะไม่ยอมนอนกับคุณเด็ดขาด” “อย่าท้าผมนะเจณีน เพราะไม่ใช่แค่คุณที่จะได้รับโทษ" ชีคคามินกัดกรามแน่นจนนูนเป็นสันขึ้นมา "อย่าคิดว่าผมไม่รู้ว่าที่คุณแอบเข้าไปในห้องผมได้ เพราะการช่วยเหลือของใคร รอกียะฮ์จะได้รับโทษหนักกว่าคุณ เพราะเป็นชาวฟารีเซียร์แท้ๆ กลับช่วยคนต่างชาติทำผิด” ชีคคามิมพูดเสียงเข้มขึ้น แล้วเขารู้เรื่องรอกียะฮ์ได้ยังไงกัน “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับรอกียะฮ์ ฉันผิดเองที่เข้าไปในห้องคุณโดยพลการ ฉันขอรับผิดเพียงคนเดียว” ฉันจะทำให้รอกียะฮ์มาเดือดร้อนด้วยไม่ได้ "ตกลงว่าคุณจะยอมนอนกับผม" เสียงชีคคามิมทุ่มต่ำลง เขายกมือขึ้นมาจับที่แก้มของฉัน ฉันพยายามผลักหน้าอกของชีคคามิมให้ออกห่าง แต่เขากลับดันตัวฉันให้ติดกับผนัง แถมยังจับรวบข้อมือทั้งสองข้างของฉันตรึงไว้เหนือศีรษะ “เอาล่ะ อย่าคิดขัดขื่นผมอีกเด็ดขาด เพราะไม่งั้นผมจะ...” แล้วใบหน้าของชีคคามิมโน้มต่ำลงมา ฉันจึงรีบสะบัดหน้าหนีทันที "คุณจะต่อต้านผมทำไมเจณีน ในเมื่อคุณก็รู้ว่าไม่มีทางสู้ผมได้" “ได้โปรคเถอะค่ะ ชีคคามิม” ฉันพูดเสียงเบาแหบแห้ง แล้วหันกลับมาสบตากับเขา แล้วชีคคามิมก็โน้มใบหน้าลงมา จนริมฝีปากของเขาแตะลงบนแก้มแล้วเลื่อนลงไปถึงซอกคอ ก่อนจะกดจมูกฝังลงไปพร้อมสูดกลิ่นเบาๆ “ผมจะอดทนรอถึงคืนพรุ่งนี้ได้ยังไง ในเมื่อกลิ่นหอมของคุณยั่วยวนผมขนาดนี้” ชีคคามิมกระซิบเสียงแผ่วเบา เขายกมือข้างหนึ่งขึ้นมาจับที่ลำคอ ของฉัน แล้วใช้นิ้วโป้งกดเชยค้างให้เงยขึ้น หัวใจฉันเต้นโครมครามไม่เป็นระส่ำ เมื่อเขาโน้มใบหน้าลงมาอีกครั้ง คราวนี้ริมฝีปากเขาแตะที่เรียวปากของฉันเบาๆ “อย่าค่ะ!" ฉันร้องขึ้นด้วยความตกใจ กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ชีคคามิมหยุดชะงักริมฝีปากค้างไว้ “รู้อะไรมั้ยเจณีน คืนนี้ผมสามารถนอนกับคุณบนเตียงนี้ได้เลย โดยที่ไม่ต้องสนว่าคุณจะถามคำถามงี่เง่าอะไรกับผม” ชีคคามิมพูดเสียงเข้มขึ้น “แต่เพราะผมไม่อยากบังคับใจคุณ อย่าทำให้ผมโกรธและไม่พอใจอีก เข้าใจมั้ย” ชีคคามิมยอมปล่อยข้อมือฉันให้เป็นอิสระ พร้อมกับขยับตัวออกห่าง ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปที่เตียง เขาหยิบเสื้อแจ๊คเก็ตหนังสีดำขึ้นมาสวม พลางจ้องมองฉันอย่างไม่ละสายตา “พรุ่งนี้เช้าผมจะโทรมา แล้วกรุณารับโทรศัพท์ผมด้วย ไม่งั้นคุณจะถูกลงโทษ ข้อหาขัดคำสั่งขององค์คามิม” เรียวปากของชีคคามิมโค้งขึ้น เหมือนกำลังอมยิ้มอยู่ เขาเดินถึงหน้าประตูแล้วก็หันกลับมาอีกครั้ง “อ่อ มีองครักษ์ของผมเฝ้าอยู่หน้าประตูห้องสองคน ตรงหน้าลิฟต์อีกสองคน ขอเตือนว่าอย่าคิดหนีเด็ดขาด เพราะยังผมก็จะตามคุณจนเจอ ราตรีสวัสดิ์ เจณีน” พูดจบฉันก็ได้รับยิ้มบางๆ จากชีคคามิม เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นรอยยิ้มจากเขา นึกว่าทำเป็นแต่หน้านิ่งๆ กับตาดุๆ ซะอีก หลังจากพ้นร่างของชีคคามินผ่านประตูออกไป ฉันก็รีบพุ่งตัวไปปิดประตู แต่ก็นึกขึ้นได้ว่ายังไงถ้าเขาจะเข้ามาก็คงไม่ใช่เรื่องยาก ก็นี่มันห้องของเขานี่ ชีคคามิมคิดจะขังฉันไว้ในห้องนี้นะหรือ เขาบอกว่าไม่อยากบังคับจิตใจฉัน แต่สิ่งที่เขาทำอยู่นี่แหละ มันคือการบังคับจิตใจ ฉันไม่อยากนอนกับเขา แล้วฉันก็ไม่ต้องการอยู่ที่นี่ ฉันอยากกลับบ้าน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD