กรงขังพ่อ

1097 Words
แสงแดดยามเช้าวันอาทิตย์ส่องกระทบถนนลาดยางที่ทอดยาวสู่ตัวเมือง แต่กลับไม่อาจทำให้ความมืดหม่นในใจของเมรีจางหายไปได้ รถโดยสารประจำทางค่อยๆ แล่นเข้าใกล้จุดหมายปลายทางที่เธอไปเยี่ยมเยียนทุกสัปดาห์ด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งราวกับมีหินผามัดไว้ที่อก เมื่อถึงประตูรั้วเรือนจำพิเศษที่มีลวดหนามพันล้อมรอบและยามเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเดินผ่านขั้นตอนตรวจคัดและลงทะเบียนอย่างว่างเปล่า ดวงตาค้างคึงไปที่แผ่นกระจกหนาและลูกกรงเหล็กที่จะเป็นสิ่งกีดขวางระหว่างเธอกับพ่อในอีกไม่กี่อึดใจ ไม่นานนัก ประตูฝั่งตรงข้ามก็ถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า นายเมธาในชุดนักโทษสีซีดจางเดินออกมาด้วยก้าวที่เชื่องช้าและอิดโรย ทุกก้าวราวกับต้องแบกรับความทุกข์ระทมและความไม่ยุติธรรมมาเป็นเวลาเก้าปีเต็ม ผิวหนังที่เคยกระชับเต่งตึงกลับเหี่ยวย่นและซีดเซียว ขมับขาวโพลนไปด้วยผมหงอกก่อนวัย ร่างกายซูบผอมลงจนดูเหมือนโครงกระดูกที่ห่อหุ้มด้วยผิวหนัง ทุกเส้นสายบนใบหน้าล้วนบอกเล่าถึงความลำบากที่ต้องเผชิญภายในกำแพงคุก แต่เมื่อสายตาไปประสานกับลูกสาวเพียงคนเดียว แววตาที่เคยหม่นหมองก็พลันสว่างขึ้นราวกับมีแสงตะวันลอดเข้ามา "เมรี..." เขาเอ่ยเรียกเสียงพร่า นิ้วมือสั่นเทายกหูโทรศัพท์ขึ้นแนบที่ข้างหู มองลูกสาวผ่านแผ่นกระจกหนาที่แยกพวกเขาออกจากกันราวกับห่างกันคนละฟากฟ้า เมรีรีบยกหูโทรศัพท์ฝั่งตนเองขึ้นมาทันที น้ำตาที่กั้นกลั้นไว้ตั้งแต่เช้าพรั่งไหลออกมาอย่างไม่อาจยับยั้ง เธอพยายามกลั้นเสียงสะอื้นแต่ทำได้ยากเต็มที "พ่อคะ... พ่อเป็นยังไงบ้างคะ?" เสียงตะกุกตะกักดังแผ่วผ่านลำโพง เธอจ้องมองใบหน้าพ่ออย่างไม่วางตา อยากจะลูบไล้ความเหี่ยวย่นบนใบหน้า อยากจะกอดร่างผอมโซนั้นไว้แน่นเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นให้พ่อ แต่ทำได้เพียงแค่มองผ่านแผ่นกระจกและลูกกรงเหล็กเท่านั้น "พ่อไม่ค่อยดีเลยลูก... ไอทั้งคืนจนลำคอแห้งผากและร่างกายทรมานไปหมด" เมธายิ้มออกมาอย่างเศร้าใจ แม้จะพยายามฝืนยิ้มเพื่อไม่ให้ลูกเป็นห่วง แต่รอยยิ้มนั้นกลับทำให้คนมองยิ่งเจ็บปวดกว่าเดิม "แต่เมื่อได้เห็นหน้าลูก... พ่อก็มีความสุขแล้ว มีแรงต่อสู้ต่อไปอีกหน่อย งานที่สำนักกฎหมายแห่งใหม่เป็นยังไงบ้างลูก? ทนายอ้อมเขาใจดีกับลูกไหม?" คำถามนั้นราวกับมีดคมกริบที่แทงกลับเข้ามาที่หัวใจของเธออีกครั้ง เมรีกระเดือกน้ำลายลงคอที่แห้งผาก รอยแผลเป็นรอยจูบที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อคอเต่ารบกวนจิตใจอย่างรุนแรง ทุกครั้งที่ขยับตัว เสื้อผ้าจะเสียดสีกับผิวหนังบริเวณนั้นราวกับเตือนความจำอยู่ตลอดเวลา ว่าเธอต้องแลกมาด้วยอะไรบ้างเพื่อให้ได้มาซึ่งโอกาสที่จะช่วยพ่อ เธอจึงต้องบิดเบือนความจริงเพื่อไม่ให้พ่อเป็นห่วงหรือรู้สึกผิด "เขา... เขาใจดีมากค่ะพ่อ ให้เกียรติหนูและไว้วางใจให้หนูรับผิดชอบงานสำคัญๆ เขาให้เงินเดือนหนูดีมาก พอใช้จ่ายและเหลือเก็บส่งมาให้พ่อด้วย... และยังสัญญาว่าจะดูแลเรื่องการเตรียมตัวสอบเนติฯ รอบนี้ให้หนูด้วยค่ะ" "โชคดีเหลือเกินที่มีคนเมตตาและเอ็นดูลูกอย่างเขา" น้ำตาคลอเบ้าของผู้เป็นพ่อเห็นได้ชัดผ่านแผ่นกระจก เขาพยายามเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มด้วยหลังมือที่ดูหยาบกร้าน "ลูกต้องตั้งใจทำงาน ตั้งใจเรียน ตอบแทนบุญคุณเขานะลูก... ชีวิตคนเรามีผู้ให้บุญคุณ ต้องจดจำและกตัญญูตอบแทนเสมอ" "ค่ะพ่อ..." เมรีพยักหน้ารับ นิ้วมือลูบไล้ไปบนผิวกระจกหนาตรงกับตำแหน่งมือของพ่อที่วางแนบอยู่อีกฟากหนึ่ง เหมือนจะสัมผัสถูกมือที่เคยโอบอุ้มและปกป้องเธอมาตลอดชีวิต "หนูสัญญาค่ะพ่อ... ไม่ว่าจะต้องทำอย่างไร หนูจะพาพ่อออกไปจากที่นี่ให้ได้ ก่อนที่พ่อจะ..." เสียงของเธอสะดุดลง คำพูดที่ต้องการจะบอกว่า "ก่อนที่พ่อจะจากไปตลอดกาล" ติดค้างอยู่ในลำคอจนพูดต่อไม่ออก น้ำตาไหลท่วมหน้าจนมองเห็นภาพพ่อเป็นเพียงภาพพร่ามัว เมธามองลูกสาวด้วยความรักและความห่วงใยล้นเหลือ เขาเข้าใจสิ่งที่ลูกกำลังจะพูดและความกังวลที่ซ่อนอยู่ในนั้น "ไม่ต้องกลัวไปลูก... พ่อจะพยายามรักษาตัวเองให้ดีที่สุด พยายามอยู่ให้ถึงวันนั้นนะลูก... รอวันที่ลูกมาพาพ่อกลับบ้านด้วยกัน" คำสัญญาของพ่อดังก้องสะท้อนอยู่ในหัวของเมรีราวกับเสียงสัญญาณเตือนใจที่ไม่อาจลืมเลือน เวลาที่มีอยู่ไม่มากแล้ว ความเจ็บป่วยและความลำบากภายในเรือนกำลังกัดกินชีวิตของพ่อไปทีละน้อย ทุกวินาทีที่ผ่านไปคือการสูญเสียโอกาสที่จะได้แก้ตัวแก้ไข ความช่วยเหลือที่เธอได้รับจากอ้อมไม่ว่าจะมีเงื่อนไขแฝงไว้อย่างไร ก็เป็นหนทางเดียวที่เหลืออยู่สำหรับเธอในตอนนี้ เมื่อเวลาเยี่ยมชมสิ้นสุดลง เจ้าหน้าที่มาตบเรียกให้แยกย้ายกันกลับห้อง เมธามองลูกสาวด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ก่อนจะถอยห่างออกไปตามคำสั่ง เมรีลุกจากเก้าอี้อย่างเชื่องช้า เดินออกจากห้องเยี่ยมและผ่านประตูรั้วเรือนจำออกมาสู่โลกภายนอกอีกครั้ง ดวงอาทิตย์ยังส่องแสงจ้าอยู่บนฟ้า แต่สำหรับเธอแล้วท้องฟ้าดูเหมือนจะมืดมนลงไปกว่าเดิม หัวใจหนักอึ้งราวกับถ่วงด้วยก้อนหินใหญ่ แต่ในขณะเดียวกัน ความมุ่งมั่นก็แรงกล้าขึ้นเป็นทวีคูณ เธอกำหมัดแน่นขณะเดินกลับไปยังจุดรถโดยสาร ความคิดเดียวที่ฝังอยู่ในใจคือ เธอต้องสอบผ่านเนติบัณฑิตให้ได้ในครั้งนี้ ต้องใช้ความรู้และความสามารถที่มารื้อฟื้นคดีเก่าให้กลับมาสู่ความยุติธรรม และต้องพาพ่อออกไปจากที่นี่ให้จงได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะต้องอดทน ต้องยอมจำนน หรือต้องเจ็บปวดเพียงใด เธอจะทน เพื่อพ่อ... เพื่อความจริงที่ถูกซ่อนเร้นมานานแสนนาน... เพื่อวันหนึ่งที่พวกเขาจะได้กลับไปอยู่พร้อมหน้ากันอย่างปกติสุขอีกครั้ง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD