บทที่ 6 [2/3]

1140 Words
ลิฟต์มาถึงชั้นบนสุดของตึกกาสิโนแห่งนี้ ตอนนี้เป็นเวลาห้าโมงกว่าแล้วแต่ปราณนทียังไม่เลิกงาน อีกทั้งยังบอกให้ลูกสาวและนวินมาหาที่นี่หลังเลิกเรียน เพราะตอนหนึ่งทุ่มเขาจะพาครอบครัวขึ้นไปทานมื้อค่ำที่รูฟท็อปของตึกกาสิโนซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อยและบรรยากาศดี แม้ที่นี่จะเรียกว่ากาสิโนแต่ก็ให้บริการห้องพักสำหรับแขกด้วยเช่นกัน หรือจะเรียกว่าโรงแรมด้วยก็ไม่ผิดนักอีกทั้งยังเป็นโรงแรมหรูที่นักท่องเที่ยวจำต้องจองล่วงหน้าก่อนเพราะหากวอล์กอินเข้ามาจะไม่สามารถพักได้เนื่องจากห้องพักเต็ม "คุณพ่อขา! หนูมาแล้วค่า!" เมื่อประตูห้องทำงานถูกเปิดออกปันรักก็รีบปล่อยมือจากนวินก่อนจะวิ่งดุ้กดิ้กไปหาคนเป็นพ่อที่รีบวางปากกาจากการทำงานทันที เขารับตัวเด็กจ้ำม่ำขึ้นกอดให้นั่งลงบนตักและเป็นจังหวะเดียวกับที่สุขใจเดินออกมาจากห้องพักส่วนตัวในห้องทำงานพอดี "มากันแล้วเหรอ?" "คุณแม่! หนูมาแล้วค่ะ!" ฟังจากเสียงใสๆ ของปันรักแล้วสุขใจก็รู้ได้ทันทีเลยว่าพลังงานของลูกสาวเธอยังเหลือล้น แต่ทว่าในตอนนั้นเองสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นข้อศอกนวินที่แปะผ้าก็อซตรงบริเวณข้อศอกและเพิ่งสังเกตว่าเนื้อตัวของทั้งสองคนมอมแมมมาก ปกติจะมีแต่ปันรักที่มอมอมมคนเดียว แต่วันนี้มอมแมมถึงสองคนเลย "แขนไปโดนอะไรมาน่ะวิน? แล้วทำไมถึงเนื้อตัวมอมแมมแบบนี้?" "หกล้มน่ะครับ แต่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอกครับ" นวินตอบยิ้มๆ ราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ทว่าสุขใจกลับหรี่ตามองอย่างไม่อยากจะเชื่อ เพราะเธอรู้ดีว่าสองพี่น้องคู่นี้ต่างก็แอบปกป้องกันอยู่เสมอ "แน่ใจนะว่าไม่ได้เกิดอะไรขึ้นน่ะ? " "แน่ใจครับ" นวินยังคงยืนยันด้วยสีหน้าที่ประดับรอยยิ้มและเขาก็มีความสามารถพิเศษอย่างหนึ่งนั่นคือการพูดโกหกโดยที่ไม่มีใครสามารถจับได้และครั้งนี้เขาก็ทำมันสำเร็จอีกครั้งเมื่อสุขใจเหมือนไม่ติดใจอะไร "คราวหลังก็ระวังหน่อยสิ" "ครับ" นวินยิ้มรับโดยที่ครั้งนี้ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เขารู้ว่าสุขใจก็แค่เตือนเพราะเป็นห่วงเขาเท่านั้นและถ้าหากไม่อยากให้เธอเป็นห่วงมากไปกว่านี้ก็อย่าบอกเธอเลยว่าก่อนหน้านี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเขาและปันรักบ้าง เพราะถ้าหากเธอรู้…เรื่องมันคงจบง่ายๆ อย่างแน่นอน คนบ้านนี้…ยอมให้ถูกรังแกซะที่ไหนกันล่ะ ในขณะที่สี่คนกำลังนั่งพูดคุยกันเรื่อยเปื่อยอยู่นั้นลูกน้องคนสนิทของปราณนทีก็แจ้งว่ามีแขกมาขอพบ ซึ่งเขาให้ภรรยาและลูกสาวไปนั่งรอที่ห้องรับรองแขกก่อน คาดว่าคงใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็เสร็จธุระจากแขกคนนี้แล้วและเมื่อนั้นพวกเขาค่อยไปรูฟท็อปพร้อมกัน "คุณพ่อรีบๆ ตามมานะคะ" ปันรักยิ้มกว้างให้กับคนเป็นพ่อก่อนจะเดินออกจากห้องไป แต่นวินยังไม่ทันจะเดินตามสองแม่ลูกก็ถูกเรียกเอาไว้เสียก่อน "นวิน แกน่ะอยู่ต่อ" "ครับ" นวินยืนนิ่งเยื้องๆ กับโต๊ะทำงานของปราณนทีที่ยังคงนั่งเก้าอี้บุนวมตัวโต เขายืนอย่างสงบเสงี่ยมและในตอนนั้นเองที่แขกของปราณนทีถูกเชิญให้เขามาในห้องทำงาน "สวัสดีครับทะ... " คำว่า 'ท่าน' ยังไม่ทันจะหลุดออกจากปากก็เกิดอาการชะงักนิ่งไปเมื่อหันมาสบตากับเด็กที่เขาเพิ่งมีประเด็นด้วยก่อนจะขึ้นมาที่นี่ ธวัชรีบหันไปหาคนสนิทของปราณนทีก่อนจะชี้นิ้วไปยังนวินที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมในขณะที่ใบหน้าของเขาก็ยังประดับรอยยิ้มบางๆ เหมือนอย่างปกติ "ทำไมถึงปล่อยให้เด็กขอทานเข้ามาในห้องนี้ได้! ความปลอดภัยหละหลวมอย่างนี้ได้ยังไงกัน!" ปราณนทีขมวดคิ้วมุ่นกับคำพูดคำจาของแขกที่ขอเข้าพบเขาก่อนจะหันไปมองคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น 'ขอทาน' เสื้อผ้าสกปรกมอมแมมก็จริงแต่ยูนิฟอร์มชุดนักเรียนนี้ไม่สามารถบ่งบอกได้เลยหรือว่าคนของเขาไม่ใช่ขอทานเสียหน่อยและดูเหมือนว่าจะมีเรื่องราวอะไรบางอย่างที่เขาต้องรู้เสียแล้ว "เกิดอะไรขึ้น?" ปราณนทีถามธวัชที่รีบบอกว่าเกิดอะไรขึ้น "ก็ไอ้เด็กนี่มันแอบเข้ามาในกาสิโน มันมาพร้อมกับเด็กอีกคนหนึ่ง แต่ไม่คิดว่ามันจะมาหาท่านถึงที่นี่ มันเป็นขอทานในคราบเด็กนักเรียนมาขอความสงสาร" นวินขมวดคิ้วมุ่นกว่าเดิม นึกสงสัยว่าเขากับปันรักน่ะหรือที่ทำตัวเป็นเด็กขอทานในคราบนักเรียน? ปราณนทีที่ได้ยินเช่นนั้นกลับหัวเราะขำในลำคอก่อนจะหันไปมองนวินที่ไหวไหล่กลับมาบ่งบอกว่าเขาไม่ทุกข์ร้อนอะไรกับคำครหานั้น กลับกันสีหน้าของเขาดูผ่อนคลายแม้จะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นขอทาน "รีบเอามันออกไปสิ! การ์ดที่นี่ทำงานไม่ได้เรื่องเลย!" ธวัชดูจะอารมณ์เสียเกินเบอร์ไปหน่อย ใช่ว่าปราณนทีจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเอาใจมากแค่ไหน แต่เสียใจด้วยที่เขารู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร "ไม่ต้องเรียกการ์ดหรอก แล้วอีกอย่างเด็กนี่ไม่ใช่ขอทานแต่เป็นคนของฉันเอง" "อะไรนะครับ!" ธวัชตกใจจนตาแทบถลน หัวใจหลุดร่วงอยู่ที่ตาตุ่มกับคำพูดที่ออกจากปากปราณนทีและเขาก็ย้ำอีกครั้งอย่างชัดถ้อยชัดคำ "เขาเป็นคนของฉัน" ฉิบหายแล้ว! ดันล่วงเกินคนของปราณนทีเสียแล้ว! ในขณะเดียวกันนวินเพียงแค่ส่งยิ้มให้ธวัชแต่เป็นรอยยิ้มที่คล้ายกับเย้ยหยันเต็มที เข้าสุภาษิตที่ว่าหัวเราะทีหลังดังกว่าและไม่ใช่แค่ดังธรรมดาเพราะนวินจะหัวเราะให้ดังกว่าเดิมหลายๆ เท่า "ขะ ขอโทษครับที่ผมล่วงเกินคนของท่าน" ธวัชเข่าแทบทรุดและครั้งนี้เขาไม่กล้าสบตากับนวินตรงๆ อีกแล้ว ============= #อิพี่เขามีแบล็กใหญ่จ้าาาาา เอ็งอย่าสล่อนนนน พี่ๆ ที่รักช่วยรบกวนคอมเมนต์ + กดหัวใจให้จี๊ดหน่อยนะคะ ฝากพี่ๆ กดติดตามต๊อกๆ ให้น้องจี๊ดหน่อยได้ไหมคะ? https://www.tiktok.com/@tuakrajitrit
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD