เวลาสามทุ่มตรง สำนักงานกฎหมายเงียบสงัด มีเพียงแสงไฟจากห้องทำงานของทนายอ้อมที่ยังเปิดอยู่ เมรีเดินเข้าห้องไปด้วยหัวใจที่เต้นตึกตัก
อ้อมปลดกระดุมสูทตัวนอกออก เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตผ้าซาตินสีดำที่แนบชิดเรือนร่าง เธอนั่งอยู่บนโซฟาหนังสีดำในมุมมืดของห้อง ถือแก้วไวน์แดงในมือ
"ปิดประตูและลงกลอนซะ เมรี" อ้อมสั่งเสียงเรียบ
เมรีทำตามอย่างว่าง่าย ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าอ้อม "ทนายอ้อมคะ... เงื่อนไขที่คุณพูดถึงเมื่อเช้าคืออะไรคะ?"
อ้อมวางแก้วไวน์ลง แล้วหยิบสัญญาฉบับหนึ่งขึ้นมาวางบนโต๊ะ "นี่คือสัญญาการเป็นผู้ช่วยทนายความ เงินเดือนสามหมื่นบาท เงินช่วยเหลือค่าสอบเนติฯ และสิทธิในการเข้าถึงห้องเก็บแฟ้มคดีลับของฉัน"
เมรีมองสัญญานั้นด้วยความดีใจ แต่เมื่ออ่านเนื้อหาในหน้าสุดท้าย เธอต้องขมวดคิ้วด้วยความสับสน เพราะมันไม่มีระบุรายละเอียดเกี่ยวกับหน้าที่การทำงานเลย
"หน้าที่ของคุณไม่ได้อยู่ในกระดาษแผ่นนั้นหรอก เมรี..." อ้อมลุกขึ้นเดินเข้าหาเมรีช้าๆ นิ้วเรียวของเธอแตะเข้าที่กรอบหน้าของหญิงสาวสาวฝึกหัด "งานพิมพ์สำนวนน่ะใครๆ ก็ทำได้... แต่สิ่งที่ฉันต้องการจากคุณ คือสิ่งที่คุณไม่เคยมอบให้ใคร"
"หมายความว่ายังไงคะ?" เมรีถอยหลังหนีเล็กน้อย ลมหายใจเริ่มติดขัด
"พรหมจรรย์ของคุณ... เรือนร่างของคุณ... และการยอมจำนนต่อฉัน" อ้อมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นแต่อัดแน่นด้วยความปรารถนา "แลกกับอนาคตของคุณ แลกกับชีวิตของพ่อคุณ คุณต้องเป็นของฉัน... ทุกครั้งที่ฉันต้องการ"
"นี่มัน... นี่มันบ้าไปแล้ว!" เมรีหน้าซีดเผือด "คุณเป็นทนายจิตอาสา เป็นคนดี... ทำไมถึงทำแบบนี้?"
"โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ เมรี" อ้อมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "คุณต้องการเงิน ต้องการตั๋วทนาย ต้องการช่วยพ่อ... ส่วนฉัน ต้องการคุณ ยอมรับข้อเสนอ หรือจะเดินออกไปจากห้องนี้แล้วมองดูพ่อคุณตายในคุกในฐานะนักโทษฆาตกร?"
คำพูดของอ้อมเหมือนบีบคั้นหัวใจเมรีให้แตกเป็นเสี่ยงๆ พ่อที่กำลังป่วย... อนาคตที่ริบหรี่... เมรีกำหมัดแน่น น้ำตาคลอเบ้า เธอไม่มีทางเลือกอื่นเลยในชีวิตนี้
"ถ้าดิฉันยอม..." เมรีเอ่ยเสียงสั่นระริก "คุณจะช่วยพ่อของดิฉันจริงๆ ใช่ไหม?"
"ฉันรักษาคำพูดเสมอ" อ้อมใช้นิ้วโป้งไล้ริมฝีปากล่างของเมรีเบาๆ "ปลดกระดุมเสื้อของคุณออกสิ... แสดงให้ฉันเห็นว่าคุณพร้อมจะเซ็นสัญญานี้ด้วยร่างกายของคุณ"