ตอนที่ 7
นางฟ้าบะหมี่เฮียซ่ง
หลังจากที่กลับมาจากบ้านของพะพาย ฉันก็กลับมางีบหลับอีกหน่อย เพื่อเตรียมตัวเข้างานของตัวเอง (Zzz) ถามว่าจบนิเทศมาทำไมถึงมาทำงานกับพ่อแบบนี้ใช่ไหม ก็เพราะว่าเงินมันดีกว่าไปทำงานสายงานตัวเองไงล่ะ แล้วจะออกไปทำงานให้เหนื่อยทำไมในเมื่อสานต่องานที่บ้านมันก็เงินดีอยู่แล้ว อาจจะเหนื่อยเหมือนกัน แต่ความคุ้นชินที่ช่วยพ่อแม่มาตลอด 20 กว่าปีมันซึมเข้าเส้นเลือดไปแล้วล่ะ
(ห้าโมงเย็น)
ฉันที่นอนอยู่บนเตียงค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นอัตโนมัติ อาจเพราะร่างกายจดจำเวลาตื่นที่ทำมาอย่างต่อเนื่องหลาย ๆ ปีนี้ได้นั่นแหละ
“ป๊าคงเตรียมน้ำซุปเกือบเสร็จแล้วสินะ” ฉันรีบหยัดตัวขึ้นเมื่อกลิ่นหอมฉุยของน้ำซุปที่พ่อมักเคี่ยวเวลานี้แตะมาที่โพรงจมูก มันทำให้ฉันตื่นตัวในการทำหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเอง
ฉันวิ่งไปอาบน้ำ และกลับมายืนหน้ากระจกบานเดิม แต่คราวนี้ไม่ได้มาร้องไห้อะไรนะ แต่กำลังแต่งตัวเพื่อไปเป็นแม่ค้าขายบะหมี่หรอกย่ะ
เอาล่ะถึงเวลาที่ฉันจะแนะนำตัวเองที่เป็นตัวฉันเองจริง ๆ ไม่ใช่สแตนด์อิน หรือสวมรอยเป็นใครเหมือนตอนต้น ฉันชื่อ ‘ใบหนาด’ ลูกสาวคนเดียวของเฮียซ่ง ซึ่งกำลังอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวขับเน้นทรวดทรงองค์เอวตามธรรมชาติรังสรรค์ แม้จะไม่ได้ตั้งใจโชว์ผิวพรรณอะไร แต่มันก็ปิดบังส่วนเว้าส่วนโค้งที่ชัดเจนของฉันไม่ได้หรอก กางเกงยีนขาสั้น แถมด้วยถุงเท้าสูง นึกว่าหลุดมาจากฮาราจูกุ ฮ่า...ฉันชอบแต่งตัวเด่นค่ะ มันสนุกดี ส่วนใบหน้างั้นเหรอ แทบจะไม่ตบแต่งเครื่องสำอางอะไรเลย ทาแค่พวกครีมบำรุงเท่านั้นก็จบปิ๊ง
“หน้าสดของฉันนี่แหละ สวยที่สุด” ฉันมองใบหน้าตัวเองพลางลูบไล้พวงแก้มไปมา จะว่าอวยตัวเองก็ย่อมได้ ฉันรู้ตัวดีว่าฉันสวยค่ะ และความสวยในตอนหน้าสดนี่แหละคือของจริง พะพายเคยบอกว่าหน้าสดของฉันคืออาวุธที่มีพลังทำลายล้างสูงมาก ทำให้พวกผู้ชายตาค้างมานักต่อนัก เอาจริงฉันก็ไม่ได้อยากใช้มันอ่อยใครต่อใครหรอก ฉันก็แค่เป็นตัวของตัวเอง ชอบแต่งตัวเด่น ชอบคือชอบนี่หว่า หน้าไม่แต่งก็เพราะขี้เกียจก็เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรมากกว่านี้เลย
“อีหนาด! ลื้อจะยืนส่องกระจกอีกนานไหม ร้านจะเปิดแล้ว ลูกค้าก็มาออกหน้าร้านจนจะพังร้านอั๊วแล้วนะ” พ่อตะโกนสวนขึ้นมาจากข้างล่าง ทำเอาฉันหลุดปากขำ... อย่าตกใจกันนะคะ ที่พ่อเรียกอีหนาดนี่ ด้วยความเอ็นดูล้วน ๆ ค่ะ และมันเลยกลายเป็นคำติดปากที่พ่อเรียกฉันแบบนี้ตั้งแต่เกิด ตามความเชื่อของพวกเขาเอง
“มาแล้วป๊า! ไม่รู้จะตะโกนทำไมกัน ถึงลูกค้าจะมารอ น้ำซุปของป๊าก็ยังไม่พร้อมขายอยู่ดีไม่ใช่รึไง ยังไม่เดือดเลยด้วยซ้ำ โว๊ะ!”
ฉันเองก็บ่นใส่พ่อกับแม่แบบนี้เหมือนกันนะ พอเราเข้าสู่การทำงานมันก็เหมือนสามคนที่ร่วมหุ้นร้านบะหมี่เฮียซ่งอ่ะ ที่ต่างคนต่างมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบของตัวเอง เมื่อถึงเวลานั้นไม่มีหรอกคำว่าพ่อแม่ลูก มีแต่ผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้น ฮ่า...
ร้านเปิดขายอย่างเป็นทางการเมื่อเวลาหนึ่งทุ่ม
บรรยากาศหน้าร้านบะหมี่เฮียซ่งยังคงคึกคักเหมือนเดิม ลูกค้าประจำที่มารอตอนเปิดร้านต่างเข้ามาจับจองที่นั่งจนเต็มทุกโต๊ะ ส่วนใหญ่ที่มาทานก็จะเป็นคนหาเช้ากินค่ำ วัยทำงาน นักศึกษาที่ทำกิจกรรมจนเลิกดึกดื่นก็มี หรือแม้กระทั่งส...บางคนที่ตั้งใจมาดู ‘นางฟ้าบะหมี่เฮียซ่ง’ มากกว่ามากินบะหมี่จริง ๆ ฉายานี้ฉันไม่ได้พูดเองเออเองนะ มันดันมีคนถ่ายรูปฉันไปโพสต์ลงในโซเชียลแล้วพวกเขาก็สร้างแท็กนี้กันขึ้นมา #นางฟ้าบะหมี่เฮียซ่ง ช่วงนั้นคนตามรอยมาทานกันเยอะมาก ทั้งที่ปกติคนก็เยอะมากอยู่แล้ว จนพ่อของฉันบ่นยับบอกให้ฉันสวยน้อยลงอีกหน่อย คิดดูเอาเถอะ ฮ่า...น่าขำใช่ไหมล่ะ
อย่างเช่นตอนนี้เริ่มมีสายตาของกลุ่มโต๊ะบางโต๊ะจ้องมาที่ฉันด้วยสายตาแทะโลม แถมยังแอบถ่ายรูปฉัน ไม่สิต้องเรียกว่าถ่ายรูปกันซึ่ง ๆ หน้าฉันห้ามไม่ได้หรอก เพราะไม่ว่าใครที่พึ่งมาทานครั้งแรกก็แอบถ่ายฉันเกือบทุกคน
แต่ว่านะ...ถ้าใครดูส่งสายตาหื่นกามมากกว่าปกติจนฉันไม่สบอารมณ์ ฉันก็จะมีวิธีจัดการในแบบของฉันเอง
“นี่โต๊ะนั้นน่ะ มองกันขนาดนั้นมายืนจ้องตรงนี้เลยดีไหม”
ฉันเท้าสะเอวก่นด่า แต่เชื่อไหมโต๊ะอื่น ๆ กลับอมยิ้มร่ากัน งงใช่ไหมล่ะ แต่ไม่ต้องงงหรอก เพราะว่านี่แหละกิมมิคที่ทำให้คนอื่น ๆ กลับมาทานซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ได้เหรอจ๊ะน้องใบหนาดคนสวย” ชายหนุ่มคนนั้นเหมือนจะเพิ่งมาครั้งแรกและอยากลองเชิงก่อนที่จะเดินมายืนตรงหน้าฉันจริง ๆ ทว่าเพียงมายืนตรงหน้ารถเข็นบะหมี่นี่ เฮียซ่ง...พ่อของฉันก็ยกกระบวย (คนละอันกับที่ตักซุปนะ) มาเคาะหัวชายหนุ่มคนนั้นทันที
“โอ๊ย! เฮียซ่งมันเจ็บนะ” ชายหนุ่มยกมือมาลูบศีรษะตัวเองด้วยความเจ็บ
“ลื้อโดนแค่กระบวยก็ดีถมเถแล้ว จะกินไหมล่ะบะหมี่ หรือลื้ออยากกินลูกตะกั่วแทน!” หลังจบคำของเฮียซ่ง ส่งผลให้พวกลูกค้าโต๊ะอื่น ๆ ทั้งร้านหัวเราะร่า บางคนถึงกับบอกว่า การได้เห็นเฮียซ่งด่าทอลูกค้า มันทำให้เจริญอาหารก็มี ลูกค้าร้านเฮียซ่งแปลกดีใช่ไหมล่ะ
“บะหมี่มาแล้วค่ะ บะหมี่โคตรลูกชิ้นมาแล้วค่ะ บะหมี่พิเศษเกี๊ยวมาเสิร์ฟแล้วจ้า” เสียงหวานปนกับเสียงตวาดสลับปนเปกันไปตามประเภทลูกค้า ฉันน่ะทำหน้าที่ทั้งเสิร์ฟบะหมี่ รับออเดอร์ ล้างจาน ทำทุกอย่างในเวลาเดียวกันอย่างคล่องแคล่ว แม้ร่างกายจะยังมีความปวดหนึบอยู่บ้างก็ตามแต่...มันก็ไม่ทำให้ฉันทำหน้าที่ของตัวเองได้ด้อยลงหรอก ไม่งั้นโดนพ่อกับแม่ด่าหัวเช็ด