4 | จำได้แค่นั้น

1917 Words
บรื๊นนนน ~ รถซุปเปอร์คาสีหวานรับกับใบหน้าสวยราวตุ๊กตาบาร์บี้ของเจ้าของของมันที่กำลังนั่งอยู่หลังพวงมาลัย เวนดี้แตะปลายเท้าเพียงนิดเครื่องยนต์ของรถหรูก็พุ่งขึ้นด้วยความรวดเร็วเพื่อพาร่างเพรียวบางออกไปนอกอาคารที่พักของโนแลน มุมปากของหญิงสาวยกขึ้นตลอดการขับขี่ เธออยู่ในอารมณ์ที่ดีพลางลอบเสพบรรยากาศความสวยงามจากภายนอกไปด้วยในทุก ๆ ที่ที่ตัวรถเคลื่อนผ่าน ปากเล็กฮึมฮัมร้องเพลงที่ถูกเปิดคลอเอาไว้ส่วนนิ้วเรียวก็ขยับเล็กน้อยไปตามจังหวะ รถหรูขับเลาะไปตามถนนหนทางที่มีทางโค้งคดเคี้ยวเป็นระยะด้วยความชำนาญจนมาถึงช่วงถนนที่เธอชอบมากที่สุดเพราะเป็นเส้นที่ต้องขับเลียบไปตามชายหาดเพื่อเลาะไปอีกฝั่งหนึ่งของตัวเกาะ นัยน์ตาสวยชำเลืองมองน้ำทะเลสีฟ้าครามเล็กน้อย พอได้เห็นแสงอาทิตย์สาดส่องลงมากระทบบนผิวน้ำจิตใจของสาวน้อยก็ยิ่งชื่นบานไปกันใหญ่ “เอ๊ะ!” เสียงหวานร้องออกมาเมื่ออยู่ดี ๆ รถสีสวยคู่ใจก็ผ่อนความเร็วลงเองแบบที่ลองใช้ปลายเท้าแตะเร่งความเร็วขึ้นก็ไม่เป็นผล ระหว่างคิ้วย่นเข้าหากันทันทีเมื่อรับรู้ได้ถึงความผิดปกติของเครื่องยนต์ เธอชะลอความเร็วลงแล้วค่อย ๆ แตะเบรกด้วยความระมัดระวังเพราะตอนนี้รถซุปเปอร์คาร์ของเธออยู่ตรงช่วงทางโค้งพอดี เวนดี้หมุนพวงมาลัยให้รถเข้าไปจอดเทียบบริเวณข้างทาง แต่ไม่ทันที่คนตัวเล็กจะได้สังเกตอาการอะไรต่อเครื่องยนต์ก็ดับลงแบบไม่รู้สาเหตุ “…” ดวงตากลมโตมองรถหรูของตัวเองนิ่งพลันในหัวก็กำลังคิดหาสาเหตุว่าทำไมรถหรูถึงได้ดับไปดื้อ ๆ แบบนี้ คนตัวเล็กเปิดประตูรถแล้วออกมายืนด้านนอกเพราะด้านในเริ่มไม่มีอากาศให้เธอได้หายใจ หญิงสาวสาวเท้าเดินไปรอบ ๆ ตัวรถ แต่ก็ไม่เห็นถึงความผิดปกติใด ๆ เวนดี้เลยตัดสินใจหยิบเอามือถือออกมาจากกระเป๋าสะพายไหล่แล้วเตรียมจะกดโทรไปหาเพื่อนชายคนสนิทอย่างเลออนให้มารับ แต่ไม่ทันที่เธอจะได้กดโทรออกก็มีรถสปอร์ตคันสีเขียวขับพ้นมาจากทางโค้งแล้วชะลอรถจอดอยู่ด้านหลังรถของเธอ รถของฟาเดลหนิ… เวนดี้ลดโทรศัพท์ในมือลงพลางมองชายร่างสูงก้าวลงมาจากรถ เขาเดินตรงเข้ามาหาแล้วชำเลืองสายตามองรถของเธอที่จอดนิ่งอยู่เล็กน้อย “รถเสียน่ะ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรอยู่ดี ๆ ก็ดับไป” สาวผมยาวลอนส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้กับเพื่อนในกลุ่มที่เธอสนิทกับเขาน้อยที่สุดเพราะเห็นว่าเขาไม่พูดอะไรออกมาเสียที “อืม จอดไว้นี่แหละ ไปขึ้นรถ” เขาพูดบอกก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปที่รถของตัวเอง ทำให้หญิงสาวที่ไม่คุ้นชินกับอาการนิ่ง ๆ ของชายหนุ่มแม้จะรู้จักกันมานาน ต้องรีบสาวเท้าเดินตามหลังไป เธอเอื้อมมือจับประตูรถเปิดออกแล้วส่งตัวเองเข้าไปนั่งด้านในรถหรูแบบเงียบ ๆ ทำไมมันอึดอัดแบบนี้่ล่ะ… “เอ่อ นายเพิ่งมาถึงหรอ?” ใบหน้าสวยไร้ที่ติหันไปมองชายหนุ่มที่กำลังหมุนพวงมาลัยรถเพื่อหันหัวรถหลบรถของเธอแล้วขับออกไป เขามองกระจกข้างตัวรถอีกครั้งแล้วถึงได้เร่งเครื่องขึ้นเมื่อเห็นว่าไม่มีรถขับผ่านมาแถวนี้ เวนดี้กระพริบตาปริบ ๆ มองเพื่อนชายของเธอที่ขับรถออกมาแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ตอบอะไรกลับมา “…คือ วันปิดเทอมที่ฉันเมา ขอโทษนะถ้าไปทำให้นายลำบาก” คนตัวเล็กตัดสินใจเอ่ยคำขอโทษออกไปเพราะไม่มั่นใจว่าในคืนนั้นเมื่อสองเดือนที่แล้วเธอได้ทำพฤติกรรมแย่ ๆ หรือวีรกรรมบ้า ๆ บอ ๆ อะไรลงไป จนเป็นสาเหตุให้ผู้ชายข้างตัวเอาแต่นั่งเงียบอยู่แบบนี้หรือเปล่า “ทำให้ลำบากงั้นหรอ หึ” เวนดี้มองหนุ่มหล่อข้างตัวอีกครั้ง เธอเห็นว่ามุมปากของเขากระตุกขึ้นเล็กน้อย “อือ ฉันเมามากไปหน่อย แต่จำได้ว่านายเป็นคนไปส่ง” “จำได้แค่นั้นหรอ?” ตาคมหันกลับมาสบตาเพียงครู่เดียวก่อนจะหันใบหน้ากลับไปมองถนนตรงหน้าตามเดิม แต่นั่นก็มากพอที่จะสร้างความงุนงงให้กับคนตัวเล็ก ที่ฟาเดลพูดออกมามันคืออะไร? จำได้แค่นั้นหรอ? หรือคืนนั้นฉันไปอ้วกใส่เขาหรือเปล่านะ… “อือ ก็นายไปส่งฉันที่ห้อง ฉันชวนนายดื่มแล้วนายก็กลับไป ส่วนฉันก็ภาพตัด…ระ หรือว่าฉันอ้วกใส่นายหรอฟาเดล” เสียงหวานใสอึกอักไปเมื่อถึงช่วงท้ายประโยค ปากเล็กพูดถามออกไปด้วยท่าทีที่ไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริงเธอคงจะอายไม่น้อยเลยทีเดียว “เปล่า” “เฮ้อออออ” ร่างบางเผลอถอนหายใจออกมาเสียงดังด้วยความโล่งอกก่อนจะรีบทำตัวให้เป็นปกติเมื่อนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียวบนรถ ค่อยยังชั่ว! นึกว่าเมาจนไปทำอะไรบ้า ๆ ใส่ฟาเดลซะแล้วเรา “ละ แล้วปิดเทอมนายทำไรอะ เห็นไม่ค่อยตอบแชตเพื่อนเลย” เวนดี้รีบหาเรื่องอื่นมาพูดคุยกับเขาทันทีเพราะไม่ต้องการให้บรรยากาศภายในรถเงียบลงอีกครั้ง “ทำงานที่บ้าน บินไปฝรั่งเศสเพิ่งกลับมาน่ะ” “อ๋อออ สนุกมั้ย? เหมือนได้ไปเที่ยวเลยเนอะ…ฉันอยู่แต่บ้านกับที่ทำงานตลอดสองเดือนเลย” เธอเจื้อยแจ้วชวนเขาคุยไปเรื่อยเปื่อยส่วนชายหนุ่มข้างตัวก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้างตามประสา “ก็สนุกดี…พูดมากเหมือนเดิมเลยขนาดไม่เมา” “ฮะ? อะไรนะ” เวนดี้ทวนอีกครั้งเมื่อเธอได้ยินสิ่งที่เขาพูดตอนท้ายประโยคไม่ชัดพลันหันใบหน้าไปมองคนที่กำลังขับรถอยู่ “เธอไง พูดมาก” “อ้าว…” นิ้วแกร่งกดปุ่มดับเครื่องยนต์เมื่อรถสปอร์ตหรูขับเข้ามาจอดตรงหน้ามหาวิทยาลัยเรียบร้อย เขาหันหน้ากลับมาสบตากับเธอแล้วหลุบตาลงมองริมฝีปากจิ้มลิ้มสีชมพูครู่หนึ่งแล้วถึงได้เปิดประตูก้าวลงจากรถไป คนตัวเล็กเลยรีบก้าวตามลงไปด้วยความว่องไวเช่นกัน “เมื่อกี๊นายว่าฉันหรอฟาเดล” เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบไปกับพื้นในขณะที่เธอเดินตามหลังเขาเพื่อเข้าไปในลิฟต์ตัวหลักของอาคาร “พูดเรื่องจริง นึกว่าพูดมากแค่ตอนเมา” เขาสอดมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงพลางใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มแล้วหันหัวกลับมามองเธอเล็กน้อยด้วยแววตาขัน ๆ สายตาแบบคนมีเรื่องสนุกอยู่ในใจอย่างนั้นหรอ…? เธอเงยใบหน้าขึ้นเพื่อมองสบตากับผู้ชายสูงร้อยเก้าสิบข้างตัวก่อนจะเพ่งมองเข้าไปในแววตาของเขาที่มันยังคงส่งความท้าทายเล็ก ๆ ออกมาอยู่ตลอด ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าฟาเดลแปลก ๆ ล่ะ เขาดูเหมือนกำลังเล่นเกมอะไรบางอย่างอยู่ ติ๊ง! เวนดี้ไม่ได้พูดอะไรออกไปอีกเธอเพียงหันหน้ากลับมาแล้วเป็นฝ่ายเดินนำออกมาจากลิฟต์ก่อนเมื่อมันพาทั้งเธอ และเขามาถึงชั้นบนสุดของอาคาร ขาเรียวเดินตรงไปที่ประตูแก้วทันทีโดยไม่ลืมที่จะหยิบการ์ดใบสีดำขึ้นมาสแกนเพื่อเข้าไปด้านในคลับที่ถูกสร้างให้เป็นที่นัดรวมตัวของกลุ่มเพื่อน “ตัวแสบมาแล้ว คิดถึงจังเลย ~” เสียงของเลออนดังทักพร้อมกับร่างหนาของเขาเดินตรงเข้ามาหาแล้วเกี่ยวคอเธอให้เดินไปด้วยกัน สาวตัวเล็กถูกลากไปทางซ้ายทีทางขวาทีตามแรงของชายหนุ่ม “โอ๊ย! เบา ๆ หน่อยเดี๋ยวคอหักพอดีเลออน” “โอเค ๆ ไหนคิดถึงกันปะ?” เลออนคลายวงแขนออกแล้วเปลี่ยนมายีหัวสาวผมยาวแทนด้วยความเอ็นดู “ทำอย่างกับผัวเมียไม่ได้เจอหน้ากันนาน เว่อร์จังวะ” “อือ วันไหนมันได้กันขึ้นมาฉันจะทำหน้ายังไงล่ะทีนี้” เคนโน่อดไม่ได้ที่จะแซะออกมาทำให้เจนีนที่นั่งอยู่ข้างกันก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความคิดเห็นของตัวเองออกมาเช่นกัน “เป็นเพื่อนกัน! / เป็นเพื่อนกันครับ!” คนทั้งคู่ตอบออกมาพร้อมกันแล้วหย่อนตัวนั่งลงข้างกันบนโซฟาตัวใหญ่กลางห้องโดยมีฟาเดลเดินมานั่งลงอีกข้างหนึ่งข้างตัวเธออีกที เขาหันหน้ามามองมือของเลออนที่วางอยู่บนไหล่ของเธอแล้วก็หันกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ “เออ แล้วทำไมมาพร้อมกันได้วะ” เลออนถามขึ้นเพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเวนดี้กับฟาเดลเดินเข้ามาพร้อมกัน “รถเสียอะ ตรงถนนเลียบหาดพอดี ฟาเดลขับผ่านก็เลยแวะรับ” “อ๋า นึกว่ามีซัมติง” เจนีนหลิ่วตามมองแล้วคลี่ยิ้มร้ายกาจตามประสาสาวแซ่บออกมา “จะให้มีซัมติงอย่างเดียวเลยรึไงเล่า! รถเสียจ้าเพื่อน” สาวอายุน้อยสุดถึงกับเหวเสียงสูงขึ้น ทำไมเธอถึงเป็นคนเดียวที่ถูกเพ่งเล็งเวลาไปไหนมาไหนกับเพื่อนผู้ชายล่ะเนี่ย “ฮ่า ๆ โครตน่าแกล้ง” “อย่ามาแกล้งสาวน้อยของกูนะไอ้เคนโน่ ไปรวมหัวกับเพื่อนสาวสุดแซ่บของมึงนู่นเลย กูปกป้องเวนดี้เต็มที่ เนอะ ๆ” เลออนรีบคว้าไหล่ของเธอเข้าไปหาแล้วพยักเพยิดหน้าให้เคนโน่ไปรวมหัวกับเจนีน ส่วนเวนดี้ได้ทียักคิ้วอย่างคนมีพวกบ้างแล้วเอาหัวซบลงไปกับไหล่ของเลออนอย่างคนมีพวก “ก็เล่นแบบนี้ จะไม่ให้คิดได้ไงวะพวกมึงอะ” เคนโน่พูดออกมาแล้วมองไปยังสองหนุ่มสาวที่เอาตัวพิงกันอยู่ ก่อนจะเหลือบตามองฟาเดลเพราะรายนั้นกำลังนั่งเป็นหุ่นปั้นส่วนเกินอยู่ข้างเวนดี้อีกที “ได้กันเอง ฉันจะขำให้กรามค้าง” “หยุดพูดไร้สาระเลยนะ” หญิงสาวหน้าตุ๊กตารีบแย้งทันควันเมื่อเจนีนยังไม่หยุดพูด “คืนนี้ไปนั่งชิลกันปะ พรุ่งนี้จะเปิดเรียนละ ไม่อยากอยู่ห้อง” หนุ่มหน้าดุพูดแทรกขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเขาลุกขึ้นยืนจนเวนดี้ที่นั่งพิงตัวกับเลออนต้องเงยหน้ามองตามความสูงยาวของเขา “ก็ดีนะ เห็นด้วย” เจนีนหมุนเก้าอี้กลับมาไขว่ห้างแล้วพยักหน้าให้เพื่อนชายพูดน้อย “เออ ไปก็ไป” เลออนตอบออกมาบ้างส่วนเคนโน่ก็พยักหน้าแบบไม่คัดค้านคนตัวเล็กเลยผงกหัวให้เช่นกัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD