ตอนที่ 18
โทษทัณฑ์
(ห้องสวีท โรงแรมใกล้คลับ)
‘ติ๊ด~’ เสียงคีย์การ์ดห้องดังขึ้น พร้อมกับบานประตูที่เปิดออก ฉันเดินโอนเอนเข้าไปในห้องด้วยสติที่เลือนราง (การละคร) เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ มือเรียวของฉันเปลี่ยนไปเกาะไหล่ชายแปลกหน้าที่เพิ่งจะหิ้วขึ้นห้องกัน ว่าแต่เขาชื่ออะไรนะ ฉันจำไม่ได้แล้วแฮะ...อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้น่าจดจำขนาดนั้นด้วยล่ะ
“ทำไมร้อนจังคะ ไหนคุณบอกว่าที่ห้องแอร์เย็นฉ่ำนี่” ฉันที่นั่งอยู่ปลายเตียงทำทียกมือขึ้นโบกพัดหน้าเบา ๆ
“ผมกำลังเปิดให้อยู่ครับรอสักหน่อย” เขาพูดจบกลับใจร้อนตรงดิ่งเข้ามาหาฉัน ทำทีเมามายปรือตารีบเดินมาก้มหน้าซุกลงคอกัน ทว่า...มือเรียวของฉันก็ผละเขาออกก่อนอย่างมีชั้นเชิง
“ฉันร้อน...ร้อนมาก ๆ ขอยืมห้องน้ำไปล้างตัวก่อนได้ไหมคะ ห้องของคุณพอจะมีผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่สักผืนให้ยืมรึเปล่า”
“มีครับ”
“งั้น...” ฉันพูดจีบปากทำนัยน์ตาเยิ้มมองเขามือจับปกเสื้อก่อนจะไล้สันกรามที่พอเห็นของเขาเรียกว่าอ่อยขั้นสุดให้เขาตื่นเต้นรอเลย “ฉันขออาบน้ำสักครู่ได้ไหมคะ ถ้าไม่ได้อาบกลัวว่าจะไม่มีสติจดจำรายละเอียดอะไรเลยน่ะ”
“ดะ...ได้ครับ” เขาหายใจแรงมากดูท่าคงตื่นเต้นจนลำเอ็นแข็งรอแล้วมั้งเนี่ย ก่อนจะรีบเดินไปเอาผ้าขนหนูสีขาวที่ทางโรงแรมเตรียมไว้มาให้ฉัน
ฉันยิ้มรับก่อนจะทำท่าทีโอนเอนเดินไปที่ห้องน้ำเหมือนคนที่กำลังกึ่ม ๆ ไปอาบน้ำจริง ๆ แน่นอนว่าครั้งนี้ในกระเป๋าของฉันมีถุงยางอยู่ด้วย เรียกว่าป้องกันตามสูตรที่พ่อกับแม่สอนไว้
ฉันอาบน้ำอย่างสบายใจ อาการหนักหัวเมามายอะไรนั่นไม่มีอยู่จริงหรอก แต่แล้วขณะเดียวกันตอนฉันกำลังอาบน้ำใต้ฝักบัวที่เสียงดัง ‘ซ่า’ อยู่นั้นก็ได้ยินเสียงแทรกเข้ามา แต่มันก็ไม่ชัดหรอกเพราะเสียงน้ำฝักบัวก็ดังกว่าอยู่ดี ฉันเลยหันกลับไปสนใจกับการอาบน้ำต่อ
ฉันลูบไล้ไปตามตัว พอคิดว่าจะมีอะไรกับคนแปลกหน้าทำไมจู่ ๆ หัวใจฉันถึงเจ็บแปล๊บ ๆ แล้วหน้าของเควินถึงลอยเข้าหัวตอนนี้กัน
ฉันพยายามส่ายหน้าสลัดความคิดนี้ออกไป แล้วเงยหน้ารับสายน้ำที่กำลังชะล้างร่างกายนี้
‘อิหนาด มึงต้องลืมไอ้เวรนั่นให้ได้ มึงเกลียดมันจะตายนะ’ ฉันพึมพำในใจ
“ปัง...ปัง...ปัง...” เสียงเคาะประตูดังมาก ชนิดที่ฉันอยู่ในห้องน้ำก็ได้ยิน แต่เพราะยังอาบน้ำไม่เสร็จดีนักฉั นจึงรีบล้างตัวให้เสร็จอีกนิด ก่อนที่จะรีบหยิบผ้าขนหนูมาพันตัว แต่ไม่ทันที่จะออกจากห้องน้ำก็ได้ยินเสียงคนมีเรื่องกันซะก่อน
“ใครวะ...” เสียงนี้เป็นเสียงของผู้ชายที่มาพาฉันมาแน่ๆ
‘พลั่ก!’
“อั่ก...โอ๊ย” นี่ก็เป็นเสียงร้องโหยหวนของผู้ชายคนที่พาฉันมาเหมือนกัน เสียงของเขาขาดห้วงไปจนฉันใจคอไม่ดี รีบวิ่งออกไปขณะที่ผ้าเช็ดตัวพันร่างบางนี่ ผมยังเปียกหมาดอยู่ ร่างของผู้ชายคนนั้นถูกใครบางคนที่ฉันไม่รู้จักกระชากออกไปข้างนอกต่อหน้าต่อตา ฉันเบิกตากว้างเพราะไม่เข้าใจเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความมึนงง
ตอนแรกฉันเห็นคนลากผู้ชายคนนั้นออกจากห้องก็ว่าตกใจแล้วนะ แต่เมื่อฉันเห็นผู้ชายอีกคนที่ยืนพิงขอบประตูแล้วหันมาจ้องกันนั่นแหละ ยิ่งทำให้ฉันสั่นสะท้านเย็นเหยียบไปทั้งตัวและหัวใจ
‘เควินยืนอยู่ตรงนั้น’
“นะ...นายมาที่นี่ได้ยังไง” ฉันพูดตะกุกตะกักตัวสั่นเทิ้ม เควินปลายตามองฉันด้วยสายตาคมกริบ แต่เขากลับไม่พูดอะไรออกมา ยิ่งทำให้ฉันกลัวหนักขึ้นไปอีก
เขาอยู่ในชุดนักศึกษาที่หลุดลุ่ยเล็กน้อย เส้นผมไวน์แดงนั่นปรกหน้าผากที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ แถมยังมีกลุ่มเพื่อนวิศวะอีกสองคนที่ตามมาด้วย กระทั่ง...ที่เขาปริปากพูดแต่ไม่ได้พูดกับฉันนะ เขาหันไปพูดกับเพื่อนที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“ฝากจัดการมัน แต่อย่าเอาให้ถึงตายล่ะ แค่ให้พิการมาเร่ร่อนคลับไหนไม่ได้อีกเลยก็พอ” เควินพูดเสียงเรียบเย็นจนน่าขนลุกขนพอง
“เดี๋ยวสิ! นี่มันอะไรกันเควิน” ฉันอุทานออกมาเมื่อได้ยินคำพูดที่แสนโหดร้ายออกจากปากเขา
“เฮ้ย! พวกมึงจะทำอะไรกู รู้ไหมกูลูกใคร ปล่อยกูนะเว้ย! อั่ก...” ผู้ชายคนนั้นร้องลั่น แต่กลับถูกกลุ่มเพื่อนของเควินลากคอหายไปในโถงทางเดินโรงแรม
‘ปัง!’ เสียงประตูห้องถูกปิดลงอีกครั้งโดยเควิน
‘แกร๊ก!’
และเขาก็เป็นคนล็อกประตูลง ฉันถอยกรู่เข้าไปในห้องจนสุดหัวเตียง กอดตัวเองไว้ด้วยความกลัว เพราะตอนนี้นัยน์ตาของเควินมันเหมือนพร้อมจะเฉือดฉันออกเป็นชิ้น ๆ
“นาย...มาที่นี่ทำไม ต้องการอะไรกันแน่” ฉันแค่นถามเขาซึ่งแทบไม่มีเสียงออกมาเป็นคำ
เควินไม่ตอบฉัน เขาล้วงกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง ลิ้นดุนกระพุงแก้ม ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้ามาหาฉันช้า ๆ ทุกก้าวที่เขาเดินเข้ามามันเหมือนปีศาจที่ย่างกรายเข้ามาเพื่อลงโทษกัน
เขาเอียงคอซ้ายทีขวาที พลางถอดนาฬิกาข้อมือออกไปวางไว้ที่โต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะขึ้นมาทาบทับร่างของฉันไว้บนเตียง แรงกดทับจากร่างกายแกร่งของเขาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกทับด้วยหินที่หนักจนไม่สามารถดิ้นหนีออกไปไหนได้
“อยากมากงั้นเหรอ” นั่นคือประโยคแรกที่เขาพูดกับฉัน น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้ฉันสยบแทบเท้าได้เลย
‘ฉันคงหนีไปไม่ได้แล้วล่ะ พระเจ้า! ช่วยฉันด้วย’