ค่ำคืนนี้เงียบสงบผิดปกติ เสียงลมพัดผ่านนอกหน้าต่างหายไปจนเหลือเพียงเสียงหายใจสม่ำเสมอของคนที่หลับใหลอยู่บนโซฟาหนังขนาดใหญ่ อ้อมนอนหลับอย่างสงบหลังจากการทำงานและการติวหนังสือที่ยาวนานตลอดคืน ร่างสูงเหยียดยาวอยู่บนโซฟา ผ้าห่มบางคลุมเพียงครึ่งลำตัว ใบหน้าที่ปกติเคร่งขรึมและเข้มงวดตอนนี้ดูผ่อนคลายราวกับไม่มีเรื่องราวใดๆ ที่ต้องปกปิด
เมรีนอนอยู่ข้างกายนางเป็นเวลานาน นานจนกระทั่งมั่นใจว่าอ้อมหลับลึกแล้ว เธอจึงค่อยๆ คลายอ้อมแขนที่กอดรัดเอวเธอไว้อย่างแนบเนียน ลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้าและระมัดระวังที่สุด เสียงฝีเท้าเบาๆ แทบจะไม่แตะต้องพื้นไม้ ขณะที่เธอเดินไปยังโต๊ะทำงานที่มีแสงไฟสลัวส่องสว่างอยู่เพียงเล็กน้อย
ความสงสัยที่ค้างคาใจมานานยังไม่เคยจางหาย ความรู้สึกว่ามีบางอย่างที่อ้อมปิดบังไว้ยิ่งชัดเจนขึ้นทุกวัน คืนนี้จึงเป็นโอกาสเดียวที่เธอจะได้หาคำตอบด้วยตัวเอง เมรีเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าในห้องทำงานอย่างระมัดระวัง เธอใช้วิชาการสืบค้นข้อมูลลับที่อ้อมเคยสอนให้โดยไม่ทันได้นึกว่าวันหนึ่งเธอจะนำมาใช้เพื่อสืบหาความจริงที่เกี่ยวข้องกับตัวเขาเอง
ระบบใช้เวลาโหลดข้อมูลเก่าช้าแต่ชัดเจน เธอเจาะเข้าไปยังแฟ้มประวัติคดีเก่า และค้นหาชื่อ นายสมศักดิ์ พยานผู้เห็นเหตุการณ์ที่เสียชีวิตอย่างผิดปกติ หลังจากพยายามค้นหาข้อมูลทั่วไปไม่พบอะไรเพิ่มเติม จนกระทั่งเธอเจอโฟลเดอร์ลับที่ไม่มีชื่อกำกับ เมื่อคลิกเข้าไป... ภาพถ่ายเก่าความละเอียดต่ำก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
เป็นภาพงานเลี้ยงสังสรรค์แห่งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน บรรยากาศดูครึกครื้นเต็มไปด้วยบุคคลสำคัญในแวดวงกฎหมาย และสิ่งที่ทำให้เลือดในกายของเมรีเย็นเฉียบลงทันทีคือ ภาพนั้นมีนายสมศักดิ์ ยืนยิ้มกว้างถ่ายรูปคู่กับชายชุดครุยผู้พิพากษา และข้างๆ กัน... คืออ้อม ในวัยเยาว์ที่หน้าตาเกือบจะเหมือนเดิมแต่ยังดูเด็กกว่า! ทั้งสามคนยืนเคียงข้างกันราวกับคุ้นเคยสนิทสนมกันมาอย่างยาวนาน
โลกทั้งใบของเมรีหมุนคว้างไปในทันที หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก แล้วค่อยๆ ตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มด้วยความตกใจและหวาดกลัวที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อ้อมรู้จักกับพยานเท็จและผู้พิพากษาที่ตัดสินคดีพ่อของเธอมาตั้งแต่ต้น! นางรู้จักกันทั้งสามคน! แล้วที่ผ่านมานางแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างไร? นางเกี่ยวข้องกับการใส่ร้ายพ่อของเธอด้วยหรือไม่?
"คุณกำลังทำอะไรน่ะ เมรี?"
เสียงทุ้มเย็นเยียบดังขึ้นอย่างฉับพลันจากความมืดด้านหลัง ทำให้เมรีสะดุ้งสุดตัวจนเกือบกระโดดลุกจากเก้าอี้ เธอค่อยๆ หันกลับไปมองด้วยมือที่สั่นเทา พบอ้อมยืนพิงขอบประตูอยู่นิ่งๆ ดวงตาคมกริบจ้องมองเธออย่างไม่กระพริบ สายตานั้นเรียบเฉยจนดูเหมือนไม่มีอารมณ์ใดๆ แต่แฝงความมืดมนและอันตรายจนน่ากลัวจับใจ
"พี่อ้อม..." เสียงของเธอสั่นเครือจนแทบจะพูดไม่ออก มือชี้ไปที่หน้าจอภาพถ่ายเก่าที่ยังค้างอยู่ "ภาพนี้... มันหมายความว่ายังไงกันแน่คะ? พี่อ้อม... รู้จักกับพยานคดีพ่อของหนู และผู้พิพากษาคนนั้นมาตลอดใช่ไหม?"
อ้อมค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว ช้าแต่หนักแน่นราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังเข้าหาเหยื่อที่เพิ่งตื่นมาพบว่าตัวเองติดกับดัก รอยยิ้มบางๆ ที่ดูอันตรายและน่ากลัวปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา "คุณฉลาดเกินไปแล้วนะ เมรี... ฉันเตือนแล้วไม่ใช่เหรอว่า บางความลับในโลกนี้ ถ้ารู้เร็วเกินไป มันอาจจะทำลายชีวิตของคุณเสียก่อน... ก่อนที่คุณจะได้สอบเนติฯ ก่อนที่คุณจะได้พ่อกลับมา และก่อนที่คุณจะได้เป็นอิสระจากที่แห่งนี้"
ความจริงชิ้นแรกที่เธอพยายามค้นหามานานเริ่มกระจ่างขึ้น แต่แทนที่จะทำให้เธอดีใจ มันกลับนำพาความแคลงใจ ความหวาดระแวง และอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวเธอทุกวินาที เข้ามาแทนที่ เมรีจ้องมองผู้หญิงที่เธอไว้วางใจและมอบทั้งกายใจให้ไปอย่างสับสน... นางคือคนที่จะช่วยเธอ หรือนางคือคนที่อยู่เบื้องหลังความทุกข์ของครอบครัวเธอกันแน่?