หลังจากฟังคำพูดพรรณนาของอธิการบดีเสร็จเรียบร้อย ถึงเวลาที่พวกปีหนึ่งจะได้แยกย้ายกันเสียที แต่ไม่ใช่กับนักศึกษาของคณะวิศวะ พวกเขาเกือบสองร้อยชีวิตถูกรุ่นพี่เรียกตัวไปลานเกียร์ ระหว่างนั้นเหมยไหวตัวทัน รีบส่งข้อความไปบอกนิวเยียร์ เธอจึงได้มารวบกลุ่มโดยที่ไม่ถูกทำโทษ
ก่อนเข้าลานเกียร์มีการลงชื่อแยกตามสาขาเพื่อลงทะเบียนรับป้ายชื่อ ทุกคนคล้องชื่อเล่นตัวเองเพื่อให้เรียกกันสะดวกและทำความรู้จักกันในตัว คนที่เป็นเป้าสายตาที่สุดก็ไม่พ้นเจ้าของเรือนผมสีบลอนด์น้ำตาล หลายคนฉวยโอกาสมองชื่อเธอแต่ไม่ยักมีใครกล้าเข้ามาทักเพราะเจ้าตัวเอาแต่ทำหน้าบึ้งอย่างกับกินรังแตนมา
“เป็นอะไรยัยนิวเยียร์” เหมยเอียงตัวกระซิบหลังจากนั่งบนพื้นแถวหลังสุด
“ไม่มีไร”
เพื่อนบอกแบบนั้นเหมยก็ไม่เซ้าซี้อีก หันมาฟังพี่ปีสองพูดถึงกิจกรรมรับน้องต่าง ๆ มีการให้ร้องเพลงประจำคณะ ทำกิจกรรมสันทนาการเล็กน้อยเพื่อลดความตึงเครียดระหว่างรุ่นน้องกับรุ่นพี่ ทุกคนร่วมสนุกเฮฮาหัวเราะกันปกติ ยกเว้นนิวเยียร์สมาธิของเธอไม่ได้อยู่กับสิ่งตรงหน้า เอาแต่นึกถึงคำพูดหมา ๆ ของไอ้ผู้ชายเฮงซวย โดยเฉพาะคำว่า ‘ล่าแต้ม’
รู้งี้น่าจะเข้าไปต่อยมันสักหมัดก็ดีหรอก จะได้ไม่อึดอัดอย่างนี้
ระหว่างที่ทุกคนมีความสุขอยู่นั้นกลับต้องเงียบฉับพลันเมื่อมีกลุ่มรุ่นพี่สวมชุดช็อปสีแดงเข้ามาด้วยท่าเดินมือไขว้หลังเป็นแถวเรียงหนึ่ง สีหน้าแต่ละคนซีเรียสและแผ่รังสีความเหี้ยม นับด้วยตาเปล่าน่าจะสิบกว่าคนเห็นจะได้
พวกเขาไปยืนหน้ากระดานแทนที่รุ่นพี่ปีสอง พลางใช้สายตาดุดันกวาดมองหน้ารุ่นน้องปีหนึ่งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ สร้างความผวาเกรงกลัวให้คนถูกมอง ไม่มีสักคนกล้าสบตาด้วย โดยเฉพาะกับคนตรงกลาง...
แม้จะมีเรือนหน้าเข้มดูดี ไว้ทรงท็อปนอบมัดผมจุกไว้กลางศีรษะด้านข้างไถเกรียนดึงดูดนักศึกษาสาวหลายคนให้จับจ้องในความหล่อเหลา แต่เขาก็ยังดูน่ากลัวอยู่ดีด้วยท่ายืนกวนตีนใช้ลิ้นดุนกระพุงแก้ม โดยรวมอย่างกับนักเลงหัวไม้
“ผมคือรุ่นพี่ปีสี่ทำหน้าที่เฮดว้าก ไหนแต่ละคนรายงานตัวดิ ชื่ออะไรกันบ้างวะ”
จู่ ๆ ชายคนนั้นตะคอกเสียงดังลั่น บางคนในกลุ่มปีหนึ่งขวัญอ่อนถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ เห็นท่าทางหวาดกลัวของรุ่นน้องแล้วทำเอาคนขู่ระบายยิ้มร้ายออกมา
“เฮ้ย! เราคือชาววิศวะต้องไม่แสดงความกลัวให้คนอื่นเห็นรู้ไหม!!”
“...” ทุกคนพากันเงียบ
“ได้ยินไหม ทำไมไม่ตอบ!!”
“ครับ/ค่ะ”
“ดี งั้นเริ่มบอกชื่อและรหัสให้พวกพี่ฟังหน่อยดิ”
คนแรกแถวหน้าสุดลุกขึ้นยืนพูดรายงานตัวพร้อมกับรหัส ไล่มาเรื่อย ๆ ทีละคน จนกระทั่งถึงยัยอ้อม หล่อนนั่งด้านหน้านิวเยียร์ลุกขึ้นยืนแล้วพูดรายงานตัวด้วยน้ำเสียงเรียบตามปกติ ทว่า...ยังพูดไม่จบก็ถูกรุ่นพี่คนเดิมแทรก
“ไม่ได้ยิน!! น้องแหกปากพูดให้ดัง ๆ หน่อยเว้ย” เขาตะโกนกลับมาทำเอาอ้อมถึงกับหน้าถอดสี ปากสั่น ยืนห่อไหล่หลุบตามองพื้น พูดไม่ออกราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นอุดปากไว้
“น้อง!! หูหนวกเหรอ พี่บอกให้พูดอีกครั้งดัง ๆ” เห็นอ้อมไม่พูดสักทีเขาก็เลยตะโกนซ้ำ ครั้งนี้ทำเอาอ้อมสะดุ้งโหยงเม็ดเหงื่อจากหน้าผากไหลตามกรอบหน้าบ้าง ไหลเข้าดวงตาบ้างให้คนอื่นคิดว่านั่นคือน้ำตาเสียมากกว่า
ทุกอย่างอยู่ในสายตานิวเยียร์ทั้งหมด เธอเหลืออดกับผู้ชายคนนี้เต็มที ยิ่งมาข่มขู่เพื่อนรักด้วยแล้ว เธอไม่ยอมหรอก
“หยุด!!” เสียงแว้ดดังลั่นทำเอาทุกสายตาหันมามองเจ้าของเสียง รวมถึงพวกรุ่นพี่ด้วย ทุกคนดูตกใจที่มีใครกล้าตะคอกกลับ แถมเป็นผู้หญิง
“ใครพูดวะ ออกมาข้างหน้าเดี๋ยวนี้”
มีเหรอที่นิวเยียร์จะกลัวกับอีแค่คำขู่ ร่างบางหยัดกายลุกเดินไปตามคำเชื้อเชิญ ระหว่างที่เดินความสวยของเธอทำให้ทุกคนพากันร้องแซวเหมือนหมาเห่าหอนยามที่เจอตัวเมีย นิวเยียร์ไม่ได้สนใจสักนิด เดินตรงไปยังรุ่นพี่เฮดว้ากคนนั้น และเมื่อเขาเห็นหน้าเธอเต็มสองตา ใบหน้าดุดันเมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึง แทบจะหยุดหายใจไปเลยเพราะจำได้ว่าเธอคือผู้หญิงคนนั้นที่นัดเขาไปนวด
ที่แท้เป็นรุ่นน้อง
นัยน์ตาสีนิลสั่นหวั่นเล็กน้อย ก่อนจะหลุบมองป้ายชื่อบนคอหญิงสาว เธอชื่อ ‘นิวเยียร์’ เหมาะกับหน้าตา แต่เธอไม่ยักจะมีสีหน้าตกใจเป็นไปได้ว่าจำตนไม่ได้...ก็ตอนนั้นไม่ได้มัดผมแบบนี้
“น้องชื่ออะไร” รู้อยู่แล้วแต่เขาเลือกที่จะถามในจังหวะเธอเดินมายืนประจันหน้า ท่าทางไม่เกรงกลัวเขาสักนิดผิดจากรุ่นน้องคนอื่น
“อ่านภาษาไทยไม่ออกเหรอ” ร่างบางเอ่ยพร้อมกับยกป้ายชื่อให้ดู เพื่อนด้านหลังต่างโห่ร้องให้กับความกล้าของเจ้าหล่อน แต่สำหรับเขามันรู้สึกเสียหน้า ขายาวก้าวเข้าหาเจ้าของเสียงหนึ่งก้าว สบตากันราวกับมีลำแสงที่มองไม่เห็นพุ่งออกจากตาฟาดฟันกันอยู่ บรรยากาศรอบ ๆ คุกรุ่นร้อนขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ ทำเอาทุกคนเงียบกริบไปโดยปริยาย
“ปากดี” เขากัดฟันแน่น เสียงที่เล็ดลอดจากไรฟันทำให้รู้ว่าไม่พอใจ และไม่มีใครกล้าเข้ามาห้ามด้วย แต่นิวเยียร์กลัวซะที่ไหน
“แล้ว?”
“แนะนำตัวเสียงดัง ๆ ดิ”
“ฉันชื่อนิวเยียร์ รหัส002148” เธอตะคอกใส่หน้าเขาไม่กลัวแม้แต่น้อย เสียงดังฟังชัดแม้คนที่อยู่แถวหลังสุดยังได้ยิน แต่แทนที่จะหยุดเพียงแค่นั้นกลับเลิกคิ้วถามเขาต่อ
“แล้วรุ่นพี่ล่ะชื่ออะไร ฉันบอกชื่อไปแล้วหัดมีมารยาทบอกชื่อตัวเองด้วย”
“ไม่บอก”
“โธ่...ไม่กล้า? ปีสี่ว่างกันมากหรือไง น่าจะเอาเวลาไปทำโพรเจกต์หรือฝึกงาน ไม่ใช่มารับน้องแบบนี้” ไม่ใช่แค่เธอกล้ากับเขา แต่ยังด่าใส่รุ่นพี่ทุกคน ทำเอาอึ้งกันไปเลย
“เสือก กูจะมารับน้องแล้วทำไม” จากคำสุภาพก็เริ่มใช้คำหยาบคาย บรรยากาศไม่ได้ดีขึ้นเลย ขืนไม่มีใครห้ามมีหวังได้เกิดมวยแน่ หนึ่งในรุ่นพี่ปีสี่คิดเช่นนั้น หน่วยกล้าตายใกล้ ๆ จึงเข้ามาสะกิดเฮดว้ากตัวพ่อ พร้อมกับกระซิบ
“มึงเอากิจกรรมวันนี้ให้เสร็จก่อน ได้แยกย้ายเข้าคลาส”
“เออ” เขารับปากเพื่อน ก่อนจะเบือนสายตามองพวกรุ่นน้องที่กำลังนั่งกับพื้นแทน “ปีหนึ่งทุกคนต้องไปล่ารายชื่อรุ่นพี่คณะวิศวะมาให้หมดในเวลาสามวัน”
เสียงโห่ร้องดังต่อท้ายหลังจากที่เขาพูดจบทันที ทุกคนชักสีหน้าเบื่อหน่าย ในใจประท้วงและด่าทอพวกรุ่นพี่จอมวางอำนาจไปต่าง ๆ นานา กระนั้นคนสั่งงานไม่มีใครยี่หระหรอกว่ารุ่นน้องจะคิดยังไง โดยเฉพาะปีสี่หน้าที่มีแค่สั่งและสั่ง พอใจแล้วจู่ ๆ ก็พากันเดินออกไป ปล่อยให้ปีสองทำหน้าที่แจกสมุดล่าลายเซ็นให้กับทุกคน
บ้าบอมาก...
++++++++++++
อึ้งเลยสิพรี่........สมควรโดนโกรธนะเอาจริง