ตอนที่ 5 เบื้องหลังของพะพาย

1320 Words
(เช้าวันรุ่งขึ้น) หลังจากที่อาบน้ำอีกรอบเพราะจิตใจยังหมกหมุ่นกับคืนวาน และความรู้สึกเสนียดยังเกาะกินตามตัว ฉันก็เปลี่ยนมาใส่เสื้อตัวใหญ่โคร่ง กางเกงยีนขายาว ปกติฉันชอบใส่ขาสั้นเสมอหูมาก ๆ แต่คราวนี้คงต้องเลิกใส่สักระยะจนกว่ารอยจ้ำจะหายล่ะนะ ฉันหยิบธนบัตรสีเทาปึกใหญ่ใส่ซองให้เรียบร้อย เพื่อคิดจะทำอะไรบางอย่าง “แม้จะเป็นร่างกายของฉันที่ทำให้ได้เงินนี่มา...แต่พะพายก็มีความที่จำเป็นต้องใช้มากกว่าฉันแน่ ๆ” ทำไมฉันถึงคิดแบบนั้นนะเหรอ แม้พะพายจะไม่เคยบอกความจริงว่าทำไมถึงเลือกมาขายตัว แต่พอได้รู้เรื่องราวของคุณจีน่า ฉันเลยคิดว่าพะพายคงไม่ต่างกันนัก “ป๊า...ฉันขอออกไปซื้อเครื่องสำอางหน่อยนะ” ฉันตะโกนบอกผู้เป็นพ่อกำลังลงมาจากบนบ้านเช่นกันเพื่อเตรียมของไว้ขายตอนเย็น “ตื่นมาก็จะออกไปอีกแล้วรึ” “แป๊บเดียวเองป๊า...ฉันอยากไปซื้อลิปคอลเลกชั่นใหม่จริง ๆ” “ไม่ใช่ว่าอั๊วไม่ให้ไป แต่ลื้อต้องมาให้ทันเตรียมเปิดร้านหกโมงเย็น” “โอเคป๊า...หนาดมาทันแน่จ๊ะ” “งั้นไปเถอะ” พ่อตอบฉันพลางส่ายหน้าเบา ๆ ฉันก็รีบแจ้นออกจากบ้านทันที ในขณะที่ฉันนั่งรถแท็กซี่เพื่อมุ่งไปยังบ้านของพะพาย ฉันก็นึกถึงคำที่พะพายเคยพูดตอบเมื่อตอนที่ฉันเอ่ยไปว่า จะไปหานางที่บ้าน ‘อย่ามาหาฉันที่บ้านเลยหนาด บ้านฉันรกจะตาย อยู่ร้านบะหมี่ที่เหนื่อยแต่ไม่มีอะไรรำคาญใจก็ดีแล้ว ฉันจะมาหาเธอที่ร้านบะหมี่เองน่า’ ถ้าเป็นแต่ก่อนก็ไม่รู้สึกอะไร จนวันนี้วันที่แท็กซี่พาฉันเลี้ยวมาตามทางในปักหมุด มันกลับเป็นซอยแคบ ๆ ลึกเข้าไปในชุมชนแออัด น้ำเสียที่ไหลผ่านชุมชน กองขยะเน่าเหม็นตามรายทาง นี่ยังไม่ลงจากรถยังรู้สึกว่ากลิ่นต้องไม่พึงประสงค์แน่ๆ “จอดตรงนี้เลยค่ะ” ฉันชะเง้อไปบอกคนขับ “แม่หนูอยู่แถวนี้เหรอ” คนขับแท็กซี่เอ่ยถาม “เปล่าค่ะ มาหาเพื่อน” ฉันยิ้ม “อย่าหาว่าลุงเสือกเลยนะ ระวังตัวด้วยที่นี่มีแต่พวกขี้เหล้าขี้ยา อย่างแม่หนูอาจจะโดนหมายตาได้ ถ้าจะกลับโทรเข้าเบอร์แท็กซี่ลุงตรงนี้ได้เลยนะลุงจะรีบมารับ เพราะยังไงลุงเองก็ต้องรับผิดชอบที่มาส่งที่นี่” “ขอบคุณคุณลุงมากนะคะที่เป็นห่วงผู้โดยสารค่ะ” ฉันตอบเพียงแค่นั้น และได้ถ่ายรูปเบอร์ติดต่อของแท็กซี่ไว้ แล้วลงจากรถ เป็นไปดังคาด เพียงฉันก้าวขาลง กลิ่นขยะเน่าเสียและกลิ่นน้ำเน่าก็โถมอัดหน้าฉันทันที จากที่ร่างกายระบมเพราะยังเจ็บหน่วงที่หว่างขาแล้วยังต้องมาเวียนหัวด้วยกลิ่นไม่พึงประสงค์นี่อีก ‘ทำไมช่วงนี้ดวงตก สงสัยต้องไปทำบุญที่วัดจริง ๆ แฮะ’ ฉันตามหาบ้านจาก G-Map จนกระทั่งมายืนอยู่หน้าบ้านสังกะสีเก่า ๆ หลังหนึ่งที่ดูเหมือนจะถล่มลงมาได้ทุกตลอด สภาพมันแย่มากจริง ๆ “พะพาย อยู่ไหม...” ฉันเรียกชื่อเพื่อนออกไปโต้ง ๆ ขณะที่ผลักประตูบานสังกะสีที่ไม่ได้ล็อกนี้เพื่อแง้มดูด้านใน ภาพตรงหน้าทำเอาหัวใจฉันหล่นไปอยู่ตาตุ่ม ขาแข็งทื่อทันที เพียงหน้าบ้านก็เต็มไปด้วยของเก่าวางระเกะระกะ เหมือนรอนำไปขาย ฉันค่อย ๆ เดินเข้าไปด้วยความสงสารจับใจ ‘สถานที่แบบนี้ อยู่กันไปได้ไง นี่มันแหล่งเชื้อโรคชัด ๆ’ ฉันมองซ้ายมองขวา ก็ไปสะดุดตากับร่างชายชราคนหนึ่งนอนหายใจรัวระรินอยู่บนเตียงเหล็กโทรม ๆ มีสายยางระโยงระยาง กลิ่นยาก็ฟุ้ง และไม่ไกลนักก็มีผู้หญิงชราอีกคนนั่งอยู่บนรถเข็นสภาพทรุดโทรม ขาทั้งสองขาเรียกว่าเล็กลีบจนเห็นกระดูก น้ำตาฉันจะไหลอยู่แล้วเนี่ย... “ใคร...ใครน่ะ...ที่นี่ไม่มีอะไรให้ลักขโมยอีกแล้วนะ” เสียงของหญิงชราบนรถเอ่ยด้วยเสียงสั่นเคลือ “สวัสดีค่ะคุณยาย หนูชื่อใบหนาดจ๊ะเป็นเพื่อนของพะพาย” ฉันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเพราะไม่อยากให้ท่านตกใจ แต่ก่อนก็ระแคะระคายที่เพื่อนยามราตรีของฉัน ออกจะเรียนดี สวยใช้ได้ แต่จู่ ๆ ก็มาแต่งเซ็กซี่ และตอนที่มันบอกว่าเข้าสู่วงการขายตัวฉันก็ตกใจหนักมาก ปากมันบอกว่าเงินไม่พอใช้ อยากได้มาสนองความรู้สึกตัวเองหน่อย ฉันก็คิดไปว่ามันติดหรูฟุ่มเฟือย ที่ไหนได้...ทั้งหมดนี้เพราะต้องประคองชีวิตคนชราอีกสองคนนี่เอง “ไม่คิดว่าคนอย่างพายจะมีเพื่อนกับเขา ยายดีใจจริง ๆ” สีหน้าราวกับจะร้องไห้ของคุณยายทำให้ฉันจุกอก “แล้วพะพายอยู่ไหมจ๊ะยาย” “พะพายเพิ่งกลับมาน่ะ เห็นว่าไม่สบายเลยวิ่งไปที่ห้องน้ำก่อน ยายฝากไปดูมันที่ส้วมหน่อยได้ไหม” “ได้ค่ะคุณยาย คุณยายไม่ต้องห่วงนะคะ” จากนั้นฉันรีบเดินไปที่ห้องน้ำแคบ ๆ หลังบ้าน แน่นอนว่าฉันย่องให้เบาตีนที่สุดเท่าที่จะทำได้ กระทั่ง...ภาพที่บีบหัวใจของฉันตรงหน้าที่เห็น พะพายนั่งกอดคคอห่านอ้วกจนตัวทรุดนั่งก้มหน้าแทบล้มพับ ฉันได้ยินนะ...เสียงสะอื้นไห้เบา ๆ ตามเนื้อตัวคือไม่ต่างพี่จีน่าเลย ไม่สิหนักกว่าพี่จีน่าด้วยซ้ำ แสดงว่าตอนที่เธอจนตรอกจนร้องขอฉันคงเป็นจริงที่พวกนักการเมืองน่ากลัวกว่ามาก สิ่งที่ฉันเจอนี่ยังถือว่าได้ลูกค้าที่ดีและไม่ทำร้ายร่างกายจริง ๆ ‘ฉันทนมองไม่ไหวแล้วเพื่อน’ “อีพายนี่มึง...” ฉันอุทานออกมา “อีหนาด มึงมาได้ไง” พะพายตกใจเงยหน้ามองฉัน นัยน์ตาแดงก่ำ ใบหน้าบวมเล็กน้อยเหมือนถูกตบมา “กูบอกมึงแล้วใช่ไหม ยะ...อย่ามาที่นี่ กูบอกว่าอย่ามาไง ฮือ...” เธอกอดเข่าก้มหน้าร้องไห้บนพื้นห้องน้ำ “พาย มึงปิดกูมานานแค่ไหนวะ ว่ามึงลำบากขนาดนี้ ทำไมมึงไม่บอกกู” ฉันทรุดตัวลงไปนั่งกอดนั่งแน่นและพยายามปลอบประโลมคนที่หัวใจบอบช้ำมา “ที่มึงเลือกเส้นทางนี้จนต้องยอมนอนกับพวกไอ้สารเลวพวกนี้เพราะแบบนี้ใช่ไหม...” ฉันแทบจะกัดฟันพูด โกรธแทบบ้าที่เห็นเพื่อนที่ฉันมีไม่กี่คนต้องลำบากขนาดนี้ “ฮือ...หนาด” เธอซบหน้าลงไหล่ของฉัน สะอื้นแทบขาดใจจนเสียงร้องแทบไม่มีเสียง “กะ...กูไม่มีทางเลือก กูอยากให้ยาย ให้ตามีข้าวกิน อยากมีเงินเยอะ ๆ มารักษาพวกท่าน อยากมีบ้านดี ๆ ให้เขาซุกหัวอยู่ แต่ตอนนี้ กู...” เสียงของเธอขาดช่วงไป “กูสกปรก กูเกลียดตัวเอง ฮือ...” ยิ่งพะพายพูดออกมาฉันยิ่งร้องไปกับเธอแทบขาดใจ “มึงอย่าคิดแบบนั้น มึงไม่ได้สกปรก คนที่สกปรกคือไอ้พวกนรกพวกนั้นที่ทำกับมึงต่างหาก” ฉันไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาปลอบเธอแล้วจริง ๆ ความทรงจำที่ฉันถูกเควินกลืนกินร่างกายกันมันกลายกลายเป็นเรื่องเล็กน้อย เมื่อเทียบกับภาระที่เพื่อนรักของฉันต้องแบกไว้คนเดียวและต้องถูกกระทำทั้งร่างกายและจิตใจมาแรมปี
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD