"ไอ้เอก นั่นมึงจะรีบไปไหน? "
‘ตรัย’ อดีต ส.ส.วัยเกือบเจ็ดสิบปีถามลูกชายคนโตหลังจากที่เพิ่งทานมื้อเย็นเสร็จหมาดๆ ใช้เวลาด้วยกันยังไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำไอ้ลูกชายคนโตมันก็ลุกขึ้นทำท่าเหมือนจะออกจากบ้านไปเสียแล้ว
"มีธุระด่วนน่ะพ่อ"
เสี่ยเอกก็อ้างไปเรื่อย ความจริงแล้วเขารีบกลับไปหายาหยีที่คอนโดต่างหาก อยากไปนัวเนียเธอสักกรุบสองกรุบให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย แต่ข้อเสนอของพ่อก็ทำให้เขาสนใจไม่น้อย
"ว่าจะชวนไปเลาจ์สักหน่อย ร่างกายกูมันต้องการสตรี แต่ถ้าไม่ว่างกูไปกับไอ้โทไอ้ตรีก็ได้"
ไอ้โทกับไอ้ตรีที่ตรัยพูดถึงคือลูกชายคนกลางกับคนเล็กที่ตอนนี้กำลังแต่งตัวอยู่ในห้อง
เสี่ยเอกเกาหว่างคิ้วตัวเองเบาๆ นึกลังเลว่าจะเอาอย่างไรดี แต่ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจไปเลาจ์กับพ่อและน้องชายทั้งสองคน
"ไปด้วยก็ได้ แต่อาจจะแค่แป๊บเดียวนะ"
"เออๆ แล้วแต่มึงเถอะจะกลับตอนไหน"
ตรัยไม่ขัดที่ลูกชายบอกว่าไปแต่ไม่นาน เมื่อตกลงกันเสร็จสรรพแล้วพ่อลูกทั้งสี่คนก็เดินทางมาถึงเลาจ์ดังในจังหวัดเชียงใหม่ตอนเวลาสามทุ่มกว่า
เลาจ์แห่งนี้มีเสี่ยเอกเป็นเจ้าของ มันเปิดมานานกว่าห้าปีแล้วและมันยังคงเป็นสถานบันเทิงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับนักท่องราตรี
แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นเลาจ์แต่ข้างในถูกแบ่งแยกโซนให้ลูกค้าเลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นห้องเอนเตอร์เทรนส่วนตัวเฉพาะกลุ่ม หรืออยากจะนั่งฟังเพลงตรงโซนโต๊ะหรือยืนเต้นหน้าเวทีดนตรีสดก็ได้เช่นกัน
เพราะมีความหลากหลายและบริการที่ดีบวกกับเป็นเลาจ์ที่คัดคุณภาพของคนจากเมมเบอร์ที่เปิดเอาไว้จึงทำให้เลาจ์แห่งนี้ดูมีระดับมากกว่าที่อื่นๆ
"เรียกเด็กดริ้งให้เสี่ยเอกเขาหน่อย"
ไม้โทวัยสามสิบสามปีบอกกับผู้จัดการที่รีบกุลีกุจอมาต้อนรับลูกค้ากิตติมศักดิ์ที่พ่วงตำแหน่งเจ้าของเลาจ์ด้วยท่าทีนอบน้อมตามที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี
"สักกี่คนดีครับคุณโท?"
"สักห้าหกคนก็แล้วกัน"
"ครับจะจัดเด็ดๆ ให้เลยครับ"
ผู้จัดการเลาจ์รีบจัดการตามที่ไม้โทเรียกร้องในทันทีจากนั้นก็เดินนำชายทั้งสี่คนไปยังห้อง VVIP ส่วนตัวที่พวกเขาใช้บริการเป็นประจำพร้อมกันนั้นหญิงสาวที่ถูกเรียกจำนวนหกคนก็เดินตามเข้ามาภายในห้อง
สาวๆ นั่งดริ้งที่นี่แม้จะนุ่งน้อยห่มน้อยเพราะเป็นงานบริการเอาใจและเอนเตอร์เทรนลูกค้าแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ค้าประเวณี ทว่าก็มีข้อยกเว้นถ้าหากแขกและสาวๆ ในร้านดีลกันนอกรอบเอาเองนั่นก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ของพวกเธอแต่ต้องไม่กระทำเรื่องอย่างว่าภายในเลาจ์เด็ดขาด
เมื่อก่อนเสี่ยเอกเองก็เป็นคนหนึ่งที่ดีลเด็กดริ้งเหล่านี้มาเป็นอีหนูของตัวเอง แต่หลังจากที่เขาดีลแล้วเขาก็ไม่เคยให้พวกเธอทำงานที่เลาจ์อีกเหมือนอย่างปัจจุบันนี้ล้อมเดือนไม่ได้ทำงานที่เลาจ์แห่งนี้อีกแล้วแลกกับการรับเงินเดือนจากเขาจำนวนหลักแสน
"สั่งแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน"
ไม้ตรีน้องชายคนเล็กสุดวัยสามสิบบอกกับพนักงานสาวที่รับออร์เดอร์อาหาร ซึ่งหน้าที่นั้นแตกต่างจากพนักงานดริ้งที่มีหน้าที่เอนเตอร์เทรนลูกค้าโดยเฉพาะ
"เสี่ยเอกขา รับเครื่องดื่มอะไรดีคะ?"
เด็กดริ้งตาโตนมใหญ่ผมยาวคนหนึ่งรีบกระแซะตัวเข้ามาเอาอกเอาใจเสี่ยเอกหวังว่าจะเข้าตาเขาที่อาจจะกลับมารับเลี้ยงอีหนู เพราะถ้าหากเป็นอย่างนั้นเธอก็จะสุขสบายไปอีกนาน แต่ความคิดฝันหวานเหล่านั้นกลับกระเด็นไปไกลเมื่อเธอถูกไล่ด้วยความรำคาญอย่างไม่คาดคิดว่าเสี่ยเอกจะทำอย่างนี้กับเธอ
"ถอยไปหน่อย มันร้อน"
เสี่ยเอกไม่ได้อ้างแต่ตอนนี้เขาร้อนจริงๆ แล้วอีกอย่างเขาก็รู้สึกว่าเด็กดริ้งช่างน่ารำคาญเสียจริง ผิดจากเมื่อก่อนที่เพียงแค่ออดอ้อนเสียงหวานและเรียกเขาเสี่ยคะเสี่ยขาเขาก็พร้อมจะทิปพวกเธอหนักๆ แล้ว แต่ตอนนี้แค่เข้ามานั่งใกล้ๆ เขาก็เกิดรำคาญขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
"เฮียไม่เอาเด็กเหรอ? "
ไม้โทถามพี่ชายด้วยความแปลกใจเมื่อพี่ชายไล่เด็กดริ้งออกไปห่างๆ ต่างจากทุกครั้งที่มักจะเลือกเด็กดริ้งก่อนใครด้วยซ้ำ
เสี่ยเอกวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะหลังจากที่ส่งข้อความหาล้อมเดือนว่าอีกประเดี๋ยวจะเข้าไปหาเธอที่คอนโด เขาตั้งใจอยู่ที่นี่ไม่นานอยู่แล้วแต่ที่มาก็เพราะอยากมาดูเลาจ์ด้วยตัวเองว่าทุกอย่างยังเรียบร้อยดีอยู่ไหม
"ไม่เอา พวกมึงเอาไปนั่งเลย"
คำปฏิเสธนั้นทำเอาทั้งพ่อและน้องชายทั้งสองคนต่างก็แปลกใจ ปกติแล้วไอ้เสี่ยเอกมือปลาหมึกมันเคยให้ข้างตัวว่างเสียที่ไหน ยิ่งสาวๆ คนไหนออดอ้อนฉอเลาะเก่งมันยิ่งชอบ ให้ทิปแต่ละครั้งหมดไปเป็นหมื่นมันก็เคยมาแล้ว แต่ช่วงเดือนหลังๆ มานี้ดูเหมือนว่าเสี่ยเอกจะไม่ค่อยระริกระรี้เรื่องเด็กดริ้งสักเท่าไหร่ทั้งที่เมื่อก่อนมันชอบนัวเนียเด็กดริ้งจะตาย
"เฮียอิ่มตัวแล้วเหรอวะ? "
ไม้ตรีอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้ ในบรรดาพี่น้องทั้งหมดเสี่ยเอกขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้ที่สุด เคยเลี้ยงอีหนูนับสิบคนในช่วงเวลาเดียวกันก็ทำมาแล้ว แม้ว่าช่วงสองสามปีหลังมานี้จะเลิกเลี้ยงอีหนูแล้วแต่ถึงอย่างนั้นยามที่มาเที่ยวเลาจ์ข้างกายก็ไม่เคยขาดหญิงเลยสักครั้ง
"ก็คงงั้นมั้ง?"
เสี่ยเอกไม่ปฏิเสธว่าช่วงนี้เขารู้สึกเบื่อกับเรื่องพวกนี้แล้วจริงๆ เขาไม่รู้หรอกว่าคนในวัยเดียวกันจะรู้สึกอย่างไร แต่เขาคิดว่ามันถึงคราวที่ตัวเองอยากใช้ชีวิตเรียบง่ายแล้ว
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเสี่ยเอกใช้ชีวิตหวือหวามาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องเซ็กซ์ที่เขาชอบมากเพราะอย่างนั้นจึงเลือกที่จะเลี้ยงอีหนูเอาไว้มากมายหลายคนเพื่อสนองความใคร่ของตัวเอง
ทว่านับจากวันที่มีล้อมเดือนเป็นอีหนูเขาก็เพิ่งรู้ว่าแท้จริงแล้วตัวเองก็สามารถมีเซ็กซ์กับคนคนเดียวได้โดยไม่รู้สึกเบื่อหน่ายและน่าแปลกที่ล้อมเดือนเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขายังไม่รู้สึกเบื่อเลยจนกระทั่งทุกวันนี้ มีแต่นับวันอยากจะใช้เวลาร่วมกับเธอมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนอย่างตอนนี้ที่เขาอยากจะกลับไปหาเธอแล้ว
"ผมกลับแล้วพ่อ"
เสี่ยเอกวางแก้วเหล้าที่ดื่มรวดเดียวจนหมดวางลงบนโต๊ะ เขาหยัดตัวลุกขึ้นยืนก่อนจะมองพ่อตัวเองที่มีสาวๆ นมโตนั่งประกบทั้งซ้ายและขวา
"อ้าว อะไรวะ? มึงยังมานั่งไม่ถึงยี่สิบนาทีเลยนะจะกลับแล้วเร้อะ?"
"ครับ พอดีผมมีธุระด่วน"
พูดเพียงแค่นั้นเสี่ยเอกก็วางบัตรเครดิตแบล็กการ์ดของตนลงบนโต๊ะบ่งบอกว่าการเที่ยวเลาจ์ครั้งนี้เขาเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง แต่ก่อนจะเดินออกจากโต๊ะก็ยังไม่วายได้ยินพ่อตัวเองหันไปพูดกับน้องชายคนกลางอย่างไอ้โทด้วยความสงสัย
"รีบกลับอย่างนี้ มึงว่าพี่ชายมึงแอบซุกเมียเอาไว้หรือเปล่า?"
เสี่ยเอกแค่นหัวเราะขำในลำคอ เขาไม่คิดที่จะหันไปตอบคำถามของผู้เป็นพ่อแต่อย่างใด ทว่าก็ไม่ปฏิเสธว่าเขากำลังซุกใครบางคนเอาไว้ในชีวิตจริงๆ
===========================