"เฮีย เฮียโว้ยยย ตื่นได้แล้วโว้ยยย!"
เสียงปลุกของไม้โทน้องชายคนกลางและแรงตบหน้าเบาๆ ทำให้คนที่นอนหลับอยู่สะดุ้งตื่นพร้อมกับเด้งตัวลุกนั่ง เสี่ยเอกมองซ้ายมองขวาก่อนจะสังเกตเห็นว่าเขายังอยู่ที่เลาจ์และยังอยู่ที่โต๊ะตัวเดิม
เมื่อคืนนี้หลังจากที่แยกกับล้อมเดือนแล้วเขาก็กลับมานั่งดื่มเหล้ากับพ่อและน้องชายทั้งสองคนต่ออีกครั้ง เสี่ยเอกไม่รู้ตัวเลยว่าเขาดื่มหนักมากแค่ไหน จำได้เพียงแค่ว่าดื่มจนภาพตัดไปเท่านั้นและมารู้สึกตัวก็ตอนนี้ที่น้องชายมาปลุก
"กี่โมงแล้ววะ?"
"สี่โมงเย็นแล้ว หนักหัวฉิบหายเลย"
ไม้โทกุมขมับและนวดเบาๆ อาการพะอืดพะอมที่เกิดขึ้นทำให้เขารู้ตัวเลยว่าอยู่ในอาการแฮงค์อย่างแน่นอนเพราะเมื่อคืนเขานั่งดื่มเป็นเพื่อนพี่ชายที่ดื่มเหล้าเยอะเหมือนคนอกหักจนถึงหกโมงเช้า
หลายครั้งถามถึงสาเหตุว่าเพราะอะไรถึงดื่มเยอะขนาดนี้ แต่พี่ชายก็ไม่ยอมบอกกระทั่งดื่มจนเมาและหลับไป ครั้นจะกลับบ้านก็ไม่ไหวทั้งพี่ทั้งน้อง สุดท้ายจึงนอนกองกันที่โซฟาของเลาจ์เพราะหอบสังขารกลับไม่ไหว
"ฉิบหายแล้ว! จะทันไหมวะเนี่ย!"
จู่ๆ คนที่เพิ่งตื่นก็เกิดอาการร้อนรนขึ้นมา เสี่ยเอกขยับตัวว่องไวเกินไปทั้งที่ยังแฮงค์อยู่ทำเอาเขาเกือบจะล้มหน้าทิ่ม โชคดีที่ไม้ตรีมันตื่นขึ้นมาพอดีแล้วเอาเท้ายันอกเขาเอาไว้ ทำให้เขารอดพ้นจากการเอาหน้าฟาดโต๊ะได้อย่างหวุดหวิด
"แล้วนั่นเฮียรีบไปไหน?" ไม้ตรีถาม
"กูจะกลับบ้าน! ใครจะกลับพร้อมกูก็รีบๆ ลุกตามมา!"
ไม้ตรีกับไม้โทโบกมือไล่พี่ชายที่ดูรีบร้อนผิดปกติ สภาพสองพี่น้องคนกลางกับคนเล็กไม่น่าไหวหากต้องนั่งรถเสี่ยเอกกลับบ้านตอนนี้มีหวังอ้วกแตกแน่ๆ
"หรือกูจะไม่อาบน้ำดีวะ?"
เสี่ยเอกขึ้นมานั่งบนรถ เขาลองยกแขนขึ้นและดมตามเนื้อตัวตัวเองก่อนจะเบ้หน้าเมื่อรับรู้ได้ถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่างกลิ่นเหล้าที่ผสมปนเปไปกับกลิ่นน้ำหอมที่ยังติดทน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ไปเจอล้อมเดือนในสภาพเละเทะและยังสวมใส่ชุดเดิมแน่ๆ
เมื่อคิดได้อย่างนั้นเสี่ยเอกจึงรีบกลับบ้านเขาในทันใดและทำเวลาให้เร็วที่สุดเพราะล้อมเดือนบอกกับเขาว่าจะย้ายออกจากคอนโดวันนี้ ซึ่งเขาก็อยากจะเจอเธออีกครั้งแม้ว่าตอนนี้สถานะระหว่างเขากับเธอจะเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม
เสี่ยเอกใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว เขาแทบจะไม่สนใจผมที่ยังเปียกชื้นด้วยซ้ำก่อนจะรีบบึ่งรถมาหาล้อมเดือนที่คอนโด โชคดีที่เข้าห้องมาแล้วยังได้ยินเสียงก๊อกๆ แก๊กๆ ของคนที่กำลังเก็บของบ่งบอกว่าเธอยังไม่ไป
เสี่ยเอกเพิ่งสังเกตเห็นว่าข้าวของของล้อมเดือนนั้นไม่ได้มีเยอะเลย เธอเก็บของใส่ลังกระดาษแค่สองลังเท่านั้นและคาดว่าน่าจะมีกระเป๋าลากใบเขื่องอีกหนึ่งใบที่เป็นของเธอ
เสี่ยเอกเดินเข้ามาในห้องนอนเงียบๆ มองดูล้อมเดือนที่กำลังพับเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นและเห็นเขาพอดีโดยไม่มีท่าทีตกใจแต่อย่างใด
"หนูล้อมไม่จำเป็นต้องย้ายออกก็ได้นะ คอนโดนี้เสี่ยยกให้หนูแล้ว จำไม่ได้เหรอ?"
เสี่ยเอกยกคอนโดนี้ให้เธอแล้ว เท่ากับว่ามันเป็นของเธอแต่ล้อมเดือนกลับไม่คิดอย่างนั้น
"จำได้ค่ะ หนูว่าจะคุยเรื่องนี้กับเสี่ยอยู่พอดี คือหนูขอคืนคอนโดนี้ให้เสี่ยนะคะ ที่ผ่านมาเสี่ยให้หนูมาเยอะมากแล้วค่ะ"
เสี่ยเอกเกิดอาการรู้สึกจี๊ดๆ ในอก แต่ก็คิดว่ามันเป็นเพียงแค่อาการใจหายเท่านั้นที่ล้อมเดือนกำลังจะบินออกจากอ้อมอก เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เขาจะมีอาการเช่นนี้เพราะเธอคืออีหนูที่อยู่กับเขามานานที่สุด
"ถ้าไม่อยู่ที่คอนโดนี้แล้วหนูจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ?"
"หนูจะกลับไปอยู่กับย่าค่ะ"
เสี่ยเอกใจชื้นขึ้นมาแต่มันก็แค่เล็กน้อยเท่านั้นเมื่อรู้ว่าอย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ย้ายไปไหนไกล แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังนึกห่วงเรื่องการเรียนของเธอหากจะต้องย้ายไปอยู่กับย่าที่ต่างอำเภอ
เขารู้ว่าเธอจะต้องขับรถเข้าเมืองนานถึงสองชั่วโมงเพราะอย่างนั้นจึงอดห่วงไม่ได้หากเธอต้องขับรถไปกลับเช่นนั้นทุกวัน
"แล้วเรื่องเรียน..."
"สัปดาห์หน้าก็สอบปลายภาคแล้วค่ะ ถึงตอนนั้นหนูก็แค่มาสอบค่ะ"
ตอนนี้หลายวิชาปิดคอร์สสอนแล้วจึงไม่ต้องเข้าเรียนอีก ตอนนี้เหลืออย่างเดียวที่ล้อมเดือนยังต้องมาทำธุระในเมืองนั่นคือการสอบปลายภาค ซึ่งก็อีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้าและมันไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอเลย
เธอก็แค่ต้องตื่นเช้าหน่อยเผื่อเวลาเดินทางสักนิดหนึ่งก็เท่านั้นเอง...
"แล้วถ้าหาก...เสี่ยเหงา เสี่ยไปเที่ยวหาหนูได้ไหม?"
มึงถามอะไรออกไปเนี่ยไอ้เอก!
เสี่ยเอกเกิดนึกอยากตบปากตัวเองขึ้นมาที่ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองเป็นอะไรกันแน่ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมกำลังทำตัวผิดวิสัยตัวเองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"อย่างเสี่ยน่ะเหรอคะจะเหงา? อีกไม่นานเสี่ยก็มีอีหนูคนใหม่แล้วค่ะ"
ล้อมเดือนหัวเราะออกมาได้ง่ายๆ ราวกับว่าเธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำพูดหยอกล้อนั้นของตัวเอง ทว่ากลับเป็นเสี่ยเอกเสียอีกที่เกิดหดหู่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก แต่ถึงอย่างนั้นก็ฝืนยิ้มให้ล้อมเดือนเหมือนไม่รู้สึกอะไรเช่นกัน
"นั่นน่ะสิ เดี๋ยวเสี่ยคงต้องหาอีหนูคนใหม่มาย้อมใจสักคนสองคนหน่อยแล้ว"
ล้อมเดือนไม่ได้ตอบอะไรกลับมานอกจากเพียงแค่ยิ้มเท่านั้น จากนั้นก็หยัดตัวขึ้นเมื่อเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางเรียบร้อยแล้ว
เสี่ยเอกเห็นว่าล้อมเดือนมีลังหลายใบจึงอาสาช่วยเธอขนของ แม้ว่าเธอจะไม่รับคอนโดของเขาแต่เธอก็รับรถมินิคาร์ที่เขาเคยซื้อให้เมื่อตอนที่เธอเพิ่งเป็นอีหนูเขาใหม่ๆ
ลังกระดาษทั้งสองใบและกระเป๋าเดินทางถูกยัดใส่ในรถเรียบร้อยแล้ว ล้อมเดือนยืนฝั่งประตูรถในขณะที่เสี่ยเอกยืนอยู่ข้างเธอ
"หนูไปแล้วนะคะ เสี่ยดูแลตัวเองดีๆ นะคะ"
ใบหน้าล้อมเดือนยังคงประดับด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม เสี่ยเอกอยากถามว่าเธอยิ้มออกได้อย่างไรทั้งที่ในใจเขามันกำลังถูกบีบรัดอย่างรุนแรง
ล้อมเดือนกล่าวลาเขาเพียงแค่นั้นก็หันมาเปิดประตูรถ แต่ยังไม่ทันจะขึ้นรถเธอก็ถูกดึงตัวเข้าไปสวมกอดอย่างไม่ทันตั้งตัว
"ดูแลตัวเองดีๆ เหมือนกันนะ แล้วถ้าหากว่างก็แวะมาหากันได้นะ เสี่ยยังคงต้อนรับหนูเสมอ"
เสี่ยเอกยอมรับว่าเขาไม่อยากให้ล้อมเดือนหายไปจากวงจรชีวิต เขายังอยากติดต่อกับเธอ อยากรู้ว่าหากกลับไปถึงบ้านแล้วเธอจะทำอะไรต่อ อยากรู้ว่าชีวิตของเธอที่ไม่มีเขาแล้วมันเป็นเช่นไรบ้าง แต่ทว่าความจริงมันก็ได้ตอกย้ำเขาให้รู้ตัวว่าสิ่งเหล่านั้นเขาไม่อาจทำกับเธอได้แล้ว
"ล้อมต้องออกเดินทางแล้วค่ะเสี่ย"
ล้อมเดือนตบแผ่นหลังกว้างของเสี่ยเอกเบาๆ เธอค่อยๆ ดันตัวออกห่างเมื่อถึงเวลาที่เธอต้องออกเดินทางแล้วเพราะไม่อยากถึงบ้านมืดค่ำ
"ขับรถดีๆ ถ้าเป็นไปได้ถึงบ้านแล้วช่วยส่งข้อความมาบอกเสี่ยด้วยนะ"
เสี่ยเอกยื่นใบหน้าทำท่าจะจูบหน้าผากล้อมเดือนที่ถอยใบหน้าออกห่างทันควันและนั่นก็ทำเอาเขาชะงักนิ่งงันไปก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอออกมาเมื่อเพิ่งรู้ตัวว่าพลั้งเผลอทำอะไรตามความเคยชิน
"โทษที เสี่ยลืมตัว"
"ไม่เป็นค่ะ หนูไปแล้วนะคะ"
ล้อมเดือนยังคงพูดจาอ่อนหวานและยิ้มให้กับเขาเหมือนไม่ได้ถือโทษอะไรที่เขาเผลอตัวจนเกือบจะทำอะไรเดิมๆ ตามความเคยชิน
ประตูรถถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของล้อมเดือนที่ขึ้นไปนั่งบนรถ เธอสตาร์ตรถเฉกเช่นทุกครั้งแต่เสี่ยเอกกลับรู้สึกว่าเสียงสตาร์ตรถในครั้งนี้มันทำให้ใจเขาเกิดบีบรัดตัวอย่างรุนแรงอย่างไรก็ไม่อาจทราบได้ โดยที่เขาก็ไม่รู้ว่าอาการเช่นนี้มันคืออะไรแต่ล้อมเดือนเป็นอีหนูคนแรกที่ทำให้เขารู้สึกเช่นนี้…
เสี่ยเอกมองท้ายรถมินิคาร์ที่เคลื่อนห่างไปเรื่อยๆ ด้วยกระบอกตาร้อนผ่าว จู่ๆ ก็รู้สึกว่าอารมณ์ตัวเองกำลังดำดิ่งอย่างไรก็ไม่รู้ แต่ก็คิดเพียงว่ามันเป็นแค่อาการใจหายเท่านั้นและเขายังคงปลอบใจตัวเองเช่นเดิมว่า…
อีกไม่นานอาการเหล่านี้ก็คงจะหายไปเอง…
==========================
#ยัง ยังไม่รู้ตัวอีกกก 555555555555 ไปกันต่ออออออ