ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก อีหนูคนใหม่ถึงกับมึนงงที่จู่ๆ เธอก็ถูกเสี่ยเอกถีบจนกระเด็นก่อนจะถามเขาด้วยความตกใจ
"สะ เสี่ยถีบทรายทำไมคะ!"
อย่าว่าแต่อีหนูที่ตกใจเพราะเสี่ยเอกก็ตกใจในการกระทำของตัวเองเช่นกัน
เขาไม่คิดที่จะถีบผู้หญิงตรงหน้าแต่ปฏิกิริยาของเท้ามันไปเองจริงๆ ราวกับว่าร่างกายเขามันต่อต้านสัมผัสจากคนอื่นที่ไม่ใช่ล้อมเดือน
เกิดหวงตัวอะไรขึ้นมาตอนนี้! ทั้งที่เมื่อก่อนก*******วไม่เคยได้พัก! เหอะ!
เสี่ยเอกนึกค่อนแคะตัวเองอยู่ในใจ ถ้าไม่คิดว่าเป็นร่างกายของตัวเองเขาคงกระโดดถีบไปแล้วอย่างนึกหมั่นไส้
ไอ้ร่างกายดัดจริต! ทำมาเป็นหวงตัวไม่ดูเวล่ำเวลา!
"ขอโทษนะ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"
เสี่ยเอกที่ได้สติถามคนโดนถีบแต่ไม่ได้เข้าไปช่วยอีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าเธอหยัดตัวนั่งเองได้
"ไม่เป็นไรค่ะ แค่ปวดหลังนิดหน่อย แต่ทรายทำต่อได้นะคะ"
เออ อีหนูคนนี้ใจมันได้จริงๆ ทั้งที่โดนถีบจนปลิวเสียขนาดนั้นแต่ใจมันก็ยังสู้ ทว่ากลับเป็นเขาเองที่เกิดไม่อยากทำอะไรขึ้นมาแล้ว
"ไม่ต้องทำแล้ว"
"ทะ ทำไมคะ? เสี่ยเอกไม่พอใจทรายตรงไหนบอกได้เลยนะคะ ทรายพร้อมปรับเปลี่ยนได้เสมอค่ะ"
เธอเคยเป็นเด็กเลี้ยงของเสี่ยคนอื่นมาแล้วสามคน แม้แต่ละคนจะรับเลี้ยงแค่ไม่กี่เดือนแต่เธอก็มีประสบการณ์เรื่องเอาอกเอาใจไม่น้อย ทั้งยังเป็นเด็กดริ้งของเลาจ์จึงมีสกิลออดอ้อนเช่นกัน แต่ดูเหมือนว่าสกิลพวกนั้นจะใช้กับเสี่ยเอกไม่ได้เสียอย่างนั้น
"ไม่ได้เป็นที่เธอหรอก เป็นที่ฉันเอง"
"มะ หมายความว่ายังไงคะ?"
เขาไม่อยากทำเรื่องอย่างว่ากับคนอื่นน่ะสิ! เพียงแค่หญิงสาวคนอื่นที่ไม่ใช่ล้อมเดือนมาแตะเขาก็นึกรำคาญแล้ว!
นี่เขาเป็นอะไรกันแน่เนี่ย!
"ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องรู้ รับเช็กนี่ไปสิ ถือว่าเป็นค่าเสียเวลากับค่าทำขวัญ"
"ละ แล้วทรายจะได้เจอเสี่ยอีกเมื่อไหร่คะ?"
"ไม่มีครั้งต่อไป ออกไปได้แล้ว"
แม้จะนึกเสียดายที่เธอไม่อาจรวบหัวรวบหางเสี่ยเอกได้อย่างที่ตั้งใจ แต่เมื่อมองดูจำนวนเงินในเช็กหลักหมื่นก็พอจะทำให้เธอพึงพอใจได้บ้างก่อนจะเอ่ยลาเขาอีกครั้งและยอมออกจากห้องแห่งนี้แต่โดยดีทิ้งให้เสี่ยเอกนั่งถอนหายใจอย่างคนคิดไม่ตก
"หรือกูต้องไปหาหมอวะ? หัวใจกูต้องมีปัญหาแน่ๆ!"
::
::
เสี่ยเอกเผลอนอนหลับตรงโซฟากลางห้องนั่งเล่น เขาตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นเวลาห้าโมงเย็นแล้ว ทั้งที่ลืมตาตื่นแล้วแต่ก็ยังไม่ขยับตัวลุก ดวงตาที่ปรับโฟกัสได้แล้วกวาดมองรอบๆ ตัวและนั่นก็ทำให้เขาเห็นภาพของล้อมเดือนกำลังทำกิจกรรมต่างๆ ราวกับว่าเธอยังไม่ไปไหน
หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาตั้งแต่ล้อมเดือนเลิกเป็นอีหนูและคืนคอนโดเขาก็ไม่ได้มาที่นี่อีกเลย
เสี่ยเอกรู้ตัวว่าหากกลับมาแล้วเขาต้องเอาแต่นึกถึงล้อมเดือนอย่างแน่นอน กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอยังคงลอยว่อนอยู่ในอากาศแม้ว่ามันจะบางเบาไปแล้วก็ตาม แต่ทว่าภาพของเธอเมื่อตอนที่ยังอยู่ที่นี่กลับชัดเจนไม่เลือนหาย...
เอาอีกแล้ว...หัวใจเขามันรู้สึกเจ็บอีกแล้ว
อาการอย่างนี้ปล่อยไว้ไม่ได้...อย่างน้อยก็ต้องไปหาหมอเพื่อตรวจสุขภาพเสียหน่อย
::
::
เสี่ยเอกเลือกมาโรงพยาบาลเอกชนที่ดีที่สุด แม้ตอนนี้จะเป็นเวลาหกโมงเย็นแล้วแต่ก็ยังมีหมอประจำแผนกที่เข้าเวรอยู่ เขาจึงไม่ลังเลที่จะให้หมอตรวจอาการหัวใจโดยใช้โปรแกรมที่ดีที่สุดของทางโรงพยาบาลแห่งนี้และรอเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้นก็ทราบผลตรวจแล้ว
"จากผลตรวจ หมอดูแล้วนะคะ ทุกอย่างปกติดีค่ะ หัวใจคุณยังแข็งแรงดีค่ะ"
คุณหมอวัยสี่สิบบอกกับเสี่ยเอกที่อยากจะให้หมอตรวจดูหัวใจของเขาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ฟังผลตรวจแล้วแต่เขารู้สึกว่าผลตรวจน่าจะผิดพลาด
"ผลตรวจผิดหรือเปล่าครับหมอ? ช่วยตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งได้ไหม ผมเจ็บตรงหัวใจจริงๆ นะหมอ"
"หมอเลือกโปรแกรมตรวจละเอียดที่ดีที่สุดให้แล้วค่ะ ผลตรวจที่นี่แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์"
เพราะเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ดีที่สุด หมอจึงมั่นใจในผลตรวจและเธอเองก็เป็นหมอเฉพาะทางหัวใจมานานกว่าสิบปีแล้วจึงคิดว่าตัวเองไม่น่าตรวจผิดพลาดแต่อย่างใด
"แต่หลายวันมานี้ผมเจ็บหัวใจมากเลยครับหมอ แน่ใจแล้วเหรอครับว่าผมจะไม่เป็นอะไร?"
คุณหมอก้มหน้าลงเพียงนิดเพื่อมองชายตรงหน้าลอดแว่นตาก่อนจะสังเกตดูเขาให้ชัดๆ อีกครั้ง
อืม...หน้าตาหล่อเหลาดีอยู่หรอก แต่ใบหน้าหมองคล้ำและดูซูบโทรมเหมือนคนอดหลับอดนอนมาหลายวัน
"ถ้าอย่างนั้นหมอขอสอบถามอะไรเพิ่มเติมหน่อยได้ไหม? "
"ครับ"
เมื่อได้รับคำอนุญาตแล้วคุณหมอวัยสี่สิบก็ถอดแว่นออกวางลงบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นก็หันไปเปิดลิ้นชักข้างโต๊ะพร้อมกับหยิบ…
ไพ่ยิปซี?
เท่านั้นยังไม่พอหมอยังสับไพ่ยิปซีด้วยความชำนาญทั้งยังโชว์การลากไพ่ลงกลางโต๊ะในรวดเดียวโดยที่ไพ่อยู่ในสภาพเรียงตัวสวย!
นี่มันอะไรกัน? หมอเปิดสำนักหมอดูกลางห้องตรวจก็ได้หรือ!
"เลือกมาสามใบ"
"เอ่อ…ได้เหรอหมอ? "
เสี่ยเอกยังนิ่งอึ้งไม่หาย มิติใหม่ของการตรวจ? หรือเป็นบริการเสริมเพื่อความสบายใจของผู้ตรวจ?
"เร็วๆ เวลามีจำกัด"
"ผมเลือกใบนี้ ใบนี้แล้วก็ใบนี้"
ไหนๆ ก็ถลำมาถึงขั้นแล้วเสี่ยเอกก็ชี้นิ้วลงบนไพ่สามใบอย่างจำใจ เขาเองก็ไม่รู้ตัวเช่นกันว่าตัวเองมาถึงจุดที่นั่งดูไพ่ยิปซีได้อย่างไร
คุณหมอที่เปลี่ยนบทบาทมาเป็นแม่หมอชั่วขณะนั้นหงายไพ่ใบที่เสี่ยเอกเลือกก่อนจะร้องอุทานออกมาเบาๆ เมื่อเธอพบต้นตอสาเหตุอาการปวดใจของเสี่ยเอกแล้ว
"โอ๊ะ ที่แท้ก็อกหักนี่เอง"
"ห้ะ?"
เสี่ยเอกถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ เขาไม่รู้หรอกว่าไพ่ที่แม่หมอเปิดมีความหมายว่าอะไร แต่หมอกลับบอกว่าเขาอกหัก? ซึ่งมันไม่น่าจะเป็นไปได้ในเมื่อเขาไม่ได้รักชอบใครเสียหน่อย
"ผมจะอกหักได้ยังไงหมอผมไม่ได้คบหากับใครนะ?"
แม่หมอหรี่ตามองเสี่ยเอกพร้อมกับเปิดไพ่ใบที่สองก่อนจะเคาะที่ไพ่เบาๆ ราวกับรู้ว่าเกิดอะไร
"เรียกว่าคบไม่ได้หรอก เพราะในไพ่มันบอกว่าเป็นสถานะคลุมเครือน่ะ ลองคิดดูดีๆ ว่าที่ผ่านมาได้คุยกับใครหรือเปล่า? แต่ความรู้สึกของฝ่ายหนึ่งก็ชัดเจนนะ"
เป็นอีกครั้งที่เสี่ยเอกชะงักนิ่งไป เขาไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยแม้แต่น้อยใบหน้าของล้อมเดือนก็โผล่ขึ้นมา ช่วงสามปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนไหนเลยนอกจากล้อมเดือนคนเดียวเท่านั้น
แม่หมอกำลังจะบอกว่าเขาอกหักจากล้อมเดือนอย่างนั้นหรือ? เป็นไปได้หรือ? เขาเนี่ยน่ะหรืออกหักจากผู้หญิง? มิหนำซ้ำคนคนนั้นยังเป็นเพียงอีหนูที่เขาเลี้ยงดูไม่คิดจริงจังอะไรด้วยซ้ำ
ในขณะที่เสี่ยเอกกำลังสับสนในความรู้สึกตัวเองอยู่นั้น แม่หมอก็ไม่รอช้าที่จะเปิดไพ่ใบสุดท้ายขึ้นมาและคำทำนายสุดท้ายก็ทำให้เสี่ยเอกไม่อยากยอมรับตัวเอง ทว่าก็ไม่รู้ว่าจะปฏิเสธเช่นไรกับความรู้สึกซับซ้อนที่เกิดขึ้นตลอดหลายวันมานี้
"คุณกำลังรักผู้หญิงคนหนึ่ง แต่มันเป็นอาการรักเขาไม่รู้ตัว"
==========================
#แม่หมอก็มาาาาา