ภารกิจเร่งด่วน

1239 Words
การเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ จากค่ายทหารที่เซนเซียประจำการ มาถึงที่เมืองหลวงใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ กระทั่งเฮลิคอปเตอร์ได้พาทั้งสองคนมาลงจอด ณ.บริเวณบนดาดฟ้าของตึกที่ทำการ ของท่านนายพลกลาโหมโดยตรง เซนเซียกะโดดลงก่อนทันที แล้วรีบเดินปรี่ลงไปโดยไม่สนใจพี่ชายอย่างคนรู้เส้นทางดี แน่นอนว่าเธอคุ้นเคยกับที่นี่พอๆ กับที่บ้านนั่นเลยละมั้ง หญิงสาวมาหยุดยืนรอพี่ชายอยู่หน้าประตูลิฟท์ ก่อนจะเดินเข้าไปพร้อมกัน เมื่อประตูลิฟท์ถูกเปิดออก ก็เจอเข้ากับพื้นพรมสีแดงราคาแพงที่ปูเป็นทางยาว ทำเอาเซนเซียไม่กล้าจะเหยียบย่ำลงไปเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องที่หญิงสาวควรจะมาใส่ใจ มากไปกว่าผู้ให้กำเนิด ที่กำลังนั่งรอลูกสาวกับลูกชายอยู่ภายในห้อง ซึ่งอยู่ตรงข้ามกันนั่นต่างหากละ ห้องของนายพลกลาโหม เคเซน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของประเทศเปรมา เจ้าของร่างใหญ่ใบหน้าคมคายที่ยังคงความหล่อเหลาเอาไว้ ถึงแม้วัยจะเลยเลขห้ามาหลายปี เงยหน้าขึ้นมามองสองคนพี่น้อง ที่เวลานี้ทั้งคู่ได้มายืนอยู่ตรงหน้า ก่อนจะพากันยกมือขึ้นมาไหว้ผู้ให้กำเนิด ตามหลักธรรมเนียมไทย ที่ถูกมารดาสอนมาอย่างดี ก่อนจะพากันนั่งลงตรงกันข้าม ต่อเมื่อเซนเชียเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของบิดา เธอจึงเอ่ยถามออกมาทันที “ท่านพ่อมีภารกิจอะไรเหรอคะ ถึงได้ตามลูกกับพี่เอมิลมาด่วนขนาดนี้ แล้วท่านแม่ละคะ” เซนเซียเอ่ยถาม ในขณะที่กวาดสายตามองหามารดา เมื่อเห็นว่าท่านไม่ได้อยู่ด้วยกันเหมือนทุกที เพราะโดยปกติพ่อกับแม่แทบไม่เคยจะแยกจากกันไปไหน หากไม่ใช่ธุระจำเป็น เคเซนยังไม่ตอบลูกสาวในทันที เขาเลื่อนสายตามาที่ลูกชาย ก่อนจะดึงสายตากลับมามองหน้าลูกสาวอีกครั้ง พร้อมกับพรูลมหายใจออกมาเสียงดัง “วันนี้แม่พายายของเราไปวัดน่ะ พ่อโกหกเขาว่ามีประชุมนายทหารระดับสูง เพราะไม่ต้องการให้แม่ของเรารู้เรื่องนี้ ฟังพ่อนะเอมิล เซน” เซนเซียหันมามองหน้าพี่ชาย หลังจากที่ได้ยินคนเป็นบิดาพูดออกมาแบบนั้น มันต้องเป็นอะไรที่สำคัญ ไม่อย่างนั้นท่านคงไม่คิดปิดบังคนเป็นแม่อย่างแน่นอน “กลุ่มผู้ก่อการร้ายฝ่ายนั้นบุกเข้ามาในค่าย แล้วจับตัวโนอาร์พี่ชายของเราไปพร้อมกับคนของเราอีกส่วนหนึ่ง” เอมิลกับเซนเซียเบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อได้ยิน เพราะหากพี่ชายของพวกเธอถูกพวกนั้นจับตัวไป โอกาสที่ยังมีลมหายใจจะเหลือสักกี่เปอร์เซ็นต์เชียว “สายของเรารายงานมาว่า ตอนนี้โนอาร์ยังมีชีวิตอยู่” ฟู่! คำตอบจากคนเป็นบิดาทำให้ทั้งคู่พรูลมหายใจออกมาพร้อมกันอย่างโล่งใจ โนอาร์พี่ชายคนโตเป็นนายแพทย์ทหารที่ไปประจำการอยู่ในค่ายติดกับชายแดน ซึ่งที่นั่นมีหมู่บ้านที่มักจะถูกโจมตีและขับไล่ให้ออกไปจากพื้นที่อยู่บ่อยๆ แต่ชาวบ้านที่นั่นไม่ยอมย้ายออกไปไหน ยืนยันจะปักหลักสู้ตาย จนมีคำสั่งมาจากเหนือหัว ให้ตั้งค่ายทหารประจำการอยู่ที่นั่นเพื่อคอยดูแลชาวบ้านกลุ่มนี้ แล้วคนที่มีอุดมการณ์อย่างแรงกล้าแบบโนอาร์ ก็อาสามาประจำการอยู่ที่นั่นโดยไม่ฟังคำทัดทานของใครเลย คำว่ารั้วของชาติ มันฝังอยู่ในสายเลือดของทหาร อย่างเช่นครอบครัวของเซนเชียไปเสียแล้ว เซนเซียทิ้งความคิดในหัวออกไปก่อนจะเงียบเสียงของตัวเองลงเพื่อรอฟัง คนเป็นพ่อพูดต่อจากนั้น “พวกมันต้องการหมอ เพื่อเอาไปรักษาคนของมันที่ได้รับบาดเจ็บ แต่ถ้าหมดประโยชน์แล้วนั่นแหละก็ไม่แน่ อีกอย่างถ้ามันรู้ว่าโนอาร์เป็นลูกพ่อ มันต้องเอามาต่อลอง พ่อถึงได้เรียกตัวเราสองคนมาด่วนเลยนี่ไง แต่เราจะให้แม่รู้เรื่องนี้ไม่ได้ ยายก็เหมือนกัน” เมื่อเคเซนเอ่ยจบประโยค เซนเซียก็พูดออกมาต่อจากนั้นเลยว่า “ งั้นเราจะรอช้าไม่ได้นะคะท่านพ่อ เพราะเวลาที่เราจะช่วยพี่โนอาร์ออกมาได้นั่น มันอาจจะเหลือน้อยลงไปทุกที ท่านพ่อมีแผนแล้วใช่ไหมคะ” “ พวกมันมีหูมีตายังกับสัปปะรด การที่เราจะนั่งรถผ่านทางหลักเข้าไปในหมู่บ้านพวกมันต้องรู้แน่ เพราะฉะนั้นเซนต้องเดินเท้าเข้าป่า ไปทางด้านหลังของหมู่บ้าน ลักษณะเหมือนกับชาวบ้านที่เพิ่งออกมาการหาของป่า ลูกพร้อมสำหรับงานนี้หรือเปล่าเซน” “ค่ะท่านพ่อ ไม่มีคำว่าไม่พร้อมสำหรับหนู ในเมื่อเราเตรียมการโจมตีพวกมันมาตั้งหลายปี แค่หนูต้องทำภารกิจนี้เร็วกว่าที่เราวางแผนกันเอาไว้แค่นั้นเองค่ะ” เซนเซียเอ่ยออกไปอย่างมั่นอกมั่นใจ ดวงตาคู่สวยเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว ราวกับเป็นอีกคนหนึ่งซึ่งแตกต่างจากนิสัยขี้เล่น อันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัว “เอมิล ลูกกลับค่ายไปเตรียมความพร้อม และบุกเข้าโจมตีทางอากาศทันทีที่ได้รับคำสั่ง” เคเซนหันไปสั่งลูกชายที่เอาแต่เงียบฟัง แต่เขาก็ตอบรับทันทีหลังจากที่บิดาเอ่ยจบประโยคลง “รับคำสั่งครับท่านพ่อ” “เอมิลไปได้...” ลูกชายหยัดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะโค้งศีรษะให้ แล้วเดินออกไปหลังจากนั้นทันที เมื่อประตูห้องถูกปิดลง เหลือไว้เพียงหญิงสาวที่ยังนั่งรอคนเป็นพ่อให้พูดต่อกับเธอให้จบ เมื่อพี่ชายออกไปจากห้องแล้วนั่นแหละ เคเซนจึงมองหน้าลูกสาวนิ่งๆ ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พื้นที่ป่าหลังหมู่บ้านเคยเป็นสมรภูมิรบ มีกับระเบิดที่เรายังเก็บกู้ไม่หมดอยู่หลายจุด พ่อรู้ว่าเซนเป็นเด็กพิเศษ แต่พ่อก็ยังเป็นห่วง เพราะงั้นพ่อจะให้คนที่คิดว่าน่าจะไว้ใจได้ และรู้จักพื้นที่ที่นั่นดีกว่าใคร ให้เขาเป็นคนนำทางลูกไป เขาเป็นทหารที่มียศใหญ่กว่า ลูกต้องเชื่อฟังผู้บังคับบัญชา...อย่าใจร้อนหรือเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่ตั้ง อย่าให้งานใหญ่พังเพราะน้ำมือเรา ” “หนูต้องออกเดินทางไปกับเขาสองคนเหรอคะท่านพ่อ” เซนเซียเอ่ยถามหลังจากที่เงียบฟังอยู่นาน “ใช่...นายทหารคนนี้เป็นนายแพทย์ที่มีประวัติโปร่งใสและน่าจะไว้ใจได้ อีกอย่างเขาเป็นหลานชายของอธิปดีกรมการปกครอง ที่สำคัญไปกว่านั้น เขาเป็นคนมีอุดมการณ์และเป็นคนเสนอตัวทำภารกิจนี้ร่วมกับเราเอง อีกสักชั่วโมงก็คงจะได้พบกัน” “...??...” “พันโทนายแพทย์อลัน...คือชื่อของเขา” อย่าบอกนะว่าเป็นคนเดียวกัน...นั่นน่ะไว้ใจได้จริงเหรอ?
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD