จุดเริ่มต้นการเป็นเด็กเลี้ยงของเสี่ยเอกนั้นเริ่มต้นเมื่อสามปีก่อน...
ล้อมเดือนมีปัญหาทางบ้าน ปัญหานั้นคงไม่พ้นเรื่องเงินจึงทำให้เธอกระเสือกกระสนหาเงินเพื่อมาใช้หนี้หลายล้านแทนแม่ที่เอาบ้านของพ่อไปจำนองกับเจ้าหนี้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยมหาโหด
แม้บ้านหลังนี้จะอยู่อำเภอห่างไกลจากในเมืองนับร้อยกิโลแต่ถึงอย่างนั้นกลับเป็นบ้านที่อยู่ในละแวกสถานที่ท่องเที่ยวหลักของจังหวัดเชียงใหม่
สภาพอากาศมลพิษทางอากาศแทบจะไม่มีเพราะรายล้อมด้วยภูเขาและยังเป็นอำเภอที่อากาศดีเกือบทั้งปียกเว้นก็ตอนเผาป่าที่ทำให้บรรยากาศย่ำแย่แต่มันก็แค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น
หลังจากที่แม่ตัวดีสร้างเรื่องเสร็จก็หนีหายเข้ากลีบเมฆ ทิ้งภาระให้ล้อมเดือนต้องใช้หนี้งกๆ จนเธอต้องดรอปเรียนมหาลัยถึงหนึ่งปีเพื่อทำงานหาเงินไถ่ถอนบ้าน แต่หนี้สินมันก็ไม่หมดง่ายๆ เพราะดอกเบี้ยที่โหดเกินไป
ต่อให้ล้อมเดือนทำงานหาเงินหนักมากแค่ไหนแต่ก็เหมือนกับว่านั่นเป็นเพียงดอกเบี้ยที่จ่ายในแต่ละเดือนเท่านั้นเพราะต้นแทบจะไม่ลดเลย
ล้อมเดือนเคยคิดที่จะทิ้งบ้านหลังนี้ให้เจ้าหนี้ยึดให้จบๆ ไปแต่เพราะ 'ย่าดาว' วัยหกสิบไม่ยอมจึงทำให้เธอไม่มีทางเลือกทั้งที่เธอพยายามคุยกับย่าหลายครั้งแล้ว แต่ก็ได้คำตอบกลับมาเช่นเดิม
'ถ้าขายบ้านไปแล้วไอ้หมอกมันกลับมาไม่เจอใครจะทำยังไงล่ะ!'
ย่าดาวกลัวว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจะกลับมาจากทำงานที่ต่างอำเภอไม่เจอใครหากขายบ้าน โดยที่ท่านหลงลืมไปว่าแท้จริงแล้วลูกชายที่พูดถึงนั้นได้ตายจากไปเมื่อห้าปีก่อน
ครั้งหนึ่งล้อมเดือนเคยบอกความจริงกับย่าดาวไปแล้วว่าพ่อเธอเสียไปนานแล้วทำเอาย่าดาวเสียใจถึงกับหมดสติไปและนับตั้งแต่นั้นมาเรื่องเสียชีวิตของพ่อเธอจึงกลายเป็นเรื่องต้องห้ามที่ไม่มีใครพูดถึงอีก
ย่าดาวเป็นอัลไซเมอร์เพราะอย่างนั้นในบางครั้งก็ยังคิดว่าลูกชายยังมีชีวิตอยู่ เธอยืนกรานว่าจะไม่ย้ายออกจากบ้านหลังนี้เด็ดขาด ล้อมเดือนเองก็ไม่กล้าบอกเหตุผลว่าเพราะอะไรถึงจะไม่อยู่ที่บ้านหลังนี้ เธอกลัวว่าย่าดาวจะโมโหลูกสะใภ้จนเลือดขึ้นหน้าที่แอบเอาโฉนดที่ดินไปจำนองและนั่นก็อาจจะทำให้ย่าดาวล้มป่วยได้หากรู้ความจริง ยิ่งร่างกายย่าดาวในช่วงหลังๆ มานี้ก็ป่วยออดๆ แอดๆ ด้วยตามประสาโรคภัยของคนแก่
"กลับมาจากโรงเรียนแล้วเหรอหลานย่า!"
ย่าดาวตะโกนถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเมื่อเห็นว่าหลานสาวเพียงคนเดียวเดินเข้ามาในบ้าน ทั้งที่ล้อมเดือนไม่ได้ใส่ชุดนักเรียนด้วยซ้ำแต่ย่าดาวก็ยังจะถามราวกับว่ามันเป็นความเคยชิน
ล้อมเดือนที่เคยดูออดอ้อนฉอเลาะเสี่ยเอกแตกต่างจากล้อมเดือนในเวลานี้ที่ส่งยิ้มถึงดวงตาก่อนจะสวมกอดย่าดาวที่เดินมารับหลานถึงหน้าบ้านด้วยความคิดถึงหลังจากที่ไม่ได้เจอหน้ากันนานกว่าหนึ่งสัปดาห์
"หนูบอกย่าหลายครั้งแล้วนะคะว่าตอนนี้หนูเรียนมหาลัยแล้ว"
ล้อมเดือนแกล้งกระเง้ากระงอดย่าดาวที่เหมือนจะเพิ่งนึกออกในสิ่งที่หลานสาวพูดก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ
"เร้อะ! ย่าลืมอีกแล้วเร้อะ! ช่างมันเถอะๆ เข้าบ้านๆ ย่าทำวุ้นเย็นฝอยทองของโปรดให้หลานด้วยนะ!"
ย่าดาวจูงมือหลานสาวเข้าบ้าน ท่านดูตื่นเต้นที่จะได้เอาวุ้นเย็นฝอยทองให้หลานสาวกิน แต่เมื่อเปิดตู้เย็นกลับไม่เจอวุ้นเย็นที่ว่าซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ 'พี่ปลา' เดินเข้ามาในครัวพอดี
"ยัยปลา! วุ้นเย็นที่ฉันทำให้หลานอยู่ไหน! แกแอบกินไปแล้วใช่ไหม!"
คนที่ถูกกล่าวหาส่ายหน้าพรืด "ปลาไม่ได้กินนะคะ ย่าดาวคงลืมว่าทำวุ้นเย็นเอาไว้แน่ๆ เลยค่ะ"
ปลาเป็นแม่บ้านวัยสามสิบห้าปีที่ถูกจ้างมาเพื่อดูแลย่าดาวโดยเฉพาะ เธอถอนหายใจอย่างอ่อนใจในขณะที่ล้อมเดือนเองก็คิดว่าย่าดาวคงหลงลืมเหมือนกัน ความทรงจำของท่านมักจะมาๆ หายๆ หรือไม่ก็จำสลับวันเวลากันมั่วซั่วไปหมด
อย่างครั้งนี้ก็คงจะลืมคิดว่าตัวเองทำวุ้นเย็นฝอยทองเอาไว้ให้เธอแน่ๆ ถึงได้หันไปกล่าวโทษพี่ปลาว่าแอบกินวุ้นเย็นเมื่อหามันไม่เจอเพราะมันไม่มีตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก
"ไม่เป็นไรค่ะย่า หนูมีเวลาเหลืออีกหลายชั่วโมง เรามาทำวุ้นเย็นกินด้วยกันดีไหมคะ?"
ได้ผลชะงัดเมื่อย่าดาวหันมาพยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้นให้กับหลานสาวตัวเองที่จูงมือคนสูงวัยให้มาจัดเตรียมอุปกรณ์ทำวุ้นเย็นด้วยกัน
"ย่าทำบัวลอยไข่หวานด้วยดีกว่า"
อาชีพเดิมของย่าดาวคือแม่ค้าทำขนมหวาน เธอทำขนมหวานได้ทุกแขนงทั้งยังอร่อยมากด้วย แม้จะเลิกขายขนมหวานมาเป็นยี่สิบปีแล้วแต่ฝีมือกลับไม่เคยตกเลยแม้แต่นิดเดียว
เมื่อก่อนอร่อยอย่างไรตอนนี้ก็ยังคงอร่อยอย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง
สองย่าหลานช่วยกันทำบัวลอยไข่หวานพร้อมทั้งพูดคุยกันเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งล้อมเดือนที่เห็นว่าบัวลอยไข่หวานได้ที่แล้วจึงเอ่ยขอย่าดาวด้วยรอยยิ้ม
"ย่าดาว หนูขอเอากลับไปกินด้วยนะคะ"
"ตักไปเยอะๆ เลย เอาไปฝากเจ้านายด้วยสิ เห็นบอกว่าเขาชอบไม่ใช่เหรอ? อย่าลืมเอาวุ้นไปด้วยนะ"
ย่าดาวไม่ใช่คนขี้งกออกจะใจดีด้วยซ้ำ ท่านไม่ลืมนึกถึงเจ้านายของหลานสาวที่เคยบอกว่าเขาชอบขนมหวานฝีมือตน ยิ่งมีคนบอกว่าชอบขนมหวานที่เธอทำ เธอก็ยิ่งใจดีกับคนคนนั้นแม้ว่าจะไม่เคยเห็นหน้าเจ้านายที่หลานสาวพูดถึงก็ตาม
"หนูเอาไปเผื่อแล้วค่ะ"
ล้อมเดือนตักบัวลอยไข่หวานใส่ถุงรวมถึงแบ่งวุ้นเย็นออกมาใส่กล่องเรียบร้อยแล้ว
"เอาไว้วันหยุดนี้หนูจะมาหาย่าใหม่นะ"
ตอนนี้ถึงเวลาที่เธอต้องกลับเข้าเมืองเสียทีหลังจากที่ใช้เวลากับย่าดาวมานานหลายชั่วโมง แต่ดูเหมือนว่าย่าดาวจะยังไม่อยากให้หลานสาวกลับไปตอนนี้จึงอดงอแงไม่ได้ตามประสาคนเหงาที่อยากให้หลานมาอยู่ใกล้ตัว
"คืนนี้นอนกับย่าที่บ้านไม่ได้เหรอ?"
ใจจริงล้อมเดือนก็อยากจะนอนที่บ้านนี้แต่เพราะพรุ่งนี้มีเรียนเช้าและด้วยระยะทางที่ไกลจากมหาลัยถึงสองร้อยกิโลทำให้เสียเวลากับการเดินทางนานถึงสองชั่วโมงเพราะถนนที่คดเคี้ยวไปมา ล้อมเดือนจึงเลือกที่จะกลับไปนอนคอนโดเพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องตื่นเช้าตั้งแต่ไก่โห่ไปมหาลัย
"หนูสัญญาเลยว่าวันหยุดนี้จะมานอนกับย่าค่ะ แต่ตอนนี้ขอกอดก่อนกลับได้ไหมคะ? "
ย่าดาวพยักหน้ารับอย่างจำใจก่อนจะดึงหลานสาวเข้ามาสวมกอดอย่างอาลัยอาวรณ์
ก่อนที่ล้อมเดือนจะขับรถออกจากบ้านเธอกำชับกับพี่ปลาเรื่องดูแลย่าดาวดีๆ ให้ท่านทานยาให้ครบมื้อตามหมอสั่งซึ่งพี่ปลาก็ตกปากรับคำอย่างดี
"ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะพี่จะดูแลคุณย่าอย่างดี น้องล้อมเถอะขับรถกลับดีๆ ล่ะ ถึงแล้วส่งข้อความบอกพี่ด้วยนะ"
ปลาบอกกับล้อมเดือนด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายต้องขับรถกลับร่วมสองชั่วโมงในช่วงเวลาดึกดื่นเช่นนี้
"รับทราบค่ะ ล้อมกลับแล้วนะคะ"
หลังจากที่ล้อมเดือนร่ำลาพี่ปลาแล้วเธอก็ขับรถมุ่งกลับคอนโดและเมื่อจอดรถถึงที่หมายแล้วก็ไม่ลืมส่งข้อความบอกอีกฝ่ายตามที่ตกลงกันไว้
ตอนนี้เป็นเวลาเกือบห้าทุ่มแล้ว ไม่แปลกหากเธอจะรู้สึกอ่อนล้าจนอยากทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ล้อมเดือนตั้งใจว่าจะอาบน้ำและเข้านอนเลยเพราะพรุ่งนี้มีเรียนเช้า แต่ทว่าเมื่อเปิดประตูห้องความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ปะทะใบหน้าและไฟที่เปิดสว่างโร่ทำเอาเธอชะงักนิ่งไปก่อนจะเห็นว่าภายในห้องนั่งเล่นมีใครบางคนกำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่และเขาก็หันกลับมามองเธอด้วยแววตาเจือหงุดหงิด
"ไปไหนมา? ทำไมกลับดึกดื่นอย่างนี้?"
===========================
#อย่าๆๆๆ ลูกสาวฉันไม่เคยก้าวก่ายในชีวิตแก แกก็อย่ามาก้าวก่ายในชีวิตลูกสาวฉันนน