บทที่ 7 [2/2]

1662 Words
:: :: "ผมไปล่ะ มีนัดกับล้อมเอาไว้" เสี่ยเอกบอกลากับพ่อพร้อมทั้งเอ่ยชื่ออีหนูออกมาเต็มปากเต็มคำเป็นครั้งแรกทั้งที่ผ่านมาเขาไม่เคยหลุดชื่ออีหนูออกจากปากเลยสักครั้ง ตรัยเห็นว่าลูกชายมีนัดจึงไม่ได้เอ่ยขัดอะไรก่อนจะโบกมือไล่กลายๆ และหันมาสนใจเด็กดริ้งสาวสวยข้างกาย สองพี่น้องไม้โทกับไม้ตรีก็เพียงแค่พยักหน้ารับเท่านั้น จากนั้นก็หันไปคุยเรื่องสัพเพเหระกันต่อ มีเพียงเสี่ยเอกที่เดินออกจากโต๊ะเพื่อไปยังห้องส่วนตัวที่นัดหมายกับล้อมเดือนก่อนหน้านี้ ทันทีที่เข้ามาในห้อง อาหารหลายอย่างก็ถูกสั่งเตรียมเอาไว้แล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารที่เขาชื่นชอบและตรงโซฟาทรงตัวยูก็มีล้อมเดือนมานั่งรอเขาอยู่ก่อนแล้วเช่นกัน "รอนานหรือเปล่า?" เสี่ยเอกทิ้งกายนั่งลงข้างๆ ล้อมเดือน เขาดึงเธอเข้ามาหอมแก้มฟอดใหญ่ตามความเคยชินก่อนจะสังเกตเห็นว่าวันนี้ล้อมเดือนใส่ชุดเดรสสีครีมที่รัดรึงไปกับร่างกายอรชรของเธอ เส้นผมนุ่มสลวยเหยียดตรงถูกปล่อยลงกลางหลัง ใบหน้าที่ปกติก็เฉียวคมอยู่แล้วถูกแต่งแต้มขับให้ดูสวยสะกดตายิ่งกว่าเดิม เสี่ยเอกปฏิเสธไม่ได้เลยว่าวันนี้ล้อมเดือนสวยมากจริงๆ "อยากดื่มไหมคะ? เดี๋ยวหนูสั่งเครื่องดื่มให้" "เอาสิ" ก่อนหน้านี้เขาดื่มมากับพ่อและน้องชายแม้จะรู้สึกกรึ่มๆ เล็กน้อยแต่ก็ยังดื่มได้อีก ตลอดระยะเวลาที่นั่งทานอาหารด้วยกันนานเกือบหนึ่งชั่วโมง เสี่ยเอกโอบกอดล้อมเดือนไม่ยอมปล่อยให้เธอห่างจากตัว ภายในห้องส่วนตัวนี้ไม่มีใครนอกจากเธอกับเขาจึงทำให้เขาปฏิบัติตัวกับเธอราวกับว่าเขาอยู่ที่คอนโด เสี่ยเอกทั้งหอมแก้มทั้งจูบล้อมเดือนอย่างเอาแต่ใจ ในขณะเดียวกันล้อมเดือนก็ยังคงทำหน้าที่อีหนูได้เป็นอย่างดี เธอออดอ้อนและเอาอกเอาใจเสี่ยเอกแต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้จะเอาใจเขามากเป็นพิเศษจนเสี่ยเอกอดกระเซ้าถามไม่ได้ "ทำไมวันนี้หนูเอาใจเสี่ยเก่งอย่างนี้ล่ะ? อยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า? " เสี่ยเอกเป็นสายเปย์ แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเปย์ใครหนักเท่ากับล้อมเดือนมาก่อน เขากระชับเอวคอดล้อมเดือนแน่นขึ้น แทบจะอุ้มเธอให้ขึ้นมานั่งบนตักอยู่แล้วหากล้อมเดือนไม่ขืนตัวเองเอาไว้ก่อน "หนูไม่ได้จะอ้อนเอาอะไรค่ะเสี่ย แต่หนูมีเรื่องจะคุยกับเสี่ย" ล้อมเดือนที่ก่อนหน้านี้เคยออดอ้อนเขาพลันเปลี่ยนเป็นยิ้มบางเบาแปลกตาให้กับเสี่ยเอก เธอค่อยๆ ดันแผงอกเขาให้ออกห่างแต่ท่าทางนั้นของเธอกลับทำให้เสี่ยเอกรับรู้ได้ถึง ‘ความผิดปกติ’ ที่เกิดขึ้น "จะคุยอะไรเหรอ? " "หนูอยากจะขอเลิกเป็นเด็กเลี้ยงเสี่ยค่ะ" "แค่กๆๆๆ!!! " เสี่ยเอกที่กำลังจิบบรั่นดีอยู่ถึงกับสำลักขึ้นมาทันทีและเมื่อตั้งสติได้ก็หัวเราะขำขันเมื่อคิดว่าล้อมเดือนล้อเล่น "ฮ่าๆๆ ล้อเล่นอะไรกันอย่างนี้ล่ะหนู เสี่ยใจหายหมดเลย คราวหลังไม่เล่นอย่างนี้อีกแล้วนะ" ทว่ารอยยิ้มบางเบาที่ไม่ได้เลือนหายจากใบหน้าล้อมเดือนทั้งยังไม่ปริปากพูดแก้ตัวนั้นเริ่มทำให้เสียงหัวเราะของเสี่ยเอกจางหายและสีหน้าก็เริ่มเปลี่ยนไป "หนะ หนูพูดจริงเหรอ? " เสี่ยเอกถามอีกครั้งอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ล้อมเดือนที่เขาเลี้ยงดูมาสามปีน่ะหรือต้องการเลิกเป็นอีหนูของเขา? ไม่จริงน่า… "พูดจริงๆ ค่ะ หนูขอบคุณนะคะที่ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาเสี่ยดูแลหนูเป็นอย่างดี" ล้อมเดือนยกมือขึ้นขอบคุณเสี่ยเอก ใบหน้าของเธอไม่มีร่องรอยล้อเล่นแต่อย่างใดอีกทั้งยังไม่แสดงถึงความเสียใจหรือเสียดายเลยแม้แต่น้อยราวกับช่วงระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาไม่มีความหมายอะไรกับเธอเลย ต่างจากเสี่ยเอกที่เกิดใจหายขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ตั้งแต่เข้าวงการเลี้ยงอีหนูมา เขาเคยเจออีหนูหลากหลายประเภท หลายคนเคยบอกกับเขาตรงๆ เช่นกันว่าต้องการเลิกเป็นอีหนูของเขาแล้วพร้อมกับหยิบยกเหตุผลต่างๆ ซึ่งเขาก็ไม่เคยรั้งเอาไว้เมื่อเธอเหล่านั้นอยากจะไป แต่สำหรับล้อมเดือนแล้ว…เขากลับรู้สึกว่าไม่อยากปล่อยเธอไป เธอไม่มีการส่งซิกซ์เตือนอะไรเขาทั้งนั้น ที่ผ่านมาเธอทำตัวเป็นปกติกับเขามาก แต่จู่ๆ ก็มาบอกว่าต้องการเลิกเป็นอีหนูของเขา แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เขาตกใจได้อย่างไร "เราพูดคุยกันก่อนได้นะ ไหนบอกเสี่ยมาซิ้ว่าทำไมหนูถึงอยากเลิกเป็นเด็กเลี้ยงเสี่ย หรือว่าทุกๆ เดือนที่ผ่านมาเสี่ยให้หนูน้อยเกินไปเหรอ? " เสี่ยเอกมั่นใจว่าในบรรดาเสี่ยๆ ทั้งภาคเหนือที่เลี้ยงอีหนูทั้งหลายนั้นเขาเป็นเสี่ยที่สปอร์ตมากกว่าใครๆ เขาให้เงินเดือนเธอหลักแสน โดยเฉพาะล้อมเดือนที่เขาให้มากกว่าอีหนูคนไหนด้วยซ้ำ แต่ทำไมเธอถึงต้องการเลิกเป็นอีหนูของเขาล่ะ? เขาไม่เข้าใจ… "หนูอยากมีครอบครัวค่ะเสี่ย" "…" เหตุผลนั้นทำเอาเสี่ยเอกถึงกับพูดอะไรไม่ออก เขาเพิ่งรู้ว่าความต้องการของเธอช่างตรงกันข้ามกับความต้องการเขาอย่างสิ้นเชิง นี่คือเหตุผลที่เธอต้องการเลิกเป็นอีหนูของเขาสินะ… "แต่ตอนนี้หนูก็ไม่มีใครไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงไม่เป็นเด็กเลี้ยงเสี่ยต่อไปล่ะ? เอาไว้มีแฟนแล้วค่อยเลิกก็ได้นี่" เสี่ยเอกยังคงพูดเกลี้ยกล่อมล้อมเดือน แต่คำตอบที่ได้กลับทำให้เขานิ่งงันไป "ถ้าไม่เลิกกับเสี่ย หนูคงไปเริ่มต้นใหม่กับใครไม่ได้หรอก เสี่ยบอกเองไม่ใช่เหรอคะว่าห้ามหนูคบหรือคุยกับผู้ชายคนอื่นตราบใดที่ยังเป็นเด็กเลี้ยงเสี่ยอยู่" ใช่ เป็นเขาที่บอกกับล้อมเดือนอย่างนั้นเอาไว้ตั้งแต่แรก แต่พอถึงเวลาที่เธอจะไปจริงๆ เขากลับลืมกฎข้อนั้นเสียเองและเขาก็ถึงขั้นยอมให้เธอละเมิดกฎข้อนั้นอย่างที่ไม่เคยยอมให้ใครมาก่อน ทั้งที่ในใจไม่ได้อยากให้เธอเลิกเป็นอีหนูของเขาเลย แต่เพราะตอนนี้สมองเขามันเบลอไปหมดเพราะถูกบอกเลิกอย่างไม่ทันตั้งตัวจึงทำให้หาเหตุผลรั้งเธอเอาไว้ไม่ได้เลย ท้ายที่สุดปากจึงพูดออกไปตรงข้ามกับใจ… "ได้สิ ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้เจอคนดีๆ นะ" เสี่ยเอกกัดริมฝีปากด้านในอย่างไม่รู้ตัว เขามองล้อมเดือนที่ยกมือไหว้เขาอีกครั้งพร้อมกับส่งรอยยิ้มมุมปากบางเบา "ขอบคุณเสี่ยเอกมากนะคะสำหรับช่วงเวลาดีๆ ตลอดสามปีที่ผ่านมา ล้อมก็ขอให้เสี่ยเอกเจอคนที่รักนะคะ" ล้อมเดือนหวังว่าในสักวันหนึ่งเขาจะเจอคนที่รักเสียที แต่ก็คิดว่านั่นน่าจะเป็นเรื่องที่ยากพอสมควรเพราะแม้แต่เสี่ยเอกเองก็ยังหัวเราะขำออกมา "หนูก็รู้ว่าทำไมเสี่ยถึงมีแต่อีหนู" รู้สิ ต้องรู้อยู่แล้วว่าคนอย่างเสี่ยเอกจะไม่มีวันเอาเมียอย่างแน่นอน เพราะอย่างนั้นเธอจึงไม่เคยคาดหวังว่าเขาจะยกเธอขึ้นเป็นเมียแต่อย่างใด เสี่ยเอกเป็นคนห่วงชีวิตความโสด กลัวการถูกผูกมัดเพราะอย่างนั้นที่ผ่านมาเขาถึงเลี้ยงแต่อีหนูตามความพึงพอใจตัวเอง เพราะเธอรู้ว่าเขาเป็นคนเช่นนั้นจึงไม่คิดฝืนดันทุรังคบกับเขาอีกต่อไป สามปีมันเพียงพอแล้วล่ะที่เธอจะอยู่ในสถานะที่เป็นแค่คนในความลับของเขา ล้อมเดือนเคยคิดว่าสักวันหนึ่งก็ต้องเลิกรากับเขา แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นวันนี้… ก่อนหน้านี้เธอได้ยินที่เสี่ยเอกพูดกับพ่อและพี่น้องของเขาตอนที่นั่งดื่มว่าเขาจะไม่มีวันเอาเมียและเธอก็ไม่มีวันที่จะได้เป็นตัวจริงของเขา เธอจะเป็นได้เพียงแค่อีหนูที่เขาเลี้ยงดูเอาไว้ด้วยเงิน... ล้อมเดือนยอมรับว่าตอนที่ได้ยินเขาพูดอย่างนั้นเธอรู้สึกเสียใจมาก เพราะเธอมีความรู้สึกที่ถลำลึกกับเขาไปแล้วจึงรู้สึกเจ็บปวดเป็นธรรมดา แต่เพราะทำใจไว้แล้วจึงคิดว่าถึงเวลาที่เธอต้องจบสถานะเด็กเลี้ยงของเขาเสียที ล้อมเดือนอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะที่เธอคือผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่มีพันธะใดๆ กับใครและเธอก็หวังว่าจะมีใครสักคนหนึ่งที่ยอมรับเธอและกล้าคบหากับเธออย่างเปิดเผย... ล้อมเดือนจะไม่จมปลักอยู่กับเสี่ยเอก เธอรักเขาก็จริงแต่ก็ใช่ว่าจะไม่ให้โอกาสตัวเองได้พบเจอคนใหม่ๆ เสียหน่อย "พรุ่งนี้ล้อมจะขนของออกจากคอนโดนะคะ" นั่นคือประโยคสุดท้ายที่ล้อมเดือนบอกกับเสี่ยเอกก่อนจะเดินจากไปและเธอก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าได้พรากเอารอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเขาจากไปด้วย... ========================== #หนูล้อมนักล่ารอยยิ้ม 😂
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD