หน้าที่ในร่มผ้า

1435 Words
แสงแดดยามเช้าสีทองอ่อนสาดส่องผ่านผ้าม่านมูลี่สีครีมที่ถูกปล่อยเบาๆ เพียงครึ่งเดียว ลอดลายลูกฟูกของผ้าม่านลงมาบนพื้นไม้เงางามในห้องทำงานของทนายอ้อม กระจ่างแจ้งแต่ไม่รุนแรง พัดพาเอาอากาศยามเช้าที่สดชื่นลอยเข้ามาปะทะกับกลิ่นกระดาษเก่า กลิ่นหมึก และกลิ่นกาแฟดำที่เพิ่งชงเสร็จใหม่ๆ ที่ลอยละล่องอยู่ทั่วห้อง กลิ่นอายของความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความเป็นมืออาชีพที่ห่อหุ้มสำนักงานทนายแห่งนี้ไว้อย่างแน่นหนา เมรีนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานไม้สักขนาดเล็กที่วางไว้ในมุมห้องไกลจากโต๊ะใหญ่ของเจ้าของห้อง ชุดทำงานสีครีมตัดกับกระโปรงทรงเอสีกรมท่าที่สวมใส่ดูเรียบร้อยสมบทบาทผู้ช่วยทนายความที่ขยันขันแข็งและเต็มใจทำงานทุกอย่างตามที่ได้รับมอบหมาย นิ้วมือเรียวยาววางอยู่บนแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ เคลื่อนไหวเร็วและแม่นยำขณะพิมพ์สรุปสำนวนคดีสำคัญที่ต้องนำเสนอในศาลพรุ่งนี้ แต่ไม่ว่าจะตั้งใจทำงานเพียงใด ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ยังคงติดค้างอยู่ตามสรรพางค์ก็ไม่ยอมจางหายไป ทุกครั้งที่เธอขยับไหล่หรือเอวเล็กน้อย เสื้อเชิ้ตที่กระชับแนบเนื้อก็จะเสียดสีกับผิวหนังบริเวณที่มีรอยจูบสีเข้มชัดเจนซ่อนอยู่ภายใต้ปกเสื้อ รอยประทับที่อ้อมทิ้งไว้เมื่อคืนนี้ราวกับตราประทับที่ไม่อาจลบเลือน บอกเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาเมื่อความมืดปกคลุมห้องนี้ สิ่งที่ต้องปิดบังจากทุกคน แม้จะเจ็บแสบเล็กน้อยเมื่อถูกเสียดสี แต่ความรู้สึกนั้นกลับเป็นสิ่งที่ทำให้เธอรู้ว่า เรื่องราวเมื่อคืนไม่ใช่เพียงฝันร้ายหรือฝันหวาน แต่เป็นความจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับชีวิตของเธอ ก๊อก ก๊อก... เสียงเคาะประตูสองครั้งเบาๆ แต่ชัดเจน ตามแบบธรรมเนียมของสำนักงานที่เคร่งครัดในระเบียบวินัย "ขออนุญาตครับทนายอ้อม... เอกสารคดีประกันสังคมครับ" เสียงของเจ้าหน้าที่ธุรการดังแว่วมาจากภายนอก ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดเผยเพียงเล็กน้อย มือหนึ่งส่งแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้ามาวางไว้บนขอบโต๊ะใหญ่ของอ้อมอย่างระมัดระวัง แล้วรีบปิดประตูและเดินจากไปทันที ไม่มีใครกล้าแอบมอง ไม่มีใครกล้าละเมิดพื้นที่ส่วนตัวของทนายอ้อม ผู้ที่ทั้งเก่งกาจและเข้มงวดกวดขันจนเป็นที่เกรงใจของทุกคนในวงการกฎหมายและในสำนักงานแห่งนี้ อ้อมนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังสีดำที่โต๊ะทำงานใหญ่ จับแก้วกาแฟดำร้อนจิบช้าๆ ดวงตาคมกริบที่ปกติเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและการวิเคราะห์ ตอนนี้กลับจ้องมองไปที่ร่างเล็กในมุมห้องอย่างไม่ละสายตา สายตาที่มองดูราวกับเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่เพิ่งได้รับมอบสิ่งล้ำค่าที่รอคอยมานานแสนนาน เห็นทุกการขยับ เห็นรอยยิ้มที่พยายามฝืนแสดงออกเพื่อซ่อนความตื่นเต้นและความอับอาย เห็นความพยายามที่จะทำตัวให้ปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาเลย "เมรี... มานี่สิ" เขาเอ่ยเรียกเสียงเรียบแต่หนักแน่น พอได้ยินเช่นนั้น มือที่กำลังเคลื่อนไหวบนแป้นพิมพ์ของเมรีหยุดชะงักลงทันที หัวใจเต้นแรงขึ้นราวกับจะทะลุออกมาจากอก เธอถอนหายใจเฮือกเล็กๆ ก่อนจะค่อยๆ ลุกจากเก้าอี้ เดินเข้าหาอ้อมด้วยก้าวที่มั่นคงแต่ภายในล้วนสั่นระริก "มีอะไรให้ดิฉันรับใช้คะ ทนายอ้อม?" เธอถามตามธรรมเนียมปฏิบัติที่เคยทำมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ด้วยความเคารพทั้งตำแหน่งและความสามารถของนาง แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำให้เธอต้องหยุดชะงัก "เรียกฉันว่าอะไรนะ?" อ้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย น้ำเสียงที่เคยแผ่วเบาเปลี่ยนเป็นเย็นชาในพริบตา สายตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะบังคับให้เธอจำคำพูดที่นางสั่งเมื่อคืนนี้ให้ได้ เมรีเม้มริมฝีปากล่างแน่นจนขาวซีด ความอับอายและความเกรงใจปะทะกันในใจ เธอรู้ดีว่านางไม่ชอบให้เธอเรียกนางด้วยตำแหน่งหน้าที่อีกต่อไป แต่ในที่ทำงานแบบนี้... เธอกลัวจะมีคนได้ยิน กลัวจะมีใครสงสัย แต่เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาที่ไม่ยอมผ่อนปรนของเขา เธอจึงต้องยอมตามใจ "พี่อ้อม..." เสียงต่ำแผ่วรอดออกมาจากลำคอ สั่นเครือเล็กน้อยแต่ชัดเจนพอที่จะทำให้นางพอใจ "ดีมาก" อ้อมยิ้มรอยยิ้มที่ดูพึงพอใจอย่างที่สุด ก่อนจะกางแขนออก รวบเอวคอดกิ่วของเธอให้หมุนมาประชิด แล้วดึงร่างบางลงมานั่งบนตักกว้างของตัวเองอย่างรวดเร็วและแน่นหนา "อ๊ะ!" เมรีตกใจจนเกือบกรีดร้อง พยายามดิ้นรนจะลุกขึ้น แต่แขนแกร่งของอ้อมกลับรัดรอบเอวเธอไว้อย่างแน่นหนาราวกับคีมเหล็ก ไม่ให้เคลื่อนไหวไปไหนได้เลย ความตกใจทำให้หน้าเธอแดงก่ำถึงหู ความหวาดหวั่นแล่นปราดไปทั่วร่าง "พี่อ้อมคะ... นี่มันในห้องทำงานนะคะ คนอื่นอาจจะเดินเข้ามาได้ตลอดเวลา!" เธอพูดตะกุกตะกัก มือทั้งสองข้างวางประคองที่อกของเธอเองเพื่อพยายามสร้างระยะห่างเพียงเล็กน้อย แม้ว่าในใจลึกๆ เธอก็รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ อ้อมเอียงหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นปะทะแก้มเธอ "ไม่มีใครกล้าเข้ามาก่อนได้รับอนุญาตจากฉันหรอก" เขากระซิบเสียงพร่า นิ้วมือเรียวแทรกเข้าไปใต้กระโปรงทรงเอที่กระชับแนบสะโพกของเธอ ลูบไล้ไปตามผิวเนื้อเรียบเนียนของต้นขาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าบางๆ ทีละนิด ช้าแต่ชัดเจนจนทำให้เธอต้องสั่นระริก "และนี่คือหน้าที่ในร่มผ้าของคุณ... นอกจากงานที่ได้รับเงินเดือนแล้ว ยังมีหน้าที่อื่นที่คุณต้องรับผิดชอบต่อฉันด้วย" เขาเลื่อนมือสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขอบผ้าชั้นในที่บางเฉียบ กดเบาๆ ที่จุดอ่อนไหวที่ทำให้เธออ่อนแรงลงทันที "ยิ่งคุณทำให้ฉันพอใจมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งจ่ายเงินให้คุณมากเท่านั้น... คุณไม่ได้ต้องการเงินเพื่อรักษาคนที่คุณรักไม่ใช่หรือ?" คำพูดนั้นราวกับมีดที่แทงตรงประเด็นที่อ่อนแอที่สุดในใจของเธอ ความจำเป็นที่ทำให้เธอต้องมาทำงานที่นี่ ความหวังเดียวที่จะช่วยเหลือคนในครอบครัว... มันทำให้เธอไม่อาจปฏิเสธนางได้ ไม่ว่าจะอับอายหรือหวาดกลัวเพียงใด อ้อมเริ่มรุกล้ำเข้าไปยังจุดซ่อนเร้นที่ละเอียดอ่อนที่สุดผ่านผ้าบางๆ ที่ไม่อาจปกป้องความรู้สึกของเธอได้อีกต่อไป นิ้วมือชำนาญเริ่มขยับเคลื่อนไหว บดเบียดและไล่เลี่ยอย่างรู้ใจที่จะทำให้เธอหวั่นไหว เมรีต้องใช้มือทั้งสองข้างบีบปากตัวเองแน่นจนนิ้วขาวซีด เพื่อกลั้นเสียงครางที่กำลังจะเล็ดลอดออกมาให้เหลือเพียงเสียงหายใจหอบกระชากที่แผ่วเบาเท่านั้น ความวาบหวามที่แล่นปราดไปทั่วร่างผสมปนเปกับความอับอายที่ต้องทำเช่นนี้ในที่ทำงาน ที่ซึ่งความเป็นมืออาชีพควรจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ความรู้สึกที่ขัดแย้งกันทำให้เธอสับสนจนไม่รู้จะคิดอย่างไรดี แต่เมื่อสัมผัสของนางเริ่มรุนแรงและชัดเจนขึ้น ความคิดที่จะต่อสู้ก็ค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยการยอมจำนนต่อความรู้สึกและความจำเป็นที่ไม่อาจปฏิเสธได้ อ้อมจ้องมองใบหน้าที่แดงฉานและดวงตาที่ฉาบฉวยไปด้วยน้ำตาของเธออย่างพึงพอใจ ผสมกับความรักที่ยังคงซ่อนอยู่ลึกๆ ในใจรู้ว่ากำลังใช้ความได้เปรียบในทางที่ผิดบ้าง แต่ความปรารถนาที่จะครอบครองเธอให้เป็นของตนอย่างเด็ดขาดนั้นมีมากกว่าความรู้สึกผิดใดๆ ทั้งสิ้น การทำงานในฐานะผู้ช่วยทนายความที่ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดควบคู่ไปกับการเป็นคนที่ต้องตอบสนองต่ออารมณ์ความต้องการของนาง ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่นาทีนี้เป็นต้นไปสำหรับเมรี เธอรู้ดีว่าต้องอดทน ต้องยอมรับความทรมานอันแสนหวานนี้ที่ผสมผสานระหว่างความสุขและความอับอาย เป็นการแลกเปลี่ยนกับความหวังเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิตของเธอ... ความหวังที่จะช่วยให้ทุกอย่างกลับมาดีขึ้น แม้ว่าตัวเธอเองอาจจะต้องเสียบางสิ่งบางอย่างไปจนไม่อาจหวนกลับคืนมาได้อีกเลยก็ตาม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD