5 | ไทป์ที่ตรงใจ

1719 Words
Quinnton Rooftop Bar หลังจากตกลงกันว่าจะไปหาที่นั่งชิลกันต่อ ทั้งห้าคนเลยออกมาจากคลับของมหาวิทยาลัยแล้วมุ่งหน้าตรงมายังรูฟท็อปบาร์ที่อยู่ภายในเขตของควินตัน และแน่นอนว่าที่นี่เปรียบเสมือนบาร์บนโรงแรมทั่วไป แต่แค่ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำหน่ายเลยสามารถใช้คำว่านั่งชิลได้จริง ๆ รถซุปเปอร์คาร์ทั้งสี่คันขับเข้ามาจอดเรียงกันด้านหน้าอาคารสูงหลายสิบชั้นพร้อมเหล่าบรรดาทายาทมหาเศรษฐีที่พากันเปิดประตูก้าวลงมาจากรถด้วยท่าทางสง่างาม และความสวยหล่อที่กินกันไม่ลงจนคนบางกลุ่มที่เดินผ่านไปผ่านมายังต้องพากันหันมามอง สาวผมลอนยาวลงมาจากรถคันสีม่วง รถคู่ใจเพื่อนสาวสุดแซ่บของเธอก่อนจะเดินอ้อมไปควงแขนเจนีนเพื่อพากันเดินขึ้นบันไดตรงไปยังลิฟต์แก้วหน้าอาคารสูงโดยมีสามหนุ่มเดินประกบปิดท้ายราวกับบอดี้การ์ดประจำตัวเจ้าหญิง ทั้งห้าคนเข้ามาอยู่ภายในลิฟต์ตัวเดียวกันโดยมีฟาเดลเป็นคนกดปุ่มไปยังชั้นบนสุดของอาคารแห่งนี้ ร่างกายสูงโปร่งกำยำของผู้ชายทั้งสามคนทำให้สองสาวแทบมองไม่ให้ภาพวิวทิวทัศน์ด้านนอกเลย แม้ทั้งสามหนุ่มจะพยายามยืนลีบตัวแล้วก็ตาม “พวกนายโตกันเป็นควายขนาดนี้แล้วหรอเนี่ย ทำไมตัวใหญ่กินพื้นที่แบบนี้นะ” เจนีนบ่นอุบออกมาอย่างตั้งใจส่วนเวนดี้ก็พยักหน้ารัว ๆ เห็นด้วยกับสิ่งที่เพื่อนสาวคนสนิทพูด เพราะสิ่งที่เจนีนเพิ่งพูดออกมาทำให้เธอเพิ่งตระหนักได้ว่าเพื่อนที่เล่นกันมาตั้งแต่เด็กได้โตเป็นหนุ่มหล่อกันหมดแล้ว จนตัวเองก็ยังแปลกใจว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาทำไมถึงได้ไม่เคยสังเกตเห็นเลย “จะชมพวกกูว่าหล่อนั่นแหละ แต่ปากหมาไปหน่อย” “แค่บอกว่าตัวใหญ่จ้ะ!” ติ๊ง! เสียงรองเท้าส้นสูงสองคู่เดินนำออกมาจากลิฟต์หลังจากที่เจนีนสะบัดบ็อบใส่เคนโน่ และตอกกลับไปโดยไม่ได้หันหน้ากลับไปมองหนุ่มจอมกะล่อนที่ชอบกวนประสาทเธอ สองสาวเดินตรงไปหาพนักงานของร้านแล้วให้พนักงานหญิงคนนั้นเป็นฝ่ายเดินนำพาทั้งห้าคนไปยังโต๊ะโซนเอาท์ดอร์ด้านนอกที่เห็นบรรยากาศ และชายหาดจากมุมสูงของตึกสูงห้าสิบสองชั้น ห้าหนุ่มสาวนั่งลงกันคนละฝั่งโดยมีฟาเดลชายหนุ่มเพียงคนเดียวที่นั่งแบบไม่มีใครหันหน้าเข้าประกบ ซึ่งเขาก็จะเลือกนั่งแบบนั้นเป็นปกติ โดยให้เห็นผลว่าไม่ต้องการนั่งแบบเผชิญหน้ากับใคร อยากมองวิวมองบรรยากาศมากกว่า… “รออาหารกับเครื่องดื่มสักครู่นะคะ” พนักงานของร้านเอ่ยก่อนจะเดินห่างออกไปเพื่อจัดการกับออเดอร์ทั้งหมดที่ลูกค้าทั้งห้าคนสั่ง “เออ ตอนปิดเทอมมึงหายไปเลย ทำไรวะ” เคนโน่ชะโงกหัวไปถามชายหนุ่มข้างเลออน “กูไปฝรั่งเศสเพิ่งกลับมา ยุ่ง ๆ ว่ะช่วงนั้น” เวนดี้มองผู้ชายหน้าดุที่เพิ่งตอบเพื่อนแสนกะล่อนของเขาไป แต่ตาของฟาเดลกลับมองมาที่เธอเสียอย่างนั้น “Bonjour ~ ธุรกิจรัดตัวรวยตายห่าเลยดิ” “เครียดฉิบหายดิ” ฟาเดลตอบเลออนก่อนจะยกแก้วเครื่อมดื่มที่เพิ่งถูกนำมาเสิร์ฟกระดกเข้าปากไป เขาลดแก้วในมือลงเล็กน้อยเพื่อมองน้ำสีแดงสวยตรงหน้าแล้ววางมันกลับลงบนโต๊ะตามเดิม “ได้สาวฝรั่งเศสบ้างปะวะมึง เป็นไงอะ?” นัยน์ตาของเคนโน่เป็นประกายขึ้นมาทันที สายตาแพรวพราวของหนุ่มเพลย์บอยฉายออกมาชัดเจนจนเจนีนยังอดเบะปากส่ายหัวไม่ได้ “ไอ้พวกผู้ชายเนี่ยน้าาา” เคนโน่หันมายักคิ้วส่งให้สาวผมสั้นแล้วหันกลับไปรอฟังคำตอบจากปากของฟาเดลต่อ “ไม่มี ไม่ชอบทรงนั้น” ปากหยักตอบนิ่ง ๆ พลางเหลือบสายตามามองคนตัวเล็กที่นั่งเยื้องคนละฝั่งกับเขา ซึ่งเวนดี้ก็รีบเบี่ยงตาหลบแบบไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะหลบไปทำไม “เออว่ะ รู้จักกันมาตั้งนานไม่เคยรู้เลยว่าพวกมึงไทป์เป็นแบบไหน ไหนพูดมาทีละคนดิ๊!” หนุ่มจอมกะล่อนคนเดิมพูดโพล่งออกมาหลังจากเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าไม่รู้ความชอบของกัน และกันเลย “จำเป็นต้องรู้ด้วยหรอวะ?” “นั่นสิ” เลออนถามออกมาด้วยความงุนงงส่วนเจนีนก็พนักหน้าเห็นด้วย “เอ้า กูก็หาเรื่องคุยไปเรื่อยจะได้ไม่เครียด จะให้ถามแต่เรื่องงานรึไงล่ะ” “ก็จริง” “เลออน นายเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่นะ” “ฮ่า ๆ” สาวสวยเด็กสุดของกลุ่มอดไม่ไหวที่จะพูดดักคอเพื่อนชายคนสนิทของตัวเองออกไป เพราะเธอเห็นว่าเลออนกลับคำไปมาหลายครั้งแล้วจนเจนีนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กลั้นขำไว้ไม่อยู่ “ร้ายนะเวนดี้เดี๋ยวนี้ เราเป็นพันธมิตรกันไม่ใช่หรอ” ผู้ชายที่ดูจะปลอดภัยที่สุดของกลุ่มถึงกับนั่งเอนหลังพิงพนักพิงแล้วกอดอกมองสาวผมลอนที่นั่งตรงข้ามเขา เลออนหรี่ตาลงแสดงความเจ้าเล่ห์ออกมาทันที “ล้อเล่นน่าาา เอฟซีพี่เลออนเสมอค่ะ” คนตัวเล็กฉีกยิ้มกว้างแล้วทำมือเป็นรูปหัวใจส่งกลับไปให้แบบไม่คิดอะไร “ขนลุกเหมือนกันนะบางที…อืมม งั้นกูบอกไทป์ตัวเองก่อนละกันจะได้แฟร์ ๆ เพราะกูเป็นคนถาม” เคนโน่พูดจบละก็นิ่งคิดไปพักหนึ่งถึงได้พูดต่อออกมา “…กูว่ากูน่าจะชอบผู้หญิงแบบแซ่บ ๆ หน่อย แต่สวยอะแน่ ๆ ต้องสวยแซ่บ ถ้าหวานคงไม่ใช่ทาง” เคนโน่พูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจังแบบคนกำลังนึกคิดว่าตัวเองชอบผู้หญิงแบบไหน “ไม่แปลกใจ กะล่อนแบบนายผู้หญิงหวาน ๆ ไร้เดียงสาก็ไม่น่าจะเอาปะ” “หมายถึงไม่เอามันสินะ” “ฮ่า ๆ แม่ง! ไอ้ฟาเดลพูดออกมาแต่ละทีกูอยากจะร้องไห้ เจนีนพูดขึ้นมาเป็นคนแรกทำให้ฟาเดลที่นั่งเงียบมาสักพักมีโอกาสได้พูดเสริมขึ้นมาบ้าง แต่สิ่งที่ผู้ชายหน้าดุพูดออกมากลับสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนอื่น ๆ ในวงสนทนา จะเว้นก็แต่หนุ่มกะล่อนที่ไม่มีพวกนั่นแหละที่ต้องนั่งเงียบเพราะโดนรุม “เออ ปากดีนัก ไหนพูดมาดิ๊ ไทป์ตัวเองอะ” เคนโน่ทำไม่สนใจแล้วโบ้ยปากไปทางเจนีนให้เพื่อนสาวผมสั้นตอบบ้าง “ฉันว่าฉันชอบผู้ชายทะเล้นนะ แบบดูเจ้าชู้ แต่ไม่เจ้าชู้อะ แบดบอย แต่ไม่แบดแล้วก็หล่อ” สาวหน้าเก๋ทำหน้าเพ้อฝันเมื่อได้นึกถึงผู้ชายแบบที่จะทำให้ตัวเองใจเต้น “ทำไมฟังดูย้อนแย้ง สรุปจะแบด หรือจะดี?” คิ้วของเคนโน่ขมวดเข้าหากันเป็นปม “ลุคดูเจ้าชู้ แต่จริง ๆ เป็นคนดีไง…โอ๊ะ มึงนี่เข้าใจไรยากวะ” “เก่งมากเลออน” แปะ แปะ แปะ เจนีนยกมือขึ้นปรบให้กับเลออนที่เขาเข้าใจในสิ่งที่ตัวเธอต้องการจะสื่อออกไป “ส่วนกู…อืมมมม คิดว่าชอบผู้หญิงน่ารักนะ แบบไม่แรงเกินอะ แต่แซ่บหน่อยก็ดีแซ่บแค่กับกูพอนะ” “โอ้โห ๆ แววพ่อหนุ่มขี้หึงขี้หวงมาเลยนะเนี่ยเพื่อนผมมม” “จริง ไม่คิดว่าจะเป็นสไตล์นี้นะ” ฟาเดลไม่ได้พูดอะไรก็จริง แต่เขาพยักหน้าเห็นด้วยกับเจนีน เพราะขนาดตัวเขาเองที่สนิทกับมันพอสมควรยังไม่เคยรู้ว่าเพื่อนตัวเองมีทรงเป็นผู้ชายขี้หวงแบบนี้ “อย่าแซวดิ๊ ว่าแต่เราอะ ไทป์เป็นแบบไหนครับ” เลออนรีบเบี่ยงประเด็นออกจากตัวแล้วส่งให้เวนดี้หญิงสาวฝั่งตรงข้ามทันที ทำให้ตอนนี้ทุกสายตาต่างหันมาจ้องรวมอยู่ที่เธอคนเดียว กดดันเหมือนกันนะเนี่ย… “…ชอบผู้ชายอบอุ่นนะ ดูเป็นผู้ใหญ่ ยิ้มแล้วน่ารัก อืม แล้วก็ใจดี” คนตัวเล็กกรอกตานึกแล้วค่อย ๆ เรียบเรียงตอบออกมาตามภาพที่เห็นในหัว “โห เพื่อนฉันชอบผู้ชายแบบนี้หรอเนี่ย แต่เดี๋ยวนะแอบเหมือนไอ้เลออนปะวะเคนโน่ ฟาเดล?” “เออออ! ยังไง ๆ” “ตรงไหน” “อ้าว คนเขากำลังจับจิ้นไอ้ฟาเดลแม่งขัดซะหมดมู้ดเลย” ไม่ทันที่บทสนทนาจะได้เข้าสู่การชงให้เลออนกับเวนดี้คู่กัน ผู้ชายหน้าดุก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน ทำให้สองหนุ่มสาวตัวชงพากันเบรกตัวโก่งชนิดล้อฟรี “งั้นไหนคุณฟาเดลบอกผมมาสิครับว่าไทป์คุณฟาเดลเป็นแบบไหน ผู้หญิงที่ชอบอะครับ” เวนดี้มองเลออนที่เป็นคนถามแล้วหันไปมองผู้ชายที่เพิ่งเบรกเจนีนกับเคนโน่ไปตัวโก่งเมื่อสักครู่ เธอตั้งตารอฟังคำตอบจากปากเขา ซึ่งตอนนี้ตาคมก็กำลังมองสบกลับมาที่เธอเช่นกัน… “ไม่บอก” วงสนทนาเงียบสงัดแบบไม่มีคำพูดของใครเอ่ยขึ้นมาเลยเพราะทุกคนต่างก็มองไปที่ฟาเดลเป็นตาเดียวด้วยความไม่เข้าใจ “ความลับ เห็นกูมีเมียเดี๋ยวก็รู้เอง” “โห หมกเม็ดฉิบหาย นางงามจักรยานล่ะมั้งนั่น” เคนโน่บ่นกระปอดกระแปดออกมาแล้วตักอาหารเข้าปากแก้อารมณ์เสีย “อือ กินข้าวดีกว่า ฟาเดลใจร้ายเกิ๊นนน ฟังของเพื่อนทุกคนจนหมดละเนี่ย” “หึ” เขาหัวเราะในลำคอแล้วตักอาหารตรงหน้าเข้าปากไปบ้างพลางเหลือบตามองเวนดี้ที่เอาแต่จ้องตามองหน้ากับเขามาสักพักโดยไม่ได้พูดอะไร ฉันว่าหมอนั่นแปลก ๆ อยู่นะช่วงนี้…
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD