วันสุดท้ายของการเปิดรับชำระค่าสมัครสอบเนติบัณฑิตยสภาภาคถัดไป เวลานาฬิกาเดินกระบี่กระบองราวกับเร่งรัดชีวิต เมรีนั่งจ้องมองยอดเงินในแอปพลิเคชันธนาคารบนหน้าจอมือถือซ้ำแล้วซ้ำเล่า หวังว่าตัวเลขจะเปลี่ยนไปเป็นตัวเลขที่พอเพียง แต่ความจริงก็ยังเหมือนเดิม เงินที่มีอยู่น้อยกว่าค่าสมัครสอบเกินครึ่ง สาเหตุที่เธอต้องเผชิญกับทางตันเช่นนี้ ก็เพราะเมื่อสามวันก่อน พ่อของเธอซึ่งจำคุกอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรมได้ล้มป่วยลงอย่างหนัก แพทย์โรงพยาบาลราชทัณฑ์แจ้งว่าจำเป็นต้องใช้ยาพิเศษและค่าดูแลรักษาอย่างเร่งด่วน เมรีไม่อาจปฏิเสธความเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขได้ จึงต้องนำเงินสะสมส่วนใหญ่ที่เก็บออมเพื่อความฝันมาตลอดหลายปี ส่งไปชำระค่ายาค่ารักษาทันทีโดยไม่รีรอ
เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมง ประตูระบายความยากลำบากและทางเดินสู่อาชีพที่มั่นคงกำลังจะปิดลง และนี่คือโอกาสสุดท้ายของเธอ หากพลาดไป ภาคหน้าจะต้องรออีกเต็มปี และไม่รู้ว่าชีวิตจะพาเธอไปเจออะไรอีก เมรีถอนหายใจเฮือกใหญ่ กำหมัดแน่นขณะที่น้ำตาคลอเบ้า แต่กลั้นไว้อย่างเด็ดเดี่ยว เธอเช็ดน้ำตาออกอย่างรวดเร็ว จัดเสื้อผ้าและท่าทางให้เรียบร้อย แม้ในใจจะหนักอึ้งราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก แต่ก็ต้องตั้งใจเดินเข้าไปยังห้องทำงานส่วนตัวของอ้อม
เมื่อเดินเข้ามาภายในห้องแอร์เย็นฉ่ำที่ตกแต่งอย่างหรูหราและเคร่งครัด เมรียืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานไม้สักเนื้อแน่นขนาดใหญ่ มือสั่นเทาเล็กน้อยขณะก้มศีรษะลงด้วยความนอบน้อมและรู้สึกต่ำต้อยกว่าที่เคยเป็น
“พี่อ้อมคะ... หนู... หนูต้องการเงินค่าสมัครสอบเนติฯ ภาคนี้ค่ะ” เมรีเอ่ยเสียงแผ่วเบาแทบจะไม่เป็นคำ กลืนน้ำลายลงอย่างยากลำบาก “ขอยืมก็ได้ค่ะ หนูจะตั้งใจอ่านหนังสือสอบให้ผ่าน แล้วรีบหาเงินมาคืนพี่อ้อมทันทีเลยค่ะ”
อ้อมเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้อย่างสบายใจ ขัดเข้าหากันอย่างผู้มีอำนาจ มองเมรีจากบนลงล่างด้วยสายตาที่สื่อถึงความเหนือกว่าและรู้ทันอยู่แล้ว “ฉันรู้ว่าวันนี้เป็นวันสุดท้าย ฉันเตรียมเงินจำนวนนั้นไว้ให้คุณตรงนี้แล้วตั้งแต่เช้า” อ้อมพักเสียงสั้นๆ ยิ้มมุมปากอย่างรู้กันว่าต้องมีเงื่อนไข “แต่คุณก็รู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าในโลกนี้... สิ่งที่มีค่าย่อมแลกมาด้วยสิ่งมีค่า สัญญาทุกอย่างต้องมีการแลกเปลี่ยน”
เมรีชะงัก มือที่เกาะขอบโต๊ะกระชับแน่นขึ้น “แลกเปลี่ยน... อย่างไรคะพี่อ้อม”
อ้อมไม่ตอบด้วยคำพูดทันที แต่เอื้อมมือเปิดลิ้นชักกลางของโต๊ะทำงาน นำซองสีน้ำตาลหนาเตอะที่อัดแน่นไปด้วยแบงก์พันวางลงบนพื้นผิวไม้สักอย่างเสียงดังฟังชัดพอประมาณ ก่อนที่เธอจะเอียงตัวชี้ลงไปที่พื้นดินใต้โต๊ะทำงานของตนเอง น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นราวกับคำสั่ง “ก้มลงไป... คุกเข่าลงที่ตรงนั้น ใช้ปากและความเต็มใจของคุณทำให้ฉันพอใจอย่างที่ฉันบอก... แล้วซองเงินใบนี้ พร้อมกับความช่วยเหลือในอนาคตทั้งหมด จะเป็นของคุณทันที”
เมรีหน้าซีดเผือดลงจนไม่มีเลือดฝาด ร่างกายสั่นเทาราวกับถูกน้ำเย็นราดใส่ ความอับอาย ขายหน้า และความขุ่นเคืองพุ่งเข้ามาพร้อมกันจนเวียนหัว เงื่อนไขที่พิสดาร กดขี่ และเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของมนุษย์เช่นนี้ ทำให้เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือจนเจ็บปวด เธออยากจะหันหลังเดินออกไปให้พ้น หยิ่งในศักดิ์ศรีแล้วบอกว่าไม่เอา แต่ภาพของพ่อที่นอนป่วยอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลเรือนจำ ภาพค่ายาที่ยังมีหนี้ค้าง และโอกาสสุดท้ายที่กำลังจะปิดลงฉุดรั้งเธอไว้... ถ้าวันนี้เธอเดินกลับไป ทุกอย่างก็จบลง ความยากจน ความทุกข์ยาก ความไร้ทางจะตามลากตัวเธอไปตลอดชีวิต
เมรีกลืนก้อนความเคืองแค้น ก้อนน้ำตา และก้อนความอับอายลงคออย่างยากลำบาก กลั้นเสียงสะอื้นไว้ในลำคอแน่นจนเจ็บปวด เธอค่อยๆ ย่อตัวลง คุกเข่าลงบนพื้นพรหมเนื้อนุ่มที่ปูไว้ใต้โต๊ะอย่างช้าๆ ราวกับท่อนขาทั้งสองข้างถ่วงด้วยตะกั่ว
อ้อมมองเห็นการยอมจำนนนั้นแล้ว ค่อยๆ ปิดตาลง เอนกายรอคอยอย่างผู้มีสิทธิ์เต็มที่ ในขณะที่เมรีเริ่มปฏิบัติตามคำสั่งอย่างสั่นเทา ทั้งตัวตึงเครียดและต่อต้าน แต่ก็ต้องฝืนบังคับใจให้ทำ... สัมผัสอันแปลกใหม่ อันตราย และวาบหวามกวนจิตใจเธออย่างหนักหน่วงทุกวินาที แต่ในใจลึกๆ เธอพูดกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า... “เพื่อพ่อ... เพื่ออนาคต... เพื่อวันหนึ่งจะได้ยืนหยัดอย่างมีศักดิ์ศรี... อดทนไว้เมรี... นี่คือค่าไถ่ตัวเองให้พ้นจากกับดักความยากจน”
เวลาในช่วงเวลานั้นดูเหมือนจะยืดยาวออกไปเป็นปี ทุกหายใจ ทุกการขยับ ทุกเสียงร้องข้างต่าง กัดกินความรู้สึกของเธอทีละน้อย แต่เมรีทำมันจนสำเร็จ เมื่อทุกอย่างจบลง เธอค่อยๆ ดึงร่างกายขึ้นมาอย่างอ่อนเพลีย เช็ดริมฝีปากด้วยหลังมืออย่างระแวงสงสัยและอับอาย อ้อมก้มลงหยิบซองเงินส่งให้เธอพร้อมรอยยิ้มที่ดูพึงพอใจ “รับไป... นี่เป็นของคุณแล้ว อย่าลืมนะว่า... ตั้งแต่วันนี้ คุณเป็นหนี้ฉันไม่ใช่แค่เงิน... แต่เป็นหนี้ชีวิต”
เมรีรับซองเงินมาถือไว้แน่น มือสั่นเทาไม่ใช่เพราะดีใจที่ได้เงิน แต่เพราะรู้ดีว่า... เธอเพิ่งแลกเปลี่ยนบางอย่างในตัวเองที่ไม่อาจเรียกคืนกลับมาได้อีกต่อไปแล้ว แม้จะสำเร็จการศึกษาและมีอาชีพที่รออยู่ข้างหน้า แต่รอยแผลเป็นที่เกิดขึ้นวันนี้จะติดตัวเธอไปตลอดชีวิต... และเธอก็ต้องพร้อมรับมือกับมัน... ในฐานะค่าใช้จ่ายแห่งความฝัน