เช้าต่อมา
ร่างบางค่อย ๆ รู้สึกตัวเพราะอาการปวดท้องน้อยราวกับท่อนล่างจะฉีกออกจากกัน คิ้วบางย่นผูกโบก่อนจะปรือตาแล้วพบกับแสงแดดอบอุ่นที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา
“เช้าแล้ว” เสียงเล็กพึมพำกับตัวเอง ทว่า! เมื่อเหลือบเห็นเพดานไม่คุ้นชินก็ฉุกคิดขึ้นได้ดีดตัวนั่งอย่างไวราวกับว่าฟูกร้อนเป็นไฟ หันซ้ายหันขวาสำรวจรอบ ๆ ซึ่งที่นี่มันไม่ใช่ห้องนอนของเธอ
บ้าจริง...
วินาทีเดียวกันคนร่วมเตียงพลิกตัวทำให้เธอรู้ว่ามีคนนอนอยู่ใกล้ ๆ หันขวับไปหาอย่างไวจะเป็นใครล่ะถ้าไม่ใช่ไอ้นักนวดคนนั้น กำปั้นเล็กกำแน่นง้างขึ้นเหมือนจะต่อยใส่เขาที่ยังหลับสนิทสบายใจเฉิบ จะไม่ให้โกรธได้ไงก็ไอ้บ้านี่เล่นเอาเธอระบมไปทั้งตัว โดยเฉพาะกลางกายที่ปวดตุบปนแสบ
แต่ว่านะ...จะมามัวพิรี้พิไรไม่ได้ ต้องรีบกลับก่อนที่พี่ปกรณ์จะออกจากบ้าน
ร่างบางกัดฟันฝืนความเจ็บ ลุกขึ้นยืนด้วยสภาพเรือนร่างไร้เครื่องปกปิดเดินกุมท้องน้อยก้าวทีละนิดตรงไปห้องน้ำ เธอสวมชุดเมื่อวานพลางมองในกระจก เห็นรอบคอเต็มไปด้วยรอยจ้ำม่วงจึงปัดผมยาวสยายแยกเป็นสองกลุ่มเกี่ยวมาด้านหน้าเพื่อบังรอยน่าเกลียดเหมือนหนังตุ๊กแกไว้
เสร็จเรียบร้อยแล้วก็เดินออกมา และเพิ่งจะสังเกตว่ามีถุงยางใช้แล้วถูกทิ้งไว้เกลื่อนกลาดเต็มพื้น
ไอ้บ้ามันทำกี่รอบวะเนี่ย?
หญิงสาวล้วงกระเป๋าสตางค์ใบยาวจากกระเป๋าสะพายข้างที่วางไว้บนโต๊ะ ในนั้นมีเงินสดห้าพันเธอไม่ลังเลที่จะหยิบหมดกระเป๋าทิ้งไว้ข้างหมอนที่ชายหนุ่มนอนหนุนอยู่
“ฉันไม่มีแบงค์ย่อยถือว่าให้เพิ่มค่าถุงยางก็แล้วกัน”
เอ่ยจบก็หมุนตัวเดินออกมาจากห้อง เช็กเอาต์เรียบร้อยก็เรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่บ้านของเธอ และไม่ลืมที่จะแวะร้านยาซื้อยาคุมฉุกเฉินป้องกันเรื่องเมื่อคืนอีกทาง
@หมู่บ้านใจกลางเมือง
บ้านสองชั้นสไตล์โมเดิร์นหลังสุดท้ายของโครงการเป็นที่อยู่อาศัยของเธอมาตลอดสี่ปีเต็ม หญิงสาวยืนหน้ารั้วประตูเหล็กสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะย่างเท้าเข้าเขตบ้าน เธอพยายามเดินด้วยท่าทางปกติที่สุดแม้จะเจ็บช่วงล่างจนแทบยกขาไม่ขึ้น
ภายในบ้านเงียบสงัดเธอคิดว่าไม่มีอยู่ แต่ทว่า...
“ไปไหนมานิวเยียร์” เสียงทุ้มต่ำทำให้เจ้าของชื่อหยุดชะงัก นัยน์ตาไร้อารมณ์หันไปมองเจ้าของเสียง
‘นิวเยียร์’ คือชื่อของเธอ หญิงสาววัยสิบเก้า เจ้าของเรือนหน้าสะสวยจิ้มลิ้ม มีดวงตากลมโต คิ้วบางถูกวาดแต่งเรียงเป็นระเบียบ จมูกโด่งปลายหยดน้ำ ริมฝีปากกระจับสีระเรื่อ ผิวขาวเนียนดุจดั่งข้าวตอกแตก ทรวดทรงรูปร่างอรชรอ้อนแอ้น ทุกอย่างในตัวเธอมีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามราวกับมีมนต์สะกด ใครเห็นเป็นต้องมองเหลียวหลัง เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของเขา
ชายหนุ่มเรือนหน้าหล่อเหลา รูปร่างสูงโปร่งบนโต๊ะอาหารแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวกางเกงสแล็กส์สีดำ ผู้มีลักษณะนิ่งสุขุมมีกลุ่มผมรองทรงต่ำสีดำขลับถูกจัดด้วยเจลแสกข้างหนึ่งให้ดูเรียบร้อยสมอายุ แต่กลับมีความลับบางอย่างที่บอกใครไม่ได้...มีนามว่า ปกรณ์ หนุ่มโสดวัยยี่สิบแปดปี เป็นพี่ชายพ่อแม่เดียวกันกับเธอ
“ไปนอนกับผู้ชายมา” เสียงไม่ยี่หระเอ่ยพร้อมกับใช้มือปัดผมสีบลอนด์น้ำตาลยาวสยายไปด้านหลังอวดหลักฐานบนรอบคอให้คนเป็นพี่เห็นเต็มตา สร้างความเดือดดาลให้คนบนเก้าอี้ลุกพรวดสาวเท้ามาหาอย่างไว ไม่พูดพร่ำก็ใช้ฝ่ามือฟาดใส่แก้มนวลเนียนเต็มแรง เพียะ!
ร่างบางหน้าหันตามแรง บริเวณที่โดนตบปรากฏรอยมือแดงแปร๊ดพร้อมกับร้อนผ่าวเนื้อเต้นตุบ ๆ ด้วยความเจ็บ แต่เธอไม่เสียใจเลยสักนิด หันกลับมามองเขาด้วยสายตาถมึงทึง
“ตบอย่างเดียวได้ไง เอาไม้เอาแส้ฟาดด้วยสิให้เหมือนผู้หญิงพวกนั้นที่พี่ชอบ” เธอท้าทายเพื่อหวังให้เขาทำมากกว่านั้น แต่เปล่าเลย...สายตาดุดันของน้องสาวทำให้ปกรณ์ข่มอารมณ์ได้ บังเกิดความสำนึกผิดที่ทำรุนแรงไปโดยขาดการยับยั้งชั่งใจ
“พี่...”
“จะตบอีกเหรอ เอาสิ” เธอยื่นแก้มแดงแปร๊ดไปให้ ยิ่งเห็นเขาก็ยิ่งปวดใจ
“กลับขึ้นห้องไปซะ อ้อ! ส่วนเรื่องเรียนของเราพี่จัดการไปยื่นหลักฐานสมัครกับมหาวิทยาลัยที่พี่เป็นอาจารย์ให้เรียบร้อยแล้ว”
“ไม่! เรื่องอะไรนิวต้องไปเรียนที่นั่น เห็นหน้าพี่ที่บ้านก็เบื่อจะตายอยู่แล้ว”
“เราปฏิเสธไม่ได้ ถือว่าพี่บังคับโทษฐานที่ทำตัวเหลวไหล”
“เผด็จการ!!” เธอตะคอกใส่หน้าเขาแล้วหมุนตัวเดินต่อ ลืมความเจ็บไปเลยเพราะในใจเต็มไปด้วยความโกรธความโมโห
ที่เป็นเช่นนี้เพราะสองพี่น้องไม่สนิทมาแต่ไหนแต่ไร บิดามารดาแยกทางกันในตอนที่ทั้งคู่ยังเด็ก คนเป็นพ่อมีฐานะดีเลือกพี่ชายไปดูแลถีบหัวส่งลูกสาวตามนิสัยรักลูกชายมากกว่า ส่วนแม่ก็พาลูกสาวมาเลี้ยงเองตามลำพังฐานะไม่ได้ร่ำรวย ทำงานหาเช้ากินค่ำอาศัยอยู่ในบ้านเช่าหลังเล็ก ๆ ตามประสาแม่ลูกอย่างมีความสุข
จนกระทั่งในวัยสิบห้าปี หญิงสาวกลับจากโรงเรียนก็พบเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านของตน มารดาถูกไฟคลอกถึงแก่ความตายในกองเพลิง พี่ชายเพียงคนเดียวจึงรับน้องสาวมาดูแลต่อ และเธอเพิ่งรู้ความจริงว่าบิดาได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านั้นแล้วเมื่อสองปีก่อน
ปกรณ์เลี้ยงน้องอย่างเข้มงวดตามนิสัยที่ถูกถ่ายทอดมาจากบิดา เด็กสาวแรกรุ่นอยู่ในกรอบราวกับเป็นตุ๊กตาให้เขาบงการ เก็บกดความรู้สึกไว้ในใจจนกระทั่งมีโอกาสก็แสดงออกในรูปแบบการประชด เธอไม่รักตัวเองยอมมอบความบริสุทธิ์ให้คนแปลกหน้าทำให้พี่ชายโกรธ ก็แค่อยากเตือนให้เขารู้ว่าเธอจะทำอะไรก็ได้ไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับเขาทุกเรื่อง
ชั้นสองห้องสุดท้ายฝั่งขวามือคือห้องนอนของนิวเยียร์ ยังเดินไม่ถึงประตูจู่ ๆ ก็มีผู้หญิงแปลกหน้าในเสื้อสายเดี่ยวสีดำกางเกงขาสั้นวิ่งพรวดมาเกาะแขนเธอไว้
“ช่วยด้วย ได้โปรดช่วยฉันด้วย” คนเกาะแขนร้องไห้สะอื้น เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยแผลรอยเลือดรวมไปถึงหน้าตาที่แดงเป็นจ้ำจากการทุบตี คนถูกขอร้องมองด้วยสายตาเบื่อหน่ายไม่รู้สึกสงสารหรือตกใจยามเห็นสภาพของหล่อน เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อยที่มีผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ปรากฏต่อหน้าตน
“ง่ายเองอยากได้เขาไม่ใช่หรือไง”
มีแต่คนเป็นน้องเท่านั้นที่รู้ว่ารสนิยมทางเพศของพี่ชายวิปริต ชอบทุบตีเฆี่ยนตีคู่นอนเป็นอาจิณเพื่อระบายอารมณ์ เป็นความลับอันยิ่งใหญ่ที่อาจารย์อย่างเขาเก็บซ่อนไว้
คำถามจี้ใจดำบวกกับสายตาเย็นชาทำให้คนขอร้องนิ่งไปชั่วขณะ นิวเยียร์ปัดมือหล่อนทิ้งอย่างไร้เยื่อใยก่อนจะสะบัดหน้าพรืดเข้าห้องนอนตัวเอง
ร่างอ่อนเพลียทิ้งตัวลงบนเตียงเอาใบหน้าซุกกับหมอนใบใหญ่แล้วกรีดร้องสุดเสียงเพื่อระบายความอัดอั้น คำว่า ‘ง่ายเอง’ ไม่ใช่เพียงแค่พูดกับหล่อน แต่หมายถึงตนด้วยที่ยอมมอบความบริสุทธิ์ให้ผู้ชายขายตัวไป