ตอนที่ 4
ร้านบะหมี่ที่เป็นมากกว่าบ้าน
หลังจากที่ฉันลงจากรถเลดี้คาร์ที่เรียกมาในยามวิกาล ฉันยังคงยืนนิ่งอยู่จุดเดิม...ถ้าให้พูดตอนนี้สัมผัสของเขายังชัดเจนจนต้องยกมือขึ้นพยายามเช็ดมันออกไปด้วยความรู้สึกขยะแขยงที่ตีตื้นขึ้นมาในลำคอจนต้องคายน้ำลายขม ๆ ออกไป กลิ่นเลือดฝาด ๆ ผสานน้ำลายยังคงคลุ้งไปทั่วปากแบบนี้ ยิ่งทำให้ฉันโมโหจนแทบบ้า
“คนชื่อจีน่านั่น พรุ่งนี้อาการจะเป็นยังไงนะ นี่แค่ฟากของพวกเด็กเปรตยังขนาดนี้ แล้วพะพายที่ไปรับงานนักการเมืองจะขนาดไหนกันเชียว” พอคิดไปถึงความรู้สึกของผู้หญิงเหล่านั้นที่ทำงานจนร่างกายบอบช้ำทั้งร่างกายและจิตใจแลกกับเงินมาประทังชีวิติ ฉันยิ่งรู้สึก...ทวีคูณความเกลียดผู้ชายทั้งโลก (ที่นิสัยแบบนั้น)
“กลิ่นหอมจัง” กลิ่นน้ำซุปกระดูกหมูที่หอมฉุยลอยมาแตะจมูกฉัน...เมื่อครู่ฉันยังอยู่ในมาดของเพื่อนอย่างพะพาย แต่พอได้กลิ่นอาหารที่เข้ามาในโพรงจมูก ความเป็นตัวตนอิใบหนาดก็เริ่มกลับมา
“ทำไมไฟยังเปิดอยู่ ป๊ากับม๊าไม่ใช่ว่าต้องนอนกันไปแล้วเหรอ” ร้านของฉันน่ะเปิดหนึ่งทุ่มถึงตีสองทุกวัน แต่ตอนนี้เวลาเกือบตีห้า แต่ไฟหลังบ้านยังสว่าง ฉันเดินย่องเข้าไปช้า ๆ เห็นเงาของพ่อ หรือที่ใคร ๆ เรียกกันว่า เฮียซ่ง ที่กำลังตระเตรียมวัตถุดิบที่จะใช้ในวันนี้ช่วงหัวค่ำ
นั่นสินะ ป๊า ก็ทำแบบนี้มาเกือบสามสิปปี ป๊าที่รักและทะนุถนอมฉันยิ่งกว่าไข่ในหิน ป๊ามักที่มักจะเอากระบวยไล่ตะเพิดผู้ชายทุกคนที่มาเต๊าะลูกสาวคนสวยของป๊า แต่ว่า...ป๊ากลับไม่รู้เลยว่าลูกสาวที่ชุบเลี้ยงมาอย่างดีเพิ่งผ่านนรกจากเงื้อมมือผู้ชายมาจนร่างยับเยินขนาดไหน
‘แต่ฉันไม่โทษพวกนั้นฝ่ายเดี๋ยวหรอก ความผิดนี้ ฉันเองก็ต้องแบกรับ จากความอยากรู้อยากลองของตัวเอง ถ้าฉันไม่คิดอยากลองด้วยการมาเป็นตัวแทนช่วยเพื่อน ฉันก็คงไม่เจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้หรอก’
ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ เป็นอีใบหนาดคนเดิม ที่ควรเป็น คนที่ปาดจัดไม่ยอมคน พร้อมกับก้มลงไปสำรวจเสื้อผ้าตัวเองอีกสักครั้งและตรวจทานตามร่างกายว่ามีร่องรอยอายธรรมที่อิตาเควินนั่นทิ้งไว้ปรากฏอยู่รึเปล่า ดีนะที่พกรองพื้นไปด้วย กลบได้เนียนกริบอยู่ จากนั้นก็เดินก้าวขาเข้าบ้านไป
“อ้าว อีหนาด เที่ยวซะดึกดื่นหายไปทั้งคืน รู้ไหมอั๊วเป็นห่วงขนาดไหน” ทันทีที่ป๊าฉันเห็นฉัน เขาก็ยกกระบวยมาชี้หน้าฉันทันที
“โธ่ป๊า หนาดก็บอกไปแล้วไง วันหยุดที่ได้รับมาจากป๊า หนาดก็ไปเที่ยวกับเพื่อนสาวมาสิ” ฉันตอบ
“เพื่อน...เพื่อนคนไหน หรือคนที่ชื่อพะพายที่มากินบะหมี่ดึก ๆ บ่อย ๆ รายนั้นหน้าจะเป็นศพอยู่แล้ว ลื้อก็อย่าไปติดนิสัยเที่ยวกลางคืนอย่างนั้น ผู้หญิงเราน่ะนอนดึกบ่อย ๆ แก่เร็ว เดี๋ยวลื้อขายไม่ออก” พ่อยังคงบ่นไปเรื่อยตามประสา แต่ทำไมถึงเดาได้เป๊ะไปหมดขนาดนี้กัน ที่แท้ตอนพ่อขายบะหมี่ก็จดจำลูกค้าและท่าทีของทุกคนไว้สินะ ความจำเป็นเลิศจริง ๆ แฮะ
“นี่ป๊ากำลังว่าม๊าแก่เร็ว เดี๋ยวขายไม่ออกงั้นเหรอ” ฉันตะโกนดังลั่น แม่ที่ยืนเคี่ยวซุปอยู่ห้องข้าง ๆ ถึงกับตะเบ็งเสียงออกมา
“ไอ้แก่ มึงว่ากูแก่เหรอ” พ่อได้ยินถึงกลับทำหน้าโมโหมาที่ฉัน ก่อนจะตะโกนกลับไปหาแม่
“ใครจะกล้าว่าลื้อแก่ อั๊วรักลื้อจะตายไปนะฮันหนี...”
พ่อโชว์ลูกอ้อนใส่แม่ แต่กลับทำเอาฉันฮาลั่น
“ฮันหนี...อะไรกัน ฮันหนี แบบเสียงหลงสินะป๊า ฮ่า...”
“อีหนาด ถ้าลื้อยังยืนอยู่ตรงนี้ กระบวยในมืออั๊วจะปลิวไปเคาะหัวแล้วนะ ไปนอนเลย...ตอนเย็นต้องช่วยอั๊วเปิดร้าน”
“รู้แล้วจ้า รับทราบแล้วจ้า” ฉันฝืนยิ้มให้พ่อก่อนจะเดินขึ้นไปบนห้องนอนตัวเองชั้นบน
‘ปัง!’ เสียงบานประตูไม้ของห้องตัวเองดังขึ้น และวินาทีนั้นแหละที่น้ำตาที่อัดอั้นมาตลอดทางก็ไหลรินออกมาราวกับสายน้ำ ฉัน...อีใบหนาดคนนี้เคยเข้มแข็งกว่าใคร ๆ ตอนนี้กลับเป็นผู้หญิงที่ร้องไห้ขี้มูกโป่งจนต้องยกมือปิดปากตัวเองเพื่อไม่ให้สะอื้นเสียงรอดออกมาให้พ่อแม่ได้ยิน
ภาพของพะพายที่ร้องไห้เพราะอับจนหนทาง ภาพของคุณจีน่าที่ฝืนยิ้มออกมาทั้งที่สภาพร่างหายเสียหายยับเยิน และใบหน้าของไอ้เวรเควินที่หัวเราะออกมาในตอนที่ฉันร้องขอบอกให้เขาหยุด ทุกอย่างมันโถมเข้ามาในโสตประสาทฉันในเวลา ๆ เดียวกันจนรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก
ฉันลุกขึ้นพยุงร่างที่นั่งทรุดตัวลงหลังประตูห้องก่อนจะเดินไปที่บานกระจกเงาใหญ่ของห้อง สลัดเสื้อผ้าที่คิดว่าจะใส่มันสักครั้ง แต่พอได้ใส่เพียงครั้งกลับรู้สึกขยะแขยงมันจนฉันต้องรีบถอดออกเขวี้ยงมันลงพื้น
เพียงฉันหันไปมองร่างเปลือยตัวเองที่สะท้อนผ่านกระจกเงา ตั้งแต่หัวจรดเท้า ร่างกายที่ตอนนี้เต็มไปด้วยรอยจ้ำแดง เขียวช้ำบางจุดจากสัมผัสมือที่หนักหน่วง ความรุนแรงที่เควินประทับทิ้งไว้ราวกับประกาศว่าเป็นเจ้าของผิวนวลเนียนของฉัน ทั้งที่เขายังไม่รู้จักฉันแม้กระทั่งชื่อด้วยน้ำ
ฉันยกมือเรียวของตัวเองขึ้นไปลูบไล้ผิวกายตามร่องรอยอารธรรมตามตัว
“ไอ้เควิน ฉันเกลียดแก...ไอ้ชาติหมากลับมาเกิด!” ฉันสบถออกมาด้วยความคับแค้นใจ “อย่าได้เจอะได้เจอกันอีกเลยเว้ย”
ฉันที่อารมณ์โมโหยังคงครุกรุ่น จึงต้องหันไปคว้าผ้าเช็ดตัวที่ราว แล้วตรงดิ่งเข้าห้องน้ำไปเพื่อชำระร่างกายเอาความโสโครก เสนียดของอิพวกผู้ดีตีนระยำนี่ออกไปให้หมด ทุกส่วนที่เขาจับ ทุกส่วนที่เขาดูดเลีย ต้องใช้สบู่และแรงขยี้มากกว่าส่วนไหน ๆ
“ออกไปจากร่างกายฉันนะ...” จะหาว่าฉันเหมือนคนบ้าก็ได้ตอนนี้ เพราะแค่คิดถึงหน้าไอ้เวรนั่นฉันก็อยากจะซัดหมัดรัว ๆ ไปที่หน้าหล่อ ๆ แล้วรุมทึ้งที่ผมสีแดงไวน์นั่นจริง ๆ ถึงจะทำได้แค่คิดก็ตามเพราะตอนบนเตียงฉันยังสู้แรงไอ้บ้านั่นไม่ได้เลย
“ต่อให้ต้องตาย ฉันจะไม่ยอมให้ผู้ชายคนนั้น คนที่ชื่อเควินมาย่ำยีฉันได้อีกเป็นครั้งที่สอง และถ้าวันไหนที่โชคชะตาเล่นตลกกับฉันให้ต้องมาเจอกันอีก ฉันจะทำให้เขารู้จักรสชาติของความเจ็บปวดบ้างล่ะ คอยดู! ไอ้เวร!”
“วันนี้มันมหาอัปยศในชีวิตของอีใบหนาดแท้ ๆ” ฉันพึมพำออกมาพลางก่ายหน้าผากตัวเอง “ช่างเถอะหลับสักตื่นบ้างทีเรื่องร้าย ๆ พวกนี้อาจจะมลายหายไปบ้างก็ได้..Zzz”