บทที่ 1 ความเปลี่ยนแปลง 30%

1302 Words
๑ ความเปลี่ยนแปลง “ไอ้โซ่ นี่แกซื้ออะไรมาอีกเนี่ย เยอะแยะเต็มไปหมด” เสียงดาหวันปลุกเพื่อนแต่เช้า เมื่อเห็นเพื่อนสาวจอมซ่ายังหลับใหลไม่ได้สติเนื่องจากเมาปลิ้นมาจากผับตั้งแต่เมื่อคืนนี้ เพราะไปฉลองโต้รุ่งกับเพื่อนในกลุ่มนักซิ่งมอเตอร์ไซค์ที่ชวนกันไปลัดเลาะป่าเขาลำเนาไพรและถ่ายภาพในวันหยุดยาว ก่อนจะจบลงด้วยการเลี้ยงฉลองปิดทริปที่ผับหรูใจกลางเมือง ร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมหรูสวมกางเกงยีนยี่ห้อดังยังนอนคว่ำหน้านิ่งบนเตียงนอน ดวงหน้าที่เคยหวานใสในยามปกติตอนนี้ซุกลงกับหมอนอย่างไร้สภาพ ดาหวันส่ายหน้าให้กับกลิ่นละมุดที่โชยหึ่งออกมาจากร่างตรงหน้า พลางก้มมองข้าวของสารพัดอย่างที่วางกองไว้ข้างเตียง ก่อนจะได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นที่ตู้หัวเตียง หญิงสาวเอื้อมมือไปรับสาย พูดสองสามคำแล้วเขย่าเรียกเพื่อน “ไอ้โซ่เจ้าหน้าที่บัตรเครดิตโทร.มา รับสายหน่อย” ดาหวันบอกพลางเอาโทรศัพท์แนบหูให้ “โสรยา โสรยาหนายยยยย” เสียงอู้อี้กรอกลงไปในหูโทรศัพท์ “ค้างชำระอะไร ไม่ได้ค้างงงง...” แม้แต่ชื่อตัวเองยังจำไม่ได้แล้วสำมะหาอะไรกับยอดค้างชำระบัตรเครดิตที่เธอจะจำมันได้ในเวลานี้ “บอกว่าไม่ได้ค้าง ก็ไม่ได้ค้างสิวะ” เริ่มทำเสียงหงุดหงิดก่อนจะเงียบไปนิดหนึ่งแล้วพูดขึ้นเสียงอ่อย ๆ “หือ ค่าอะไรนะ อือ ๆ เหมือนคุ้น ๆ ไว้ค่อยคุยตอนสร่างแล้วกันน้อง อย่ามาทวงหนี้ตอนพี่เมา เพราะมันจะคุยกันไม่รู้เรื่อง จำไว้ แค่นี้นะ ราตรีสวัสดิ์” ว่าเสียงอ้อแอ้ มือเรียวสวยยกหูโทรศัพท์เอื้อมไปวางไว้ที่หัวเตียงโดยไม่สนใจว่าจะวางไว้ถูกที่ถูกทางหรือไม่ จนคนเป็นเพื่อนทนไม่ไหวต้องหยิบไปวางเอง “แม่งวันหยุดนะโว้ย มันยังทวงหนี้กันอีกเหรอวะ” เสียงบ่นกระปอดกระแปดก่อนจะซุกหน้าลงที่เดิมแล้วเงียบไป ดาหวันมองโทรศัพท์ก่อนจะหันมามองกองข้าวของสารพัดอย่างที่วางไว้ แล้วเงยหน้าขึ้นมองสภาพเหมือนซากซึ่งนอนนิ่งอยู่บนเตียง ก่อนจะก้มลงหยิบถุงกระดาษและถุงพลาสติกที่เพื่อนถือมากองไว้จัดเก็บให้เข้าที่เข้าทาง “เฮ้อ ไม่รู้จะซื้ออะไรนักหนา เมาขนาดนั้นยังจะมีแรงถือมาอีก” ดาหวันเก็บของไปก็บ่นพึมพำไปพลาง “เออ ฉันซื้อข้าวต้มเฮียไช้มาให้ แกเอาไปอุ่นกินสิไอ้หวัน” คนที่นอนคว่ำหน้าอยู่ตะโกนมา ก่อนจะหลับสนิทไปอีกครั้ง ดาหวันจึงถือโอกาสไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะเข้าไปเตรียมอาหารเช้าซึ่งใกล้จะถึงเวลาเที่ยงเข้าไปทุกที แต่ไม่มีวี่แววว่าเพื่อนของเธอจะตื่น หญิงสาวใช้เวลาร่วมชั่วโมงในการจัดการอาบน้ำแต่งตัวและอุ่นอาหารที่เพื่อนซื้อมาจากร้านข้าวต้มโต้รุ่ง ซึ่งหลังจากโสรยาออกจากผับก็มักจะไปต่อกันที่ร้านข้าวต้มเพื่อหาอะไรรองท้องให้สร่างเมาก่อนกลับบ้านเสมอ และสุดท้ายก็จะขนซื้อกับข้าวมามากมายก่ายกองเพื่อฝากเธอซึ่งนอนรออยู่ที่ห้อง ดาหวันถอนหายใจเพราะยิ่งเมาหนักเท่าไรเพื่อนของเธอก็ยิ่งใจกว้าง ข้าวของที่ซื้อมาฝากก็ยิ่งกองใหญ่เป็นภูเขาเลากาซึ่งไม่รู้เมื่อไหร่จะกินกันหมด เธอจึงเอาบางส่วนไปเก็บไว้ในตู้เย็นก่อนจะเอาแค่ข้าวต้มและกับข้าวอีกสองอย่างไปอุ่นในไมโครเวฟแล้วมานั่งกินคนเดียว เพราะรู้ว่าอาการเช่นนี้ไม่เคยตื่นก่อนบ่ายโมงสักครั้ง และเธอก็ทายไว้ไม่ผิด เมื่อเห็นเพื่อนเดินสะโหลสะเหลออกมาจากห้องนอนตอนเกือบบ่ายสามโมงเย็น ในสภาพที่ยังไม่ได้อาบน้ำอาบท่า “ไปอาบน้ำก่อนเลยไอ้โซ่ เดี๋ยวฉันจะไปอุ่นกับข้าวไว้ให้” ดาหวันว่าพลางดันร่างบอบบางกลับเข้าห้องให้ไปอาบน้ำอาบท่า ก่อนที่จะไปอุ่นกับข้าวไว้ให้ อุ่นอาหารเสร็จสักพักหนึ่งโสรยาก็เดินออกมาจากห้องอีกครั้งในสภาพที่ดูดีกว่าก่อนหน้านี้ เพราะผมเผ้าเพิ่งสระใหม่ ๆ เปลี่ยนเสื้อมาเป็นเสื้อยืดแบรนด์เนมหรูเรียบเก๋ กับกางเกงขาสั้นโชว์เรียวขาขาวเนียน “มีอะไรร้อน ๆ มั้ยหวัน ฉันจะอ๊วกว่ะ ผะอืดผะอมไปหมด” “ก็ข้าวต้มนี่ล่ะ กำลังร้อน ๆ เลย กินไปกี่ขนานล่ะเมื่อคืนถึงกลับมาสภาพยับเยินขนาดนั้น” คนเป็นเพื่อนอดแขวะไม่ได้พลางยื่นถ้วยข้าวต้มร้อนกรุ่นมาวางไว้ตรงหน้า “ก็กินเหล้าไปกลมเดียวเอง ตบด้วยเหล้าปั่นอีกหกเหยือก ไม่น่าเชื่อว่าจะหนักขนาดนี้” “ไปกันกี่คน” ดาหวันถาม “ก็หกเจ็ดคน พี่ ๆ ในกลุ่มเดิมที่เคยพาแกไปนั่นแหละ” โสรยาตอบเสียงอู้อี้ ดาหวันส่ายหน้าไปมา “ก็พวกพี่ ๆ พวกนั้นเขาไม่ได้กินหนักอย่างแกนี่ ฉันเห็นเขาแค่จิบ ๆ แล้วนั่งคุยกัน แกเลยจัดหนักอยู่คนเดียวล่ะสิ ถึงได้เมาปลิ้นมาขนาดนี้ แล้วนี่แกไปรูดบัตรซื้ออะไรมาตั้งเจ็ดพันกว่า ฉันเห็นสลิปอยู่ในถุงข้าวต้ม” ดาหวันยื่นสลิปบัตรเครดิตให้เพื่อน โสรยารับไปก่อนจะลุกพรวด “ชิบหายล่ะ ฉันรูดที่ผับ เออเมื่อคืนฉัน... ฉัน...” “หน้าใหญ่แย่งเขาจ่ายอีกแล้วล่ะสิ ไอ้โซ่นะไอ้โซ่ ฉันไม่รู้จะด่าแกว่าอะไรดี” คนเป็นเพื่อนได้แต่ส่ายหน้าไปมา มองดวงหน้าขาวเนียนในทรงผมซอยสั้นสุดเก๋ไก๋ตรงหน้า ที่ตอนนี้กำลังทำหน้าแบ่งรับแบ่งสู้ “เหลืออยู่หมื่นสุดท้ายฉันกะว่าจะเก็บไว้กดจ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิต เวรกรรม ฉันทำอะไรลงไปวะเนี่ย ไอ้หวัน” คนเพิ่งสร่างเมาทำท่าเหมือนจะลาตาย “ไม่รู้ แล้วแกจะทำยังไง นี่มันก็แค่กลางเดือน เงินเดือนก็ยังไม่ออก รูดบัตรซื้อโน่นซื้อนี่เต็มไปหมด แล้วเมื่อเช้าบัตรเครดิตเขาก็โทร. มาทวงแก” “ก็นี่ล่ะ ฉันจะเอาใบนี้แหละกดจ่ายเขาไปก่อน อีกใบนึงจะเก็บไว้กดใช้จนกว่าจะสิ้นเดือน” “พอเลยไอ้โซ่ เงินเดือนแกตั้งห้าหมื่นกว่า แต่แกเป็นหนี้ท่วมหัว มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแก ฉันอยากรู้” “โธ่ ไอ้หวันฉันก็ต้องมีเพื่อนฝูงมีสังคมบ้างสิ” คนตรงหน้าโอดครวญ ดาหวันถอนใจหนัก เพราะรายได้ของเพื่อนที่มากกว่าเธอเกือบเท่าตัวแต่กลับไม่มีเงินเก็บแม้แต่น้อย ในขณะที่เธอเงินเดือนเพียงสามหมื่นกว่าบาทแต่กลับมีเงินเหลือเก็บ ทั้ง ที่ยังต้องส่งเงินให้พ่อแม่ใช้จ่ายอีกเดือนละหลายพันบาท ไหนจะค่าเช่าคอนโดหรูที่เพื่อนของเธออยากให้ดูดีเลยชวนเธอมาเช่าอยู่ในถิ่นคนสังคมชั้นสูง ซึ่งค่าเช่าที่นี่เดือนละหลายหมื่นบาท แต่เพราะเจ้าของห้องเป็นคนรู้จักกันและตอนนี้ไปอยู่เมืองนอกต้องการคนเช่าที่ช่วยดูแลห้องหับให้ด้วย ถึงให้คนที่ไว้วางใจกันเช่าในราคาแปดพันบาทต่อเดือน ซึ่งทำให้เธอกับโสรยาได้มีโอกาสแชร์ค่าห้องหรูนี่อยู่คนละสี่พันบาทต่อเดือน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD