บทที่ 4 [2/2]

1375 Words
========================== ล้อมเดือนเห็นแววตาผิดหวังจากณัฐพล แต่มันก็แค่ช่วงเวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้นก่อนที่มันจะเลือนหายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความจริงแล้วล้อมเดือนจะบอกว่าตัวเอง 'โสด' ก็ได้ แต่เพราะเธอไม่อยากมีความสัมพันธ์ยุ่งเหยิงกับใครทั้งที่ยังข้องเกี่ยวกับเสี่ยเอกอยู่ อีกอย่างเธอกับเขาก็ทำข้อตกลงร่วมกันตั้งแต่แรกแล้วว่าระหว่างที่ข้องเกี่ยวกันเขาห้ามยุ่งหรือข้องเกี่ยวกับหญิงสาวคนไหนยกเว้นเธอ เหมือนที่เธอเองก็ห้ามข้องเกี่ยวกับผู้ชายคนอื่นเช่นกัน ข้อตกลงนั้นเกิดขึ้นจากความพึงพอใจทั้งสองฝ่ายและตลอดระยะเวลาสามปีก็มีคนเข้าหาเธอมากมายแต่ท้ายที่สุดจึงตัดปัญหาด้วยการบอกว่าเธอมีคนที่คบหาแล้วเพื่อไม่ให้ความหวังกับใครทั้งนั้น ในขณะเดียวกันย่าดาวของเธอก็รู้ว่าเธอมีคนที่กำลังคบหา เพียงแต่ยังไม่เคยพบเจอเพราะล้อมเดือนพูดว่ายังไม่พร้อมและย่าดาวเองก็หลงๆ ลืมๆ จึงไม่ได้ทักถามอะไรอีก "ลองทานไส้อั่วฝีมือย่าดาวสิคะ พี่ณัฐชอบไม่ใช่เหรอ?" ล้อมเดือนพยายามจะไม่ทำให้บรรยากาศระหว่างเธอกับณัฐพลกระอักกระอ่วนมากไปกว่านี้จึงเปลี่ยนเรื่องคุย ซึ่งณัฐพลก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีด้วยการใช้ส้อมจิ้มไส้อั่วที่ว่านั่นเข้าปากพร้อมกับเปลี่ยนเรื่องคุยที่ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดใจต่อกัน "ล้อมคิดว่าจะทำโฮมสเตย์ค่ะ" คุยกันไปเรื่อยเปื่อยก็วนมาที่เรื่องโฮมสเตย์ของล้อมเดือนที่อยากจะปรึกษาณัฐพลเช่นกันเมื่อรู้ว่าเขาเรียนจบสถาปนิกพ่วงกับรับหน้าที่ผู้รับเหมาด้วย "ถ้าหากล้อมอยากได้แบบโฮมสเตย์ตามที่บอกมา พี่ต้องไปดูหน้างานก่อน" "ได้ค่ะ พี่ณัฐว่างตอนไหนก็บอกล้อมได้เลยนะคะ" "จริงๆ ตอนนี้พี่ก็ว่างยาวเลยนะ ถ้าล้อมไม่ติดอะไรหลังทานข้าวเสร็จเราไปดูหน้างานพร้อมกันเลยก็ได้" "ดีเลยค่ะ" ล้อมเดือนเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอควรทำอย่างไร หากได้ณัฐพลคอยให้คำปรึกษาหรือดูแลเรื่องโฮมสเตย์ได้เธอก็วางใจไม่น้อย เมื่อตกลงกันได้แล้วหลังจากที่ทั้งสองคนทานข้าวเสร็จสรรพก็พากันไปยังที่ดินที่ล้อมเดือนซื้อเอาไว้ ทางขึ้นดอยที่ดินของล้อมเดือนทำถนนแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นเส้นทางที่ชันและต้องใช้ความชำนาญทางของคนในพื้นที่ ณัฐพลจึงเสนอว่าให้ขับรถโฟร์วิลของเขาไปแทนซึ่งล้อมเดือนก็ไม่ปฏิเสธ "จริงๆ แล้วที่ดินแถวนี้ลูกค้าพี่รายนึงก็สนใจอยู่นะ เห็นว่าจะทำรีสอร์ตน่ะ" ครอบครัวณัฐพลเปิดบริษัทรับเหมาที่กรุงเทพฯ ซึ่งที่บริษัทนั้นดีลกับลูกค้ารายใหญ่หลายคนและลูกค้าเหล่านั้นมักจะมาปรึกษาเรื่องออกแบบสร้างโรงแรมหรือพวกรีสอร์ตอยู่บ่อยๆ จึงทำให้เขารู้ว่ามีลูกค้ารายหนึ่งสนใจที่ดินในละแวกนี้เพราะอยากทำรีสอร์ตท่ามกลางบรรยากาศดีๆ ที่หาดูได้ยาก "ยังไม่ทันเริ่มก็เหมือนจะมีคู่แข่งแล้วล่ะค่ะ" ล้อมเดือนแอบหวั่นใจ หากเป็นอย่างที่ณัฐพลพูดจริงๆ โฮมสเตย์ราคาย่อมเยาของเธอจะสู้รีสอร์ตดีๆ ได้หรือ? ยิ่งเธอไม่เคยมีประสบการณ์ทำธุรกิจด้วย จึงทำให้เธอค่อนข้างหวั่นใจพอสมควร หรือว่าเธอควรหันไปทำอย่างอื่นแทน? "อย่าเพิ่งใจเสียสิน้องล้อม พี่ก็แค่พูดให้ฟังเฉยๆ ว่ามีคนสนใจที่ดิน เรายังไม่รู้เลยว่าเขาจะเอาที่ดินแถวไหน แต่ขออย่าให้เป็นในละแวกที่น้องล้อมซื้อก็พอ" ณัฐพลหัวเราะขำที่เห็นว่าคนนั่งข้างกายใจฝ่อไปเสียแล้วทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มต้นอะไรเลย ในใจเขานึกเอ็นดูจนอยากจะยื่นมือไปบีบแก้มใสๆ ของเธอเหมือนเมื่อก่อนตอนที่เธอยังเด็ก แต่ก็ต้องหักห้ามใจเอาไว้เมื่อคิดว่าเธออาจจะรู้สึกไม่ชอบใจหากเขาทำอะไรตามใจตัวเอง ณัฐพลใช้เวลาขับรถไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงลานจอดรถของทางหมู่บ้านบนดอย คนที่อาศัยอยู่บนดอยแห่งนี้มีหลายชนเผ่าและทุกคนยังคงใช้ชีวิตกันอย่างบ้านๆ แต่ถึงจะขึ้นชื่อว่าบนดอยทว่าก็มีสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต รถโฟร์วิลจอดนิ่งสนิทอย่างนุ่มนวล แต่ล้อมเดือนกับเขาก็สังเกตเห็นว่ามุมหนึ่งใต้ต้นไม้ใหญ่มีรถโฟร์วิลอีกคันจอดอยู่ แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่เพราะดอยที่นี่มักจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาบ่อยๆ "บรรยากาศดีมากเลยค่ะ" ล้อมเดือนลงจากรถสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด เธอไม่ได้ขึ้นดอยแห่งนี้มานานมากแล้ว ทั้งที่อยู่ใกล้บ้านย่าแท้ๆ แต่มาหาย่าดาวทีไรก็นอนกลิ้งและใช้เวลาอยู่กับย่าดาวที่บ้านตลอด "น้องล้อมนำพี่ไปหน่อยว่าอยู่ตรงไหน" "ค่ะ" ล้อมเดือนเดินนำณัฐพลขึ้นไปยังที่ดินที่เธอซื้อเอาไว้ ระยะทางขึ้นค่อนข้างแคบเพราะอย่างนั้นรถโฟร์วิลจึงขึ้นมาถึงข้างบนนี้ไม่ได้ ทว่าในตอนที่ทั้งสองคนขึ้นมาถึงที่ดินกลับพบว่ามีบุคคลอื่นมาเยือนที่ดินใกล้เคียงเช่นกัน เสี่ยเอกที่กำลังพูดอธิบายถึงราคาที่ดินให้คณิตาฟังอยู่นั้นพลันชะงักงันอย่างกะทันหันเมื่อเห็นว่าคนที่ไม่คาดคิดกำลังเดินมาจากที่ดินผืนข้างๆ กัน ล้อมเดือนเองที่เห็นเขาก็นิ่งงันไปเช่นกัน มันจะบังเอิญเกินไปแล้ว… เธอไม่คิดว่าจะเจอเสี่ยเอกที่นี่ เขามาทำอะไร? "ขอตัวสักครู่นะครับ" เสี่ยเอกหันไปบอกกับหญิงสาวข้างกายอย่างคณิตาที่เหมือนจะแปลกใจไม่น้อยเมื่อเห็นว่าคนคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างณัฐพลมาอยู่ที่นี่ สองเท้าของเสี่ยเอกก้าวดุ่มๆ มาทางล้อมเดือน เขาไม่รู้ตัวเลยว่าใบหน้าตัวเองเรียบตึงมากแค่ไหนที่เห็นว่าอีหนูของตัวเองกำลังเดินมาพร้อมกับผู้ชายอีกคนหนึ่ง ณัฐพลเห็นว่าใครก็ไม่รู้เดินตรงมาทางเขาจึงไม่ลังเลรีบใช้ตัวเองบดบังน้องสาวข้างบ้านให้หลบทางด้านหลังตัวเอง ท่าทางนั้นดูกางปีกปกป้องล้อมเดือนสุดฤทธิ์ทำเอาเสี่ยเอกเกิดรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา ทว่าในตอนนั้นเองเป็นล้อมเดือนที่กระซิบบอกกับณัฐพลเมื่อเสี่ยเอกเดินมาหยุดตรงหน้าพวกเธอ "ล้อมรู้จักเขาค่ะพี่ณัฐ" เสี่ยเอกหลุบตามองมือของล้อมเดือนที่แตะท่อนแขนณัฐพลเบาๆ ในวินาทีนั้นในใจเขาบังเกิดความรู้สึกเหมือนมีน้ำร้อนที่กำลังพวยพุ่งอยู่ "คนรู้จักเหรอ?" เสี่ยเอกได้ยินประโยคนั้นจากณัฐพลที่หันไปถามล้อมเดือนราวกับต้องการคำตอบที่ชัดเจน เขาเหลือบมองล้อมเดือนที่ขยับเท้าออกมาจากหลังของชายคนนั้นก่อนจะหันไปตอบคนถามด้วยสีหน้าเป็นธรรมชาติ ต่างจากเขาที่ใบหน้าเรียบตึงเหมือนฉีดโบท็อกซ์มาหลายสิบยูนิต "ค่ะ เขาเป็นคนรู้จักน่ะ" แปล๊บ! จู่ๆ อาการปวดแปลบอย่างไม่มีสาเหตุพลันแล่นกลางใจ เสี่ยเอกไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกหน่วงในอกกับคำตอบของล้อมเดือน เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองคาดหวังคำตอบแบบไหนจากเธอ ทั้งที่คำตอบของเธอที่ให้กับชายคนนั้นมันก็ถูกต้อง ‘หากบังเอิญเจอกันข้างนอกก็ให้ทำเป็นไม่รู้จักกัน’ ‘ค่ะ’ ‘แต่ถ้ามันเลี่ยงไม่ได้ก็ให้บอกว่าเป็นแค่คนรู้จักกันก็พอ เข้าใจไหม?’ ‘หนูเข้าใจแล้วค่ะ’ ========================== #แล้วจะมาโวยวายไม่ได้นะ ก็แกบอกน้องอย่างนั้นอ่ะ!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD