ค่ำคืนนี้อากาศภายนอกหน้าต่างเต็มไปด้วยลมมรสุมและเมฆสีดำที่บดบังแสงจันทร์ แต่ภายในห้องทำงานของอ้อมกลับร้อนระอุขึ้นราวกับมีเปลวไฟลุกโชนปกคลุมไปทั่ว แสงไฟสลัวสีส้มนวลสาดกระทบเรือนร่างของหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หนัง ทุกเส้นสายของร่างกายที่เรียบเนียนและบอบบางแฝงความหวั่นไหวอยู่ไม่น้อย เมรีมือจับขอบเก้าอี้แน่น รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวของอ้อมที่ค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามายืนอยู่เบื้องหลังเธอ เสียงรองเท้าคู่ใจดังแผ่วจนหยุดนิ่งตรงหลังพิงของเธอ
นิ้วมือเรียวเรียบเนียนของอ้อมค่อยๆ ยื่นเข้ามาประสานกับกระดุมเม็ดแรกของเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เธอสวมใส่ นางปลดมันออกทีละเม็ดด้วยความใจเย็นและช้าๆ ราวกับเจตนาที่จะให้เธอรู้สึกถึงทุกช่วงเวลาแห่งการถูกเปิดเผย ทุกการสัมผัสที่ปลายนิ้วราวกับสายฟ้าที่แล่นลงมาทำให้ขนลุกซู่ไปทั่วแผ่นหลัง ผิวเนื้อที่ถูกเปิดเผยต่ออากาศเย็นสบัดก็ยิ่งตอบสนองต่อความร้อนระอุจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที
"กลัวเหรอ... เรื่องที่มีคนติดตามเมื่อเย็นนี้?" อ้อมกระซิบชิดข้างหู เสียงทุ้มต่ำแผ่วพร่า ลมหายใจอุ่นปะทะผิวเนียนบริเวณต้นคอ ก่อนที่ปลายลิ้นอุ่นจะแตะลงบนติ่งหูของเมรีเบาๆ ช้าๆ และรู้สึกถึงทุกอารมณ์
เมรีหลับตาลงแน่น ร่างกายสั่นระริกเล็กน้อย สะท้อนลมหายใจที่หนักหน่วงและไม่สม่ำเสมอออกมา "พี่อ้อม... คนพวกนั้นเป็นใครกันแน่คะ? พวกเขาเกี่ยวข้องกับคนที่อยู่ในรูปถ่ายนั้นใช่ไหม? กับผู้พิพากษาและนายสมศักดิ์... พวกเขารู้ว่าหนูกำลังสืบเรื่องอยู่ แล้วพวกเขาจะทำร้ายหนูหรือเปล่า?" เธอถามด้วยเสียงที่ขาดความมั่นใจเต็มที ความกลัวยังไม่จางหายไปจากใจ
"อย่าเพิ่งถามถึงคนอื่นเลย เมรี..." อ้อมสอดมือเข้าไปใต้ผ้าชั้นนอกที่เปิดกว้างขึ้น สัมผัสผิวเนียนที่หน้าท้องนุ่มละเอียดอ่อน ไล่เลี่ยขึ้นอย่างช้าๆ มั่นคง และรุนแรงในเวลาเดียวกัน จนถึงทรวงอกเต่งตึงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชั้นในบางเฉียบ "สนใจเรื่องของเราตรงนี้ดีกว่า... ตอนนี้มีเพียงฉันกับเธอ ไม่มีใครอีกแล้ว"
สัมผัสของอ้อมเต็มไปด้วยความชำนาญที่รู้ใจเธอทุกแห่งหน ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวล้วนแฝงความปรารถนาอันรุนแรงและความครอบครองที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เมรีพยายามจะขัดขืนในจิตใจอยู่ตลอดเวลา พยายามบอกตัวเองว่านี่คือสิ่งที่เธอต้องทน เพื่อพ่อ เพื่อความจริง เพื่อโอกาสที่จะก้าวเดินต่อไป แต่ร่างกายของเธอกลับตอบสนองต่ออารมณ์เสน่หาของนางอย่างควบคุมไม่ได้ ร่างกายจำจังหวะ จำสัมผัส และจำความรู้สึกดีเหลือเกินที่นางมอบให้ ทั้งที่สมองยังเตือนให้ระแวง แต่ประสาทสัมผัสทั่วร่างกลับยอมจำนนไปก่อนเสมอ
เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่เธอพยายามบิดบังไว้ เมื่ออ้อมก้มลงซุกไซ้ซอกคอ บดเบียดร่างกายของนางเข้าหาเธออย่างแนบแสนแนบ ราวกับต้องการจะหลอมรวมให้เป็นเนื้อเดียวกัน มือแข็งแรงโอบรอบเอวคอดกิ่วดึงให้แนบชิดจนไม่มีช่องว่างเหลือให้ลมผ่าน
"อื้ม... พี่อ้อม..." เธอเรียกชื่อนางออกมาเองโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงอ่อนหวานปนความหวั่นไหว
ความสับสนเริ่มก่อตัวขึ้นในส่วนลึกของจิตใจอย่างรุนแรง เธอทำสิ่งนี้... ยอมรับสัมผัสและความใกล้ชิดทั้งหมดนี้ เพียงเพราะต้องการแลกกับความช่วยเหลือในคดีของพ่อ และโอกาสที่จะได้เป็นทนายความเพียงอย่างเดียวเท่านั้นจริงหรือ? หรือว่าในใจลึกๆ เธอเริ่มสมยอม... เริ่มคุ้นเคย... และเริ่มหลงใหลในกรงขังพันธะอันแสนเร่าร้อนของอ้อมไปแล้วกันแน่?
ความรู้สึกที่นางมอบให้นั้นยากที่จะปฏิเสธ มันผสมกันระหว่างความเป็นเจ้าของที่เข้มงวดและความอ่อนโยนในแบบที่ไม่มีใครเคยทำให้เธอมาก่อน ทุกครั้งที่นางสัมผัส เธอรู้สึกเหมือนมีค่า... มีคนเอาใจใส่... แม้จะรู้ดีว่าอาจมีเรื่องราวดำมืดซ่อนอยู่เบื้องหลังก็ตาม
"เป็นของฉัน... สยบลงใต้ร่างของฉันเท่านั้น" อ้อมพึมพำติดข้างหู น้ำเสียงหนักแน่นและเด็ดขาดราวกับเป็นคำสั่งและคำปฏิญาณในเวลาเดียวกัน "อย่าให้ใครเข้ามาใกล้... ไม่มีใครมีสิทธิ์แตะต้องเธอนอกจากฉัน... จำไว้"
ก่อนจะพาร่างบางที่อ่อนแรงลงไปแล้วดิ่งลงสู่วิมานแห่งกามารมณ์ที่รุนแรงและลึกซึ้งยิ่งกว่าคืนไหนๆ ทุกการเคลื่อนไหวล้วนบอกเล่าถึงอำนาจ ความปรารถนา และความผูกพันที่พันธะแน่นหนาขึ้นทุกวัน เมรีปล่อยให้ตัวเองล่องลอยไปพร้อมกับนาง ชั่วขณะหนึ่งลืมเรื่องราวทั้งหมดที่รออยู่ข้างนอก ลืมความกลัว ลืมความระแวง ลืมภาพถ่ายเก่าและคนที่ตามตัว เหลือเพียงความรู้สึกที่นางกำลังมอบให้และความจริงที่เจ็บปวดว่า... หัวใจของเธออาจจะเริ่มเอาชนะเหตุผลไปแล้ว และนั่นอาจจะเป็นจุดอ่อนที่อันตรายที่สุดของเธอก็ได้
เมื่อทุกอย่างสงบลง อ้อมนอนเคียงข้างเธอ บรรจงจุมพิตผมยาวที่ยุ่งเหยิงของเมรีอย่างอ่อนโยน ก่อนจะกระซิบคำเดิมที่ฟังดูหวานแต่แฝงความเป็นเจ้าของอย่างลึกซึ้ง "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น... เธอเป็นของฉัน และฉันจะปกป้องเธอเอง"
แต่ในใจของเมรี คำพูดนั้นกลับก้องกังวานด้วยคำถามเดิมที่ไม่มีใครตอบให้ชัดเจน... ปกป้องจากภัยภายนอก... หรือปกป้องให้พ้นจากความจริงที่นางเองก็มีส่วนรู้เห็นกันแน่?