1.รัตติกาลจันทรา จิ้งจอกสาวเริงสวาท

1141 Words
ท้องฟ้าเหนือเส้นมางเปลี่ยวแถบทางใต้ข้าเมืองหลวง ดวงจันทร์ที่เคยส่องแสงสีนวลค่อย ๆ ถูกเงามืดกลืนกิน ขอบของมันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำดุจโลหิต บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัด มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงของสตรีในชุดขาวบางเบาที่กำลังวิ่งทะยานไปตามยอดหลังคาอย่างรวดเร็ว ไป๋เซาซาง ปีศาจจิ้งจอกที่มีตบะอ่อนหัด อายุพึงครบหนึ่งร้อยปี ใบหน้าของนางนั้นจัดว่างามล่มเมือง ผิวขาวดุจหิมะรับกับริมฝีปากสีชาด แต่ทว่าบัดนี้นางกำลังอยู่ในสภาพวิกฤต ร่างกายของนางร้อนรุ่มเหมือนถูกไฟแผดเผา หางสีขาวพวงสวยทั้งเก้าเริ่มสั่นระริกและปรากฏออกมาให้เห็นเป็นระยะอย่างควบคุมไม่อยู่ "อีกเพียงคนเดียว... ขาดอีกเพียงคนเดียวเท่านั้น" เงื่อนไขการกลายร่างเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ของนางนั้นแสนสาหัส นางต้องรักษาพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์ดุจน้ำค้าง และต้องดื่มเลือดของมนุษย์ที่เกิดใน ปีขาล ให้ครบหนึ่งพันคนก่อนที่ ดวงจันทร์สีเลือดปรากฏขึ้น ซึ่งก็คือคืนนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมานางทำสำเร็จมาโดยตลอด แต่มนุษย์ปีขาลที่เปี่ยมด้วยธาตุไฟหยางเข้มข้นนั้นหาได้ยากยิ่งในคืนที่มืดมิดเช่นนี้ เหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งเค่อ หากนางดื่มเลือดมนุษย์ที่เกิดปีขาลคนสุดท้ายไม่ได้ตบะที่บำเพ็ญมานับร้อยปีจะแตกซ่าน และนางจะต้องกลับไปเป็นเพียงจิ้งจอกเดรัจฉานไปตลอดกาล เคร้ง เคร้ง เสียงล้อรถม้ากระทบกับหินบนถนน ดังแว่วมา ไป๋เซาซางหยุดชะงักอยู่บนหลังคาจวนหลังใหญ่ นางหลับตาลง สูดดมกลิ่นอายในอากาศ ทันใดนั้น ดวงตาเรียวรีของนางก็เบิกกว้างด้วยความยินดี กลิ่นสาบเสือที่ร้อนแรงและเข้มข้นลอยมาจากรถม้าหรูหราคันนั้น "ปีขาล... แถมยังเป็นหยางบริสุทธิ์ที่หาได้ยากยิ่ง" นางไม่รอช้า แม้ในรถม้านั้น จะมีกลิ่งสุราอยู่บ้าง นางก็ไม่สนใจ ไป๋เซาซางพุ่งตัวลงจากกิ่งไม้ราวกับภูตพราย ร่างบางเบาดุจปุยฝ้ายร่อนลงบนหลังคารถม้าที่กำลังวิ่งอยู่ ก่อนจะแทรกตัวผ่านม่านหน้าต่างเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว ทันทีที่สายตาของนางปะทะเข้ากับร่างที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเบาะนุ่ม ลมหายใจของปีศาจจิ้งจอกสาวกลับสะดุดขาดตอนไปชั่วขณะ นางชะงักค้าง อึ้งตะลึงในความรูปงามของบุรุษตรงหน้าอย่างที่ไม่เคยพบพานมาก่อนตลอดหนึ่งร้อยปีที่เกิดมา บุรุษที่อยู่ในรถม้ายามนี้ถูกฤทธิ์สุราครอบงำ ใบหน้าของเขาขาวเนียนละเอียดดุจหยกสลักชั้นเลิศ รับกับคิ้วสีดำเข้มที่ดูองอาจแต่ก็แฝงไปด้วยความละมุนตา ดวงตาคมกริบที่ปรือปรอยเล็กน้อยจากความเมานั้นดูฉ่ำวาวและทรงเสน่ห์อย่างร้ายกาจ จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากหยักลึกสีชมพูระเรื่อที่ดูนุ่มชุ่มชื่นและหวานละมุนชวนให้สัมผัส "เหตุใดมนุษย์ผู้นี้... จึงได้งดงามปานเทพบุตรเพียงนี้" ไป๋เซาซางรำพึงในใจอย่างลืมตัว แสงไฟจากตะเกียงในรถม้าสลัว ๆ สะท้อนให้เห็นแผงอกที่ขาวผ่องและมัดกล้ามเนื้อพองามภายใต้เสื้อคลุมที่หลุดลุ่ย ยิ่งส่งเสริมให้เขามีเสน่ห์ดึงดูดจนนางเกือบจะลืมไปว่า เหลือเวลาอีกเพียงไม่นานที่พระจันทร์จะกลายเป็นสีเลือด ภายในรถม้าที่กว้างขวางและอบอวลไปด้วยกลิ่นสุราเข้มข้น เฉินอี้ หรือ คุณชายเฉิน บุตรชายมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่งที่สุดในเมืองหลวง กำลังเอนกายพิงหมอนอิงด้วยท่าทางเกียจคร้าน เสื้อคลุมผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มของเขาหลุดลุ่ยจนเผยให้เห็นแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ เขากำลังกึ่งหลับกึ่งตื่นจากการร่ำสุราที่หอคณิกา แต่แล้วความเย็นเยียบที่ประหลาดก็พุ่งเข้ามาปะทะใบหน้า "ใครกัน!" เฉินอี้พึมพำ เสียงของเขาทุ้มต่ำและแหบพร่าจากฤทธิ์สุรา เขาลืมตาที่พร่ามัวขึ้น แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นสตรีโฉมงามในชุดขาวสะอ้านนั่งอยู่บนตักของเขา ใบหน้าของนางอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่ถึงคืบ ดวงตาของนางวาวโรจน์เป็นประกายสีทองกึ่งเขียวดูน่าลุ่มหลง กลิ่นกายของนางหอมเย็นเหมือนดอกโบตั้นท่ามกลางหิมะ ซึ่งขัดกับความร้อนแรงในร่างกายของเขาอย่างสิ้นเชิง "แม่นาง... เจ้าเป็นใคร คนของหอส่งเจ้ามาปรนนิบัติข้าถึงในรถม้าเชียวหรือ" เฉินอี้หัวเราะในลำคออย่างผู้ถือดี เขาเอื้อมมือที่ร้อนระอุขึ้นไปเชยคางมนของไป๋เซาซาง "งมงามยิ่งนัก" ไป๋เซาซางไม่ได้ตอบคำถาม หัวใจของนางเต้นรัวเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตปีขาลที่พลุ่งพล่านอยู่ในตัวชายผู้นี้ นางไม่ได้สนใจคำถาม ของเขาเลยสักนิดเพราะ นางมองแต่ เส้นเลือดใหญ่ที่ลำคอของเขาที่เต้นเป็นจังหวะ มันช่างดูน่าลิ้มรสเหลือเกิน นางโน้มตัวลงไปจนหน้าอกนุ่มหยุ่นเบียดชิดกับแผงอกแกร่ง ลมหายใจเย็น ๆ ของนางเป่ารดต้นคอของเฉินอี้ ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเมามายถึงกับขนลุกซู่ ความปรารถนาบางอย่างที่รุนแรงกว่าฤทธิ์สุราพุ่งพล่านขึ้นมาทันที เขารวบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างแรง ข้างนอกรถม้า พระจันทร์เริ่มกลายเป็นสีแดงจัดทั้งดวง... เวลาของนางเหลือน้อยเต็มทีแล้ว ร่างบางโน้มกายลงดุจเพชฌฆาตสาวผู้หิวโหย ริมฝีปากอิ่มเผยอออกจนเห็นเขี้ยวเล็ก ๆ ที่ยังหลงเหลือความเป็นจิ้งจอก ฝังลงไปที่ผิวคอของชายหนุ่มทันที! กึก! ทว่าในจังหวะที่คมเขี้ยวจะกดลึกลงไปถึงเส้นเลือดใหญ่นั้น ล้อรถม้ากลับกระแทกเข้ากับก้อนหินขนาดใหญ่ริมทางอย่างจัง ร่างของทั้งคู่กระเด็นหวืดตามแรงเหวี่ยง ตำแหน่งที่นางฝังเขี้ยวจึงพลาดเป้าไปเล็กน้อย แต่มันก็เพียงพอที่จะจอะผิวหนังเนียนละเอียดของคุณชายเฉินจนเลือดสีแดงข้นไหลซึมออกมา "อึก!" เฉินอี้ครางในลำคอด้วยความเจ็บปวดผสมความรัญจวนใจ ไป๋เซาซางไม่สนสติสัมปชัญญะใดๆ นางรีบประกบริมฝีปากลงบนรอยแผลนั้นทันที ลิ้นเล็กเรียวละเลียดเลียหยดเลือดที่ไหลรินออกมา รสชาติคาวหวานที่เปี่ยมไปด้วยธาตุหยางอันร้อนแรงแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก และในวินาทีที่นางกลืนเลือดอึกใหญ่ลงคอไปนั้นเอง...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD