ตอนที่ 1 รอยประทับของหนุ่มไวน์แดง

1372 Words
[เพนท์เฮาส์หรู ใจกลางเมือง] “เข้ามาดิ ชักช้าทำไมวะ” เสียงคำรามของผู้ชายคนหนึ่งตวาดดังขึ้นภายในห้องนอนขนาดใหญ่ที่สุดของเพนท์เฮาส์หรูแห่งนี้ ทั้งที่คนอื่น ๆ ยังเล่นจ้ำจี้กันอยู่ริมสระส่วนตัวกันแท้ ๆ และผู้ที่เป็นเจ้าของทั้งชั้นนี้กลับเดินกลับมาในห้อง เขายืนถือแก้วไวน์ มองออกไปผ่านกระจกที่สามารถมองเห็นคนอื่น ๆ กำลังสนุกสนานมั่วเซ็กส์ และอบายมุขอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว... ความเย็นเหยียบภายในห้องและน้ำเสียงของเขาทำให้ฉันหัวใจเต้นแรงจนแทบจะระเบิดคาอกอยู่แล้ว สถานการณ์ตอนนี้ของฉันน่ะเลย ก็อยากลองเล่นไฟ แต่ใครจะคิดว่าที่นี่มันยิ่งกว่าไฟในนรกเสียอีก ฉันที่เพียงเห็นเพื่อนสาวที่มีอาชีพขายตัว เธอมาร้องห่มร้องไห้บอกว่าตนรับงานซ้อน และไม่สามารถหลีกหนีได้เพราะทั้งสองงานกลับเป็นผู้มีอิทธิพลไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่งที่ถ้าเธอเลือกที่จะทิ้งงาน เธออาจถูกคุกคามจนไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้อย่างปลอดภัย ฉันที่เป็นเพื่อนรักของเธอ แต่ไม่ได้มีอาชีพอย่างเธอหรอกนะ เพราะครอบครัวของฉันฐานะถือว่ามีเงินอยู่สุขสบายจากการเปิดร้านขายบะหมี่ที่ขายดิบขายดีจนรวยอู้ฟู่ แต่ที่ฉันยอมช่วยเหลือเพื่อนถึงขนาดยอมมาเป็นตัวแทน เพียงเพราะความอยากรู้อยากลองคำว่าเซ็กซ์สักครั้งในอายุ 25 ปี ‘ความตื่นเต้นที่อยากลิ้มลองสักครั้ง ใครจะคิดว่ามันคือไฟกัลป์ที่พร้อมจะแผดเผาร่างกายฉันเป็นชิ้น ๆ กันล่ะ’ ความเงียบเกิดขึ้นภายในห้อง หลังจากที่ฉันปิดประตูลง ฉันก้าวขาไม่ออกและยังยืนอยู่ตรงทานเดินหน้าประตู ไม่ขยับไปไหน จนชายหนุ่มที่ยืนมองกระจกนั่นหันมามองกันด้วยสายตาคมกริบเปลี่ยนไปยืนอยู่ปลายเตียง เขาอยู่ในสภาพกึ่งเปลือยที่มีเพียงกางเกงสแล็กเท่านั้นที่อยู่บนตัว ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ผมสีไวน์แดงขับผิวให้ใบหน้าเขายิ่งน่าหลงใหล เชื่อเถอะสาวไหนเห็นก็ต้องตกเป็นเหยื่อแทบไม่มีทางที่จะหาทางออกได้เลย ตอนนี้ฉันก็เหมือนจะโดนใบหน้าเขาสะกดไว้เหมือนกัน “ถอดดิวะ ยืนบื้อทำหน้าเหมือนจะตายรึไง ฉันจ่ายเงินเธอให้มาถอด ไม่ใช่ให้มาเป็นหุ่นรูปปั้น” น้ำเสียงที่ทุ้มต่ำ หยามเหยียดกัน ของเขาที่เห็นคนอื่น ๆ เรียกเขาว่า เควิน ดังทำลายความเงียบภายในห้อง เขาสะบัดปลายนิ้วเรียกฉันราวกับออกคำสั่งคนที่เขามองต่ำกว่าด้วยสายตาคบกริบ เขาใช้สายตากวาดมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำไมกันฉันรู้สึกว่าเขามองฉันเป็นสินค้าชิ้นหนึ่ง ตอนแรกเขาเหมือนจะไม่สบอารมณ์เกือบไล่ฉันกลับ แต่จู่ ๆ ก็ดันเรียกขึ้นมา สงสัยคงเสียดายเงินเพราะจ่ายไปแล้วมั้ง (กับแม่เล้า) ‘อึ่ก...’ ฉันกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ใช้มือที่สั่นเทาไปที่ซิปของชุดเดรสรัดรูปที่ฉันแอบซื้อเก็บไว้ในตู้ และไม่เคยใส่เลยสักครั้ง ฉันรู้สึกหายใจติดขัดราวกับจะเป็นลมซะตรงนี้ ความอยากรู้อยากลองในด้านมืดที่เคยจินตนาการไว้มาก่อนหน้านี้ มันช่างต่างกับที่ฉันกำลังเผชิญหน้าอยู่ลิบลับ ฉันน่ะเป็นคนไม่ยอมคน เถียงใครสู้ตาย อย่างพวกลูกค้าเมามายฉันก็ฟาดไม่ยั้ง แต่ในสถานที่นี้ ฉันกลับต้องกลายเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ไม่กล้าต่อกรใด ๆ เรียกได้ว่ากลัวตายนั่นแหละค่ะ “เฮ้อ...เร็วหน่อยดิวะ อย่าให้ฉันต้องเข้าไปฉีกชุดเธอเอง เพราะถ้าฉันทำแบบนั้น เธอจะไม่ได้กลับไปในสภาพดี ๆ แบบนี้แถมเงินสักแดงก็อย่าคิดว่าจะได้ ฉันทำลายอาชีพหากินเธอได้เลยนะเว้ย” เขาเค้นเสียงรำคาญใจออกมา เขาไม่ชอบความเชื่องช้าและยิ่งไม่ชอบท่าทีไร้เดียงสาปลอม ๆ นี่ แต่จะให้ทำยังไงได้ในเมื่อสภาพฉันตอนนี้มันเป็นจริงทุกอย่าง ตัวสั่นเทาจริง และไม่เคยจริง ๆ นี่หว่า แต่แล้วสิ่งที่ฉันกลัวก็ดันเป็นจริง เขาวางแก้วไวน์ลง ‘ปัง!’ ก่อนจะก้าวเดินเข้ามาประชิดตัวฉันที่ยังยืนอยู่ปากประตูห้อง ‘แคว้ก!’ มือหนาของเขากระชากจับต้นแขนฉันเข้ากับตัวเขา แรงมหาศาลนั้นมันทำให้ฉันเสียหลังจนเต้าคู่สวยปะทะเข้ากับแผงอกแกร่งของเขาที่ร้อนรุ่มแทบบ้า กลิ่นน้ำหอมกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ของเขาพานทำให้ฉันเริ่มมีอาการมึนหัวเล็กน้อย “อื้อ...ปล่อยนะ ฉันทำเองได้ค่ะ ไม่ต้องให้คุณมาถอดให้หรอก” ฉันเผลอตัวสบถออกไปอย่างลืมตัว ชายหนุ่มที่ชื่อเควินแสยะยิ้มร้ายให้กัน ก่อนจะเชยคางฉันบังคับให้มองตาเขา “เหอะ...ทำเองได้งั้นเหรอ เมื่อกี้เธอยังยืนเป็นซากศพอยู่ไม่ใช่รึไง แล้วก็...” เขาเอียงใบหน้าลงสูดดมกลิ่นกายฉันที่ซอกคอ ทำเอาฉันขนลุกซู่ไปทั้งตัวเมื่อลมหายใจของเขาปะทะเข้ากับผิวกายของฉัน “พะพาย วันนี้เธอเปลี่ยนน้ำหอมใหม่เหรอ คราวก่อนที่ฉันเรียกเธอมาบำเรอเพื่อน ๆ ของฉันมันไม่ใช่กลิ่นนี้นิ รู้จักใช้น้ำหอมแพงแล้วงั้นเหรอ คงรับงานจนรวยแล้วสิท่า” ฉันใจหายวาบ พยายามหลบสายตาของเขาที่เหมือนกันลังเค้นหาคำตอบอะไรบางอย่าง และความกลัวก็เริ่มคืบคลานเข้ามาเมื่อเขาเริ่มใช้มือหนาซุกซนลูบไล้ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งของฉันอย่างตามใจ “ดะ...เดี๋ยวหยุด...หยุดก่อนค่ะ” ฉันพยายามใช้มือบางผลักอกเขาให้ออกห่าง แต่แรงฉันมันกระจึ๋งเดียวจะทำอะไรได้แถมเขายังเข้ามาใกล้ยิ่งกว่าเดิม “หยุดเหรอ ฮ่า...” เควินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะฟังแล้วเยือกเย็นจบใจจนฉันอยากจะวิ่งหนีออกไปจากห้อง แต่ทำได้ที่ไหนกัน เขากลับผลักร่างของฉันลงบนเตียงกว้างอย่างแรงจนฉันจุกไปถึงหน้าอก ก่อนจะตามขึ้นมาทาบร่างกันยึดไม่ให้ฉันดิ้นได้ “เงินที่ฉันโอนให้คนที่ส่งเธอมา มันซื้อเวลาเธอได้ทั้งคืนนะ อย่าทำตัวไร้เดียงสา เธอมันก็แค่ของบำเรอกาย ร่องเธอก็ผ่านผู้ชายมาเยอะ คราวก่อนก็เพื่อนฉันทีเดียวสามคนไม่ใช่รึไง แต่วันนี้เธอต้องมาบำเรอฉันก่อนเพราะฉันไม่ชอบใช้ร่องต่อจากใคร คำสั่งของฉันถือว่าเป็นที่สุด และเธอไม่มีสิทธิที่จะพูดว่าหยุด ไม่ว่าฉันจะโยนร่างเธอไปให้ใครเอาต่อก็ตามจำไว้” เขาไม่ได้แค่พูดข่มขู่กัน แต่กลับรวบข้อมือทั้งของข้างของฉันไว้ด้วยมือเดียวเหนือหัว แรงบีบทำให้ฉันหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความเจ็บปวดเพราะไอ้ผู้ชายตรงหน้าไม่มีคำว่าเบามือให้สตรีผู้อ่อนแอกว่าเลย ฉันเริ่มแสดงท่าทีต่อต้านดิ้นรน เพื่ออยากที่จะหลุดจากพันธนาการนี้ ทว่า...เขากลับไม่สะทกสะท้านหรือเคลื่อนไหวออกไปไหน ฉันเริ่มทนไม่ไหวกับการต้องเก็บงำความเป็นตัวเอง การที่ต้องเป็นผู้หญิงอ่อนแอในการร่วมเซ็กซ์นี้มันไม่แฟร์ ไม่เหมือนกับที่ฉันคิดไว้ ฉันเลยไม่อยากที่จะอยู่เฉย ๆ อีกต่อไปแล้วล่ะ “ไอ้โรคจิต ไอ้คนบ้ากาม อดอยากมาจากไหนกันวะ” ฉันสบถออกมาอย่างเหลืออด นิสัยเดิมพรั่งพรูออกมาเพราะถูกบีบคั้นทุกทาง เควินถึงกับชะงักในท่าทีของฉัน ดวงตาเขาหรี่ลงทำเอาฉันสั่นเทาไปทั้งตัว ‘ช่วยด้วยฉันจะโดนเขากำจัดคาเตียงไหมนะ ซวยแล้วอีใบหนาดเอ้ย!’
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD