เสี่ยเอกลอบสูดอากาศหายใจเข้าปอดเพื่อสงบจิตสงบใจที่เกิดผิดปกติของตัวเองก่อนจะถือวิสาสะจูงแขนล้อมเดินให้ออกมาคุยกันเป็นการส่วนตัว ในขณะที่ณัฐพลเดินเข้าไปทักทายลูกค้าในบริษัทอย่างคณิตา
"ทำไมหนูถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ไหนบอกเสี่ยว่าจะกลับไปหาย่าไง? "
เสี่ยเอกเริ่มซักไซ้อีหนูของตัวเอง ก่อนหน้านี้เธอบอกกับเขาว่าจะกลับมาหาย่าที่ต่างอำเภอ แต่ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่และที่ทำให้เขานึกขุ่นเคืองคือเธอดันอยู่กับผู้ชายคนอื่น!
ถ้าหากเขาไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนจากเธอ เขาคงอกแตกตายแน่ๆ! แค่นี้ก็หงุดหงิดแทบบ้าแล้ว!
"ใช่ค่ะ บ้านย่าหนูอยู่ไม่ห่างจากที่นี่"
"แล้วทำไมถึงมากับไอ้เวร..."
พูดยังไม่ทันจบประโยคล้อมเดือนก็เอ่ยขัดขึ้นมาเสียงเขียว
"เขาชื่อพี่ณัฐ เรียกพี่เขาดีๆ หน่อยค่ะ"
โห่ ปกป้องเสียด้วย…
เสี่ยเอกนึกกระแทกแดกดันล้อมเดือนอยู่ในใจ จากที่กำลังหงุดหงิดอยู่แล้วยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดมากกว่าเดิม แต่เมื่อเห็นสีหน้าของล้อมเดือนที่แสดงออกว่าเริ่มไม่พอใจกับสรรพนามที่เขาเรียกชายคนนั้นก็ทำให้เขาเป็นฝ่ายยอมอ่อนข้ออย่างไม่รู้ตัว
"เออๆๆ นั่นแหละ มันเป็นใคร?"
"เขาเป็นพี่ชายข้างบ้านหนู"
พี่ชายข้างบ้าน? ถ้าอย่างนั้นก็เท่ากับว่าทั้งสองคนอาจจะสนิทกันอย่างนั้นหรือ?
"สนิทกัน? "
"ก็ระดับนึงค่ะ"
ล้อมเดือนตอบตามความเป็นจริง เมื่อก่อนเธอกับณัฐพลสนิทกันมากเพราะโตมาด้วยกันแม้ว่าเขาจะอายุมากกว่าเธอสามปี แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาเริ่มห่างเหินกันก็ตอนที่ณัฐพลต้องไปเรียนมหาลัยที่กรุงเทพ จากนั้นทั้งคู่ก็พลาดเจอกันมาโดยตลอดแต่เพิ่งมีโอกาสได้เจอกันก็ครั้งนี้ที่บังเอิญณัฐพลกลับมาดูแลบ้านพอดี แต่เขาก็อยู่แค่ระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่วันเท่านั้นเมื่อหมดวันลาก็กลับไปทำงานที่กรุงเทพเช่นเดิม
"แล้วทำไมถึงมากับมันได้?"
เสี่ยเอกยังไม่เลิกถามซอกแซก ล้อมเดือนแอบถอนหายใจแต่ก็ไม่รอดพ้นจากสายตาเสี่ยเอกอยู่ดี
เรียวคิ้วเข้มกระตุกเบาๆ กับปฏิกิริยาที่เขาไม่เคยเห็นจากล้อมเดือนมาก่อน
มะ เมื่อกี้หนูล้อมถอนหายใจใส่เขาอย่างนั้นหรือ!
"หนูกับพี่ณัฐมาดูที่ดินค่ะ"
ล้อมเดือนตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ เธอไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปกปิดเรื่องที่ดินนี้เป็นความลับแต่อย่างใด แต่ที่ผ่านมาที่เธอไม่เคยบอกกับเสี่ยเอกนั่นก็เป็นเพราะเธอมองว่าเขาคงไม่ได้สนใจเรื่องหยุมหยิมของเธอก็เท่านั้นเอง แต่ดูเหมือนว่าล้อมเดือนจะคิดผิดเมื่อเสี่ยเอกดูสนใจขึ้นมา
"ที่ดิน?"
"ค่ะ"
"ที่ดินตรงไหน?"
ขอเลยนะ...ขออย่าให้เป็นที่ดินที่เดียวกับที่เขาต้องการเลย!
"ก็ตรงที่เรากำลังยืนอยู่นี่ไงคะ ที่ดินของหนู"
เวร...เวรจริงๆ
ที่ดินตั้งเยอะตั้งแยะ เธอมาซื้ออะไรตรงนี้!
เสี่ยเอกถึงกับหลับตาแน่นสูดอากาศหายใจเข้าเต็มปอดพยายามสงบจิตสงบใจก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง
"หนูไปซื้อที่ดินตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมเสี่ยไม่รู้"
"ซื้อไว้เมื่อสองปีก่อนแล้วค่ะ"
ตอนนั้นที่ดินตรงนี้ยังราคาไม่แพงและเธอก็มีเงินเก็บเพียงพอสำหรับราคาที่ดินผืนนี้ ทันทีที่รู้ว่าเจ้าของประกาศขายเธอจึงไม่ลังเลควักเงินเก็บก้อนแรกของตัวเองไปซื้อที่ดิน ซึ่งเธอได้มาในราคาดีและตอนนี้ที่ดินตรงนี้ก็อัปราคาขึ้นหลายเท่าแล้วเพราะมันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เริ่มมีชื่อเสียงแล้ว
"ถ้าที่ดินตรงนี้เป็นของหนู หนูขายให้เสี่ยได้ไหม?"
เสี่ยเอกที่รู้ว่าที่ดินตรงนี้เป็นของล้อมเดือนก็คิดว่าคงเข้าทาง เขาเองก็อยากได้ที่ดินผืนนี้เพราะคณิตาต้องการกว้านซื้อที่ดินบริเวณใกล้ๆ เพื่อสร้างรีสอร์ต เขาที่เป็นนายหน้าจึงไม่ลังเลเจรจาต่อรองกับล้อมเดือน
หากล้อมเดือนขายที่ดินตรงนี้ เธอก็จะได้กำไรอื้อซ่า ส่วนเขาก็จะได้เงินค่านายหน้าเช่นกัน
"เสี่ยจะเอาที่ดินตรงนั้นไปขายต่อให้กับผู้หญิงคนนั้นเหรอคะ?"
"ใช่ หนูจะขายเท่าไหร่เรียกมาได้เลย"
เสี่ยเอกปรับเปลี่ยนสีหน้า เขายิ้มหว่านล้อมและคิดว่าอย่างน้อยล้อมเดือนก็ต้องยอมขายที่ดินผืนนี้ให้เขาแน่ๆ เหมือนกับที่เธอเคยยอมเขาไปเสียทุกอย่าง ทว่าครั้งนี้คำตอบของล้อมเดือนกลับผิดคาด...
"หนูไม่ขาย"
รอยยิ้มบนใบหน้าเสี่ยเอกเลือนหาย เรียวคิ้วเข้มขมวดเป็นปมอย่างไม่เข้าใจ
"ทำไมถึงไม่ขาย เสี่ยให้หนูเรียกราคาได้ตามพอใจเลยนะ"
"หนูจะทำโฮมสเตย์"
ครั้งนี้เสี่ยเอกหัวเราะขำให้กับความคิดของล้อมเดือน แต่ท่าทางนั้นกลับสร้างความขุ่นเคืองใจให้กับล้อมเดือนไม่น้อย
ปกติแล้วเธอไม่ใช่คนที่จะโกรธอะไรง่ายๆ แต่ครั้งนี้เธอกำลังจะโกรธเขาที่กล้ามาหัวเราะในสิ่งที่เธอกำลังจะลงมือทำ
"หนูสู้รีสอร์ตของเขาไม่ไหวหรอกนะ รู้ไหมว่าคุณตามีแพลนจะทำรีสอร์ตหรูบนดอย"
เสี่ยเอกที่กำลังหัวเราะพลันหยุดชะงักนิ่งไปเมื่อเห็นว่าล้อมเดือนมีใบหน้าเรียบตึงเป็นครั้งแรก อีกทั้งแววตาก็ดูเฉยชาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เขาใจหายแต่ก็ทำทีเป็นมองไม่เห็นสายตานั้นของเธอ
"ลูกค้าเสี่ยจะทำอะไรมันเรื่องของเขา แต่ที่ดินตรงนี้หนูไม่ขาย"
ล้อมเดือนยอมรับว่าตอนนี้เธอโมโหเสี่ยเอกมากที่เขากล้ามาหว่านล้อมเธอให้ขายที่ดินตรงนี้แทนที่เขาจะไปหว่านล้อมลูกค้าของเขาให้ไปซื้อที่ดินตรงอื่นแทน แล้วอีกอย่างที่เธอไม่ขายที่ดินตรงนี้ก็เป็นเพราะว่าเธอมีเหตุผลของตัวเองเช่นกัน
พื้นที่ตรงนี้เคยของเพื่อนพ่อมาก่อน ในตอนนั้นพ่อเธอขออนุญาตเพื่อนเพื่อมากางเต็นท์และมันก็ได้กลายเป็นสถานที่ที่เธอมีความทรงจำกับพ่อ
หลายครั้งที่เขาหอบหิ้วเธอให้มานอนกางเต็นท์ดูดาวด้วยกันเพราะที่นี่ตอนกลางคืนดาวสวยมากและเธอก็ไม่อยากให้สถานที่ในความทรงจำนี้เป็นของคนอื่น
ในตอนที่รู้ว่าเจ้าของที่ดินตรงนี้จะขาย เธอจึงเป็นคนแรกที่ถามซื้ออย่างไม่ลังเลและเธอก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะทำอย่างไรกับสถานที่แห่งนี้ อย่างไรเธอก็ไม่ขายแน่นอน
"เสี่ยให้หนูสามเท่าของราคาที่หนูซื้อมา"
เสี่ยเอกยังไม่ละความพยายาม แต่ล้อมเดือนก็ส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมกับเดินหนีเขาออกมาแต่ก็ยังไม่วายถูกตามมาติดๆ ก่อนที่ตัวเธอจะถูกคว้าแขนเอาไว้จนต้องหันกลับไปหาเขาอีกครั้ง
"ห้าเท่า เสี่ยให้ห้าเท่าเลย!"
ล้อมเดือนสูดอากาศหายใจเข้าปอดอย่างข่มกลั้น เธอเพิ่งรู้ว่าเสี่ยเอกทำตัวน่ารำคาญก็วันนี้
"จะสิบเท่ายี่สิบเท่าหนูก็ไม่ขายค่ะ"
ล้อมเดือนสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของเสี่ยเอก เธอบอกเขากลับไปด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดหนักแน่นและนี่ก็เป็นครั้งแรกเช่นกันที่เสี่ยเอกเห็นมุมหัวแข็งของล้อมเดือน
เขารู้ว่าเธอกำลังโมโหและโกรธเขาแล้วจึงเลือกที่จะยอมถอยออกมาก่อน เอาไว้เธอใจเย็นเมื่อไหร่เขาค่อยเกลี้ยกล่อมเธออีกครั้งก็ยังไม่สาย
"โอเคๆ เสี่ยไม่เซ้าซี้แล้วก็ได้ แต่ถ้าหากสนใจอยากขายที่ดินตรงนี้ก็บอกเสี่ยแล้วกัน"
"…"
นอกจากล้อมเดือนจะไม่ตอบแล้วเธอยังส่ายหน้ามองเขาด้วยแววตาผิดหวังและเดินจากไปพร้อมกับณัฐพลที่รีบกล่าวลาคณิตาเมื่อเห็นว่าล้อมเดือนกำลังเดินกลับมา
==========================
#ทุบหลังอีเสี่ยหน่อยค่ะพี่ๆ