[ล้อม คืนนี้จะมานอนกับย่าใช่ไหม?]
ย่าดาวทวงถามสัญญาจากหลานสาวที่เคยให้ไว้กับเธอเมื่อหลายวันก่อนว่าจะมานอนด้วยกันที่บ้าน ในขณะที่ล้อมเดือนนั้นกำลังยกกระเป๋าเดินทางใบเล็กใส่ท้ายรถมินิคาร์เสร็จพอดี
"หนูกำลังจะออกเดินทางค่ะย่า อีกสองชั่วโมงเจอกันนะคะ"
วันศุกร์สุดสัปดาห์นี้ช่วงบ่ายอาจารย์ยกคลาสจึงทำให้ล้อมเดือนออกเดินทางตั้งแต่บ่ายโมงได้เลย หลังจากที่คุยกับย่าดาวต่ออีกไม่กี่ประโยคเธอก็วางสายก่อนจะเริ่มออกเดินทางกลับบ้านย่าที่ต่างอำเภอ แต่ในขณะที่รถติดไฟแดงอยู่นั้นคนที่เธอเพิ่งแยกกับเขาเมื่อเช้าก็โทรมาหา
"ค่ะเสี่ย"
[หนูล้อม ออกเดินทางหรือยัง?]
เสี่ยเอกถามเมื่อเห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมงกว่าแล้ว ก่อนหน้านี้ล้อมเดือนส่งข้อความมาบอกกับเขาว่าเธอจะกลับไปนอนที่บ้านย่าเพราะสัญญากับย่าเอาไว้แล้ว เขาที่เพิ่งทำงานเสร็จจึงรีบโทรหาเธอทันที
"ออกมาแล้วค่ะ ตอนนี้กำลังติดไฟแดงอยู่ค่ะ"
[ขับรถดีๆ นะ เสี่ยเป็นห่วง ถึงแล้วก็โทรมานะ]
เสี่ยเอกไม่ได้ขัดขวางล้อมเดือนที่เธอจะกลับไปนอนกับย่าที่ต่างอำเภอ ออกจะเข้าใจเธอด้วยซ้ำว่าอยู่ห่างจากย่าที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เกิดคงจะคิดถึงกันไม่ใช่น้อย
"รับทราบค่ะ หนูต้องวางแล้วค่ะเสี่ย ไฟเขียวแล้วค่ะ"
ล้อมเดือนตัดสายเสี่ยเอกเมื่อสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวก่อนจะหันกลับมาตั้งสติกับการขับรถที่ต้องเดินทางร่วมสองชั่วโมง
ล้อมเดือนขับรถถึงบ้านตอนบ่ายสามโมงกว่าๆ ย่าดาวทำกับข้าวหลายอย่างรอเธอที่ยังไม่ได้ทานมื้อเที่ยงเพราะอยากหิ้วท้องรอทานกับข้าวฝีมือย่าดาวและย่าดาวก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อกับข้าวสามอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารล้วนเป็นของโปรดของล้อมเดือนทั้งนั้น
"อร่อยมากเลยค่ะย่าดาว ฝีมือทำอาหารของย่าดาวคือที่สุดในใจของหนูเลย"
ล้อมเดือนเอ่ยชมฝีมือทำอาหารย่าดาวด้วยรอยยิ้ม เธอเคี้ยวข้าวจนแก้มตุ่ยเมื่อได้กินของโปรดเสียที
"อร่อยก็กินเยอะๆ นะ ถ้าไม่พอในหม้อยังมีอีก"
ย่าดาวลูบหัวหลานสาวด้วยความเอ็นดู วันนี้ความจำเธอปกติดีเพราะอย่างนั้นจึงจำได้ว่าเมื่อหลายวันก่อนหลานสาวสัญญาว่าจะมานอนกับเธอที่นี่
คนที่คิดถึงหลานอย่างเธอจึงเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ ยิ่งมาเห็นว่าหลานสาววัยยี่สิบสามปีคนนี้กำลังทานอาหารที่เธอทำอย่างเอร็ดอร่อยก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกดีมากกว่าเดิมจนน้ำตาซึม
ภาพล้อมเดือนที่กำลังนั่งทานข้าวถูกทับซ้อนด้วยร่างกายของชายคนหนึ่ง เวลาหมอกกินข้าวเขาก็จะพูดว่าอาหารฝีมือเธออร่อยที่สุดเช่นกัน
สองพ่อลูกนี่ช่างเหมือนกันจริงๆ จะดีสักแค่ไหนหากหลานและลูกชายอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา
"หลานเรียนใกล้จบแล้ว คิดเอาไว้หรือยังว่าอยากทำงานอะไร? หรือจะทำงานที่เดิมต่อ? "
ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาย่าดาวเข้าใจว่าหลานสาวเธอทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งมาโดยตลอด เธอไม่เคยรู้ว่าแท้จริงแล้วหลานสาวตัวเองเป็นอีหนูของเสี่ยเอก
ล้อมเดือนไม่ต้องการให้ย่าดาวรู้ว่าเธอขายเรือนกายนี้เพื่อแลกกับเงินในแต่ละเดือนที่ได้มาจากเสี่ยเอก เธอไม่ต้องการให้ย่าดาวผิดหวังในตัวเธอที่เลือกเส้นทางหาเงินวิธีลัดเช่นนี้ แต่มันช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะหนี้สินที่แม่เป็นคนก่อไว้ทำให้เธอไม่มีทางเลือก
แต่อีกไม่นานหรอก…เธอตั้งใจไว้แล้วว่าหากเรียนจบเมื่อไหร่ เมื่อนั้นเธอจะเลิกเป็นอีหนูเสี่ยเอก
ตอนนี้หนี้สินบ้านก็เหลือไม่มากแล้ว อีกแค่เดือนเดียวก็เธอก็จะปิดมันได้และตอนนี้เธอเองก็มีเงินเก็บส่วนหนึ่งที่แยกเอาไว้เพื่อเริ่มทำธุรกิจโฮมสเตย์ในเร็วๆ นี้
เมื่อปีก่อนเธอซื้อที่ดินผืนหนึ่งของเพื่อนพ่อที่รู้จักกัน ทางนั้นร้อนเงินจึงขายที่ดินบนดอยให้ในราคาถูกซึ่งเธอไม่ลังเลที่จะซื้อเอาไว้เพราะเล็งเห็นว่าพื้นที่ตรงนั้นสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์และทะเลหมอกในยามเช้าได้
ล้อมเดือนต้องการสร้างโฮมสเตย์ที่เข้ากับธรรมชาติมากที่สุด จึงมองว่าจะต้องเป็นโฮมสเตย์ไม้เท่านั้น ความจริงเธอสามารถเริ่มทำโครงการนี้ได้เลยเพียงแต่ยังไม่สามารถหาผู้รับเหมาที่ไว้ใจได้ก็เท่านั้นเอง
ในขณะที่ล้อมเดือนทานข้าวไปขบคิดอะไรเพลินๆ ไปนั้น เสียงทุ้มของใครบางคนก็ร้องเรียกย่าดาวจากหน้าบ้านขึ้นมา
"ย่าดาว อยู่ไหมครับ? ย่าดาว"
"ใครมาน่ะ?"
ย่าดาวสายตาฝ้าฟาง เธอลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารไปยังหน้าบ้านเพื่อมองว่าใครมาเรียกและเมื่อเห็นว่าคนเรียกคือใครดวงตาที่มีริ้วรอยแห่งวัยก็เบิกกว้างขึ้นมา
"ณัฐ! นั่นเจ้าณัฐใช่ไหม!"
"ครับย่าดาว ณัฐเองครับ"
เจ้าของร่างสูงโปร่งที่มีความสูงกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตรยิ้มจนตาหยีเมื่อเห็นว่าย่าดาวยังจดจำเขาได้
"เข้ามาก่อนๆๆ มาๆๆ"
ย่าเดือนเชื้อเชิญอย่างดีใจที่หนุ่มน้อยข้างบ้านมาเยี่ยมเยียนกันหลังจากที่ไม่ได้เจออีกฝ่ายนานกว่าสองปีเพราะณัฐพลไปเรียนต่อที่กรุงเทพจึงทำให้ไม่ค่อยได้กลับมาที่นี่สักเท่าไหร่
"ใครมาคะย่า? "
ล้อมเดือนที่กำลังทานข้าวอยู่ถามย่าดาวที่เพิ่งเข้ามาในบ้านพร้อมกับแขกที่ล้อมเดือนก็รู้จักดี
"อ้าว น้องล้อมก็อยู่เหรอ? "
ณัฐพลตกใจเล็กน้อยที่เห็นว่าล้อมเดือนก็อยู่ในบ้าน สองมือที่ถือของฝากมานั้นล้วนแล้วแต่เป็นของย่าดาวทั้งนั้น ถ้าหากเขารู้ว่าล้อมเดือนอยู่บ้านด้วยเขาก็คงซื้อของฝากมาเผื่อเธอแล้ว
"สวัสดีค่ะพี่ณัฐ ไม่เจอกันนานเลยนะคะ"
ล้อมเดือนทักทายอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร นานกว่าสองปีแล้วที่เธอไม่ได้เจอกับพี่ชายข้างบ้านคนนี้ ครั้งล่าสุดที่เจอกันก็เป็นตอนที่เขากลับมาอยู่บ้านในช่วงปิดเทอมแต่หลังจากนั้นทั้งเธอและเขาก็คลาดกันตลอด กระทั่งได้กลับมาเจอกันอีกครั้งก็ในครั้งนี้
"เป็นยังไงบ้าง? ที่ผ่านมาสบายดีไหม? "
ณัฐพลเกิดรู้สึกประหม่าขึ้นมาเล็กน้อย น้องสาวข้างบ้านที่เขาไม่ได้เจอนานเปลี่ยนไปมาก จากเด็กน้อยในวันวานเปลี่ยนเป็นสาวสวยชวนใจสั่นไปเสียแล้ว
"สบายดีค่ะ แล้วพี่ณัฐล่ะคะเป็นยังไงบ้าง? อ๊ะ มานั่งกินข้าวด้วยกันไหมคะ? "
ท้ายประโยคล้อมเดือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเธอกำลังนั่งทานข้าวอยู่จึงชักชวนให้ณัฐพลทานข้าวด้วยกัน มันคงจะเสียมารยาทมากหากนั่งทานข้าวเพียงคนเดียวโดยไม่ชวนแขกมาทานด้วยกัน
ณัฐพลที่เห็นอย่างนั้นจึงไม่ลังเลที่จะตอบรับคำชวนนั้น เขาเองก็เพิ่งมาถึงบ้านหมาดๆ ยังไม่ได้กินมื้อเที่ยงเลยจึงรู้สึกหิวไม่น้อย
"ถ้าอย่างนั้นณัฐไม่เกรงใจย่าดาวแล้วนะครับ"
"เกรงใจอะไรกันล่ะ! ลูกหลานทั้งนั้น! นั่งเลยๆ ย่าจะไปตักข้าวมาให้นะ"
ย่าดาวดูคึกคักเป็นพิเศษเมื่อเห็นว่ารอบกายถูกรายล้อมด้วยหลานสาวและหลานชายข้างบ้าน เธอรับหน้าที่ตักข้าวให้กับณัฐพลที่รีบเอาของฝากเต็มสองมือไปวางไว้ตรงเคาน์เตอร์ครัว จากนั้นก็กลับมานั่งร่วมโต๊ะกับล้อมเดือน
ย่าดาวไม่ได้ทานข้าวด้วยแต่ก็นั่งร่วมโต๊ะเพื่อฟังบทสนทนาของหลานๆ ที่ถามไถ่กันไปมาตามประสาคนที่ไม่ได้พบเจอกันนาน
ณัฐพลเป็นพี่ชายข้างบ้านที่แก่กว่าล้อมเดือนสามปี ในวัยเด็กเขามักจะเป็นเพื่อนเล่นกับล้อมเดือนเสมอ ไม่ว่าล้อมเดือนอยากจะเล่นอะไรเขาก็ยินยอมเล่นกับเธอทุกอย่าง เรียกได้ว่าเขาไม่ต่างจากพี่ชายแท้ๆ ของเธอเลย
"ไปเรียนที่ตัวเมืองเป็นยังไงบ้าง? สวยๆ อย่างน้องล้อมคงมีหนุ่มๆ ตามจีบทุกวันเลยล่ะสิ"
ณัฐพลทำทีเป็นเย้าแหย่น้องสาวข้างบ้านแม้ว่าใจจริงอยากจะรู้ว่าตอนนี้เธอมีคนรู้ใจแล้วหรือยังเพราะล้อมเดือนจัดว่าเป็นคนสวยมากคนหนึ่ง เขาไม่แปลกใจหากเธอจะมีแฟนหรือคนรู้ใจ แต่ในใจของณัฐพลก็หวังเหลือเกินว่าน้องสาวข้างบ้านคนนี้จะยังโสดอยู่ ทว่าคำตอบจากเธอก็ทำให้เขาต้องผิดหวัง
"ล้อมมีคนที่กำลังคบหาอยู่ค่ะพี่ณัฐ"
==========================
#พี่ณัฐจะเป็นตัวแปรสำคัญไหมน้าาาาาา คิคิ