::
::
"ตกลงล้อมจะขายที่ดินตรงนั้นหรือเปล่า?"
ณัฐพลถามล้อมเดือนเมื่อทั้งสองคนขึ้นมานั่งบนรถแล้ว คนถูกถามเงยหน้าขึ้นจากการคาดเบลล์ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ
"ไม่ขายค่ะ ล้อมอยากทำโฮมสเตย์ตรงนี้"
ณัฐพลที่ได้ยินคำตอบนั้นจากล้อมเดือนเกิดโล่งใจขึ้นมา ก่อนหน้านี้ตอนที่นั่งทานข้าวด้วยกันล้อมเดือนบอกกับเขาว่าต้องการจ้างเขาให้ออกแบบโฮมสเตย์อีกทั้งยังต้องการผู้รับเหมาที่ไว้ใจได้และถ้าหากเป็นไปได้เธอต้องการให้เขาทำทั้งหมด
"ถ้าพี่ณัฐทำงานให้ล้อม จะไม่ส่งผลกระทบถึงบริษัทที่พี่ทำงานด้วยใช่ไหมคะ?"
ล้อมเดือนค่อนข้างกังวลเรื่องนี้เพราะณัฐพลทำงานภายใต้บริษัทแห่งหนึ่งที่กรุงเทพ เธอจึงกลัวว่าหากเขารับงานอื่นอาจจะทำให้เขามีปัญหาในภายหลัง
"ไม่ต้องห่วงเลย บริษัทพี่ใจกว้างน่ะสามารถรับงานนอกได้"
ณัฐพลพูดยิ้มๆ เหมือนว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ หรือต่อให้มีปัญหาจริงๆ เขาก็สามารถพูดคุยกับทางบริษัทได้ ในเมื่อบริษัทนั้นมีพ่อแม่เขาเป็นเจ้าของ เพียงแต่ล้อมเดือนไม่เคยรู้เท่านั้นเองว่าพ่อแม่เขาเปิดกิจการรับเหมาที่กรุงเทพฯ
"ได้ยินอย่างนั้นล้อมก็สบายใจหน่อยค่ะ พี่ณัฐสามารถเริ่มงานได้วันไหนคะ?"
"ใจร้อนหรือไงเราน่ะ?"
ณัฐพลหยอกเย้า แต่ก็พอจะทำให้คนที่ตึงเครียดรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาบ้างก่อนจะพยักหน้ารับ
"ค่ะ ต้องรีบสร้างหน่อย เดี๋ยวมีคนสร้างรีสอร์ตแซงหน้า"
ณัฐพลเองก็พอจะรู้จากคณิตาแล้วว่าถ้าหากล้อมเดือนยอมขายที่ดิน พื้นที่ตรงนี้จะถูกสร้างเป็นรีสอร์ตหรูนั่นเท่ากับว่าพวกต้นไม้ในละแวกรอบข้างจะถูกตัดโล่งเตียน ซึ่งตรงข้ามกับความต้องการของล้อมเดือนที่ต้องการสร้างโฮมสเตย์โดยไม่ตัดต้นไม้แต่อย่างใด
เธอต้องการสร้างเป็นหลังเล็กๆ เหมาะสำหรับคู่รัก แต่ก็จะมีโฮมสเตย์บางหลังที่สร้างใหญ่ขึ้นเหมาะสำหรับครอบครัวหรือพักแบบกลุ่มไม่เกินหกคน
หากถามณัฐพลว่าเขาอยากร่วมงานกับใครระหว่างล้อมเดือนกับคณิตา แน่นอนว่าเขาต้องเลือกล้อมเดือนอยู่แล้วเพราะเขาเองก็เกิดและเติบโตที่นี่ย่อมต้องอยากอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้เอาไว้
"พี่สามารถเริ่มงานให้ล้อมตอนนี้เลยก็ได้นะ ถ้าล้อมต้องการ"
ระหว่างที่ล้อมเดือนพูดคุยกับ 'คนรู้จัก' เขาก็อาศัยจังหวะนั้นวัดพื้นที่คร่าวๆ และถ่ายรูปหน้างานเอาไว้แล้ว ฉะนั้นเขาจึงพร้อมเริ่มงานสุดๆ
"ถ้าอย่างนั้นพี่ณัฐก็เริ่มได้เลยค่ะ"
"รับบัญชาครับเจ้านาย"
ล้อมเดือนหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจกับสถานะที่ณัฐพลมอบให้ อารมณ์คุกรุ่นของล้อมเดือนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เลือนหายไปจนสิ้น
ในขณะเดียวกันอีกทางด้านหนึ่งของเสี่ยเอกนั้นเขาก็คิดไม่ตกว่าจะซื้อที่ดินผืนนี้ต่อจากล้อมเดือนอย่างไร
"น้องคนนั้นไม่ยอมขายที่ดินให้เหรอคะ?"
"ครับ"
เสี่ยเอกไม่ปฏิเสธเพราะท่าทีของล้อมเดือนที่แสดงออกนั้นมันชัดเจนอยู่แล้วว่าเธอไม่ยอมขายง่ายๆ อีกทั้งเห็นเธอมีท่าทีกรุ่นโกรธเช่นนั้นเขาก็ไม่อยากเซ้าซี้เธอให้ผิดใจกันไปมากกว่านี้เพราะแค่นี้เขาก็ไม่สบายใจจะแย่แล้ว!
"ผมแนะนำที่ดินทำเลทองที่อื่นให้ดีกว่าไหมครับ?"
เสี่ยเอกหาทางออกให้กับทั้งสองฝ่าย เขายื่นข้อเสนอเป็นที่ดินทำเลทองที่ใหม่แก่คณิตาแต่ดูเหมือนว่าเธอจะพอใจที่ดินผืนนี้มาก
"ไม่เอาค่ะ ตาต้องการที่ดินผืนนี้ ไม่ว่าจะต้องซื้อมาราคาเท่าไหร่ตาก็จะเอา"
คณิตามีนิสัยอยากได้ต้องได้ อะไรที่เธอพึงพอใจแล้วเธอไม่มีทางปล่อยไปง่ายๆ
"เสี่ยเอกช่วยไปพูดกับคนรู้จักให้อีกครั้งได้ไหมคะ? บอกกับเธอว่าเรียกเท่าไหร่ก็ได้ค่ะ ตายอมจ่าย"
คณิตาใช้ลูกไม้ออดอ้อนเสี่ยเอกหวังว่าอีกฝ่ายจะช่วยเธอโดยไม่สนใจสีหน้าลำบากใจของเสี่ยเอกเลย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ตกปากรับคำเธอไปเสียแล้ว
"ผมจะลองไปคุยดูอีกครั้งครับ"
::
::
เสี่ยเอกขับรถกลับมาที่ตัวเมืองเชียงใหม่ในเย็นวันนั้น เขาส่งคณิตาถึงบ้านเธออย่างปลอดภัยจากนั้นเขาก็มาที่บ้านพ่อก่อนจะเห็นว่าน้องชายทั้งสองคนอย่างไม้โทและไม้ตรีก็อยู่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตา
"ทำไมทำหน้าเหมือนคนอมตีนอย่างนั้นวะ?"
ตรัยถามลูกชายกวนๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเดินเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าบูดบึ้ง คำพูดแซะนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากน้องๆ ทั้งสองคนที่เห็นด้วยกับพ่อทว่าคนถูกแซวกลับขำไม่ออก
"ผมเครียดอะพ่อ"
"มึงเครียดอะไร?"
ตรัยหยุดขำเมื่อเห็นว่าสีหน้าของลูกชายคนโตดูเคร่งเครียดจริงๆ อย่างที่พูด
"ตอนนี้ผมมีปัญหาเรื่องที่ดินนิดหน่อย"
เสี่ยเอกตั้งใจไว้ว่าจะมาปรึกษาพ่อเขาเรื่องนี้เหมือนกันเพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะทำอย่างไรดี
"ที่ดินตรงไหน?"
"ก็ตรงดอย...ที่อำเภอ...นั่นไง"
"ทำไม เจ้าของที่ไม่ยอมขายหรือไง?"
"ใช่"
อำเภอที่ลูกชายบอกตรัยรู้ได้ทันทีว่าอยู่ตรงบริเวณไหน อีกทั้งยังมีดอยและสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอยู่ด้วยจึงไม่แปลกที่ที่ดินตรงนั้นอยากมีคนจับจอง
"หนูตาไม่สู้ค่าที่ดินเหรอ?
ตรัยคาดเดาแต่เขารู้ว่าระดับลูกสาวเพื่อนไม่น่าใช่คนขี้ตืด ทว่ามันเกิดปัญหาอะไรล่ะ?
"คุณตาเขาสู้ราคา แต่เจ้าของที่ดินยืนกรานว่าไม่ขาย"
"เขาไม่ยอมขายทั้งที่รู้ว่ามึงเป็นใครน่ะเหรอ?"
เสี่ยเอกเกือบจะพูดออกไปแล้วว่าเขากับเธอรู้จักกันดีทุกซอกทุกมุมเชียวล่ะ! แต่เพิ่งมีวันนี้นี่แหละที่เขาเห็นล้อมเดือนในมุมที่ไม่รู้จักเป็นครั้งแรก!
ในขณะเดียวกันตรัยที่คิดต่างจากลูกชายก็ยอมรับว่าครอบครัวเขามีชื่อเสียงและอำนาจในเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงอยู่มากโข บางคนที่รู้ว่าเขาต้องการซื้อที่ดินถึงกับเร่ขายให้เขาทั้งนั้นเพราะรู้ว่าเขาไม่เอาเปรียบอย่างแน่นอน แต่ทำไมคนที่ไอ้ลูกชายพูดถึงมันถึงไม่ยอมขายที่ดินให้ง่ายๆ ล่ะ?
"ครับ ไม่ขาย"
"มึงเสนอราคาให้เขากี่เท่า?"
"ก็เท่าที่เรียก เสนอให้สามเท่าห้าเท่าก็ไม่เอา"
"ถ้าอย่างนั้นคงต้องใช้ไม้แข็ง"
"ยังไง?"
ตรัยเอนหลังพิงพนักโซฟาด้วยท่าทีสบายๆ แม้กระทั่งตอนพูดก็พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย
"ข่มขู่ บังคับ"
ทว่าเป็นเสี่ยเอกที่ยอมรับคำแนะนำนี้จากผู้เป็นพ่อไม่ได้
"จะบ้าเหรอพ่อ! เจ้าของที่ดินเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ! ผมไม่ใช่วิธีป่าเถื่อนอย่างนั้นกับผู้หญิงหรอกนะ!"
และที่สำคัญเธอยังเป็นอีหนูในดวงใจของเขาด้วย! เขาไม่ยอมให้ใครก็ตามมาข่มขู่หรือบังคับอีหนูของเขาเด็ดขาด!
"โธ่ ทำมาพูด! ตอนมึงอยากได้ที่ดินเจ๊กิมเมียเฮียเม้ง มึงยังข่มขู่เขาเลยเถอะ! ทีกับคนนี้มึงบอกว่าไม่ใช่วิธีป่าเถื่อน!"
สิ่งที่ตรัยพูดเป็นความจริง ครั้งหนึ่งเขาเคยบังคับข่มขู่เจ๊กิมจริงๆ และไม่ใช่แค่เธอคนเดียวด้วย แต่ถึงเขาจะข่มขู่เขาก็จ่ายค่าที่ดินให้อย่างสมน้ำสมเนื้อ แล้วอีกอย่างเขาไม่ได้ทำร้ายร่างกายใครด้วย! ก็แค่ข่มขู่เท่านั้นเอง!
รู้ว่าตัวเองป่าเถื่อนแต่ก็ไม่คิดจะใช้วิธีนั้นกับล้อมเดือนหรือว่าเขาต้องหาวิธีอื่นแล้ววะ?
==========================
#ว้ายยย เมียไม่ยอมขายที่ดินค่าาา แกมันไม่ได้สำคัญเท่าที่ดินย่ะ!!!