บทที่ 7 [1/2]

1560 Words
วันเวลาผันผ่านจากเด็กน้อยวัย 4 ขวบสู่เด็กสาววัย 15 ปี เด็กหญิงปันรักที่เคยเป็นเด็กอ้วนจ้ำม่ำมาบัดนี้เริ่มโตเป็นสาวมีเรือนร่างอ้อนแอ้นและมีส่วนเว้าส่วนโค้งให้เห็นแล้ว ในขณะที่นวินนั้นกลายเป็นหนุ่มเต็มตัววัย 26 ปีที่มีความสูงถึง 180 เซนติเมตร แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับมีรูปร่างสูงโปร่งหุ่นลีนแต่อัดแน่นไปด้วยมวลกล้ามเนื้อเพราะออกกำลังกายและฝึกซ้อมศิลปะต่อสู้เป็นประจำ "แอ๊สๆ!" "เอ้ว!" ตุ้บๆ! ตั้บๆ! เสียงซ้อมมวยและเสียงตุ้บตั้บของเหล่าการ์ดที่กำลังเตะต่อยกระสอบทรายภายในยิมเป็นสิ่งที่ปันรักคุ้นชินไปเสียแล้วรวมถึงเรือนกายของเหล่าการ์ดทั้งหลายที่ฟิตเฟิร์มแน่นเปรี๊ยะจากการออกกำลังกายและฝึกซ้อมอย่างหนัก หนึ่งในนั้นคือพี่ชายต่างสายเลือดของเธอที่กำลังขึ้นสังเวียนต่อยมวยกับการ์ดมือดีอีกคนหนึ่ง "กูว่าคุณวินต้องชนะอีกแน่ๆ เลยว่ะ" หนึ่งในการ์ดหลายๆ คนที่กำลังดูนวินต่อยในตอนนี้เริ่มวิเคราะห์ผลแพ้ชนะกันแล้ว หลายคนเห็นด้วยแต่อีกหลายคนก็ไม่เห็นด้วยและเมื่อเกิดเสียงแตกการพนันย่อมเกิดขึ้นในหมู่การ์ดกันเอง "กูลงห้าร้อย กูว่าคุณวินชนะ" "แต่กูว่าไม่" เพราะคู่ซ้อมนวินเป็นถึงครูที่ฝึกซ้อมนวินอีกที คนในยิมที่เคยซ้อมก็เริ่มหันมาจับกลุ่มรอบสังเวียน พร้อมกับเสียงเชียร์ที่ดังขึ้นเป็นพักๆ ตามประสาคนเชียร์มวย "เอาจริงหน่อยครับคุณวิน อย่าออมมือ" คู่ชกนวินเรียกร้องให้ใช้พละกำลังจริงๆ เพราะดูเหมือนว่าเสียงเชียร์รอบข้างจะทำให้เครื่องติดเสียแล้ว นวินที่ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่คิดออมแรงอีกต่อไปเพื่อเป็นการให้เกียรติคู่ชก พวกเขาผลัดกันต่อยผลัดกันตั้งรับตามสัญชาตญาณที่ถูกฝึกมา นวินมีสายตามุ่งมั่นและดูท่าว่าจะได้เปรียบอีกฝ่าย แต่ทว่าในตอนนั้นเองใครคนหนึ่งข้างสนามก็เอ่ยขึ้นมา แม้จะเป็นน้ำเสียงปกติแต่คนหูดีอย่านวินกลับได้ยินอย่างชัดเจน "คุณหนูมาว่ะ" ขวับ! เพียงเท่านั้นเหมือนสมาธิของนวินก็หลุดลอยไป เขาหันไปมองประตูทางเข้ายิมทันทีโดยที่ลืมตัวไปชั่วขณะว่ากำลังทำอะไรอยู่และในตอนนั้นเองหมัดหนักๆ ก็ปะทะที่ซีกแก้มเขาเต็มๆ ทำเอาเซถลาหลายก้าวก่อนจะประคองตัวด้วยการคว้าเชือกเวทีมวยทางด้านหลังด้วยอาการมึนงงพร้อมกับอาการเจ็บแปลบตรงบริเวณจมูก "พี่วิน!" ปันรักที่เห็นนวินพลาดท่าถูกต่อยอย่างแรงรีบเข้ามาหาเขาทันทีและครั้งนี้เธอตะโกนเสียงดังลั่นยิม "พอๆๆ!!! ไม่ต้องต่อยมันแล้วค่ะ!" "..." สิ้นเสียงนั้นคู่ชกของนวินก็รีบถอดนวมทิ้งทันทีก่อนจะยิ้มแหย่ๆ ให้กับเธอที่มองคู่ชกนวินตาเขียวปั้ดอย่างคาดโทษ แต่เป็นนวินที่ยกมือขึ้นปิดตาเธอเอาไว้ก่อนจะแก้ต่างให้กับคู่ชกตัวเอง "เราแค่ต่อยกันเล่นๆ แต่เป็นพี่ที่เสียสมาธิเองครับ" การ์ดทุกคนที่เคยอยู่รอบสังเวียนต่างสลายตัวกันอย่างรวดเร็ว พวกเขากลับไปฝึกซ้อมกิจกรรมของตัวเองอีกครั้งในขณะที่นวินเอาตัวเองออกมาจากสังเวียน ปันรักที่เห็นว่าเขาเลือดออกจากจมูกก็รีบเอาผ้าเช็ดหน้าที่พกติดตัวเป็นประจำห้ามเลือดเอาไว้ เธอปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับนวินอย่างคล่องแคล่ว จะไม่ให้เธอคล่องได้อย่างไรเพราะตั้งแต่เขาเรียนจบมหาลัยก็ตัดสินใจทำงานกับปราณนทีเต็มตัว ธุรกิจบ้านเธอคือธุรกิจขาวและเทา อย่างเช่นกาสิโนและปล่อยเงินกู้เพราะอย่างนั้นหลายครั้งจึงมีศัตรูปองร้ายและนวินจะเป็นคนไปจัดการคนเหล่านั้น หลายครั้งก็ได้รับบาดแผลกลับมา หากเป็นแค่แผลเล็กน้อยก็จะเป็นปันรักนี่แหละที่ทำแผลให้เขาเหมือนอย่างตอนนี้ที่เลือดกำเดาของเขาหยุดไหลแล้วเพราะปันรักช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น "แล้วหนูมาทำอะไรที่นี่ครับ?" "ข้าวเที่ยงค่ะ" ข้าวกล่องที่ปันรักถือมาก่อนหน้านี้ถูกชูขึ้นตรงหน้านวินที่ระบายยิ้มน้อยๆ สงสัยคงถูกสุขใจไหว้วานให้เอามื้อเที่ยงมาให้ทั้งที่เธอจะใช้แม่บ้านก็ได้ แล้วอีกอย่าง...นวินก็ไม่ค่อยชอบที่ปันรักต้องมายิมบ่อยๆ เพราะที่นี่มีแต่ผู้ชาย "เอากลับไปกินที่บ้านดีกว่าครับ" นวินคว้าข้าวกล่องจากปันรักก่อนจะลุกขึ้นและคว้ามือนุ่มนิ่มของเธอมาจับไว้ ในขณะเดียวกันอุ้งมือของนวินนั้นกลับหยาบกระด้างเพราะผ่านการใช้งานทั้งออกกำลังกายและจับอาวุธต่างๆ แต่ถึงอย่างนั้นปันรักก็ไม่เคยปล่อยมือเขาเลยสักครั้ง ปันรักลุกขึ้นยืนตามนวินแต่ทว่าในตอนนั้นเองที่เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าเธอใส่กางเกงขาสั้นมา เรียวคิ้วเข้มได้รูปกระตุกเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเตือนปันรักเป็นครั้งที่สองร้อย "พี่บอกกี่ครั้งแล้วครับว่าห้ามใส่กางเกงขาสั้นมาที่ยิม" ที่นี่มีแต่พวกผู้ชายและตอนนี้ปันรักก็เริ่มโตเป็นสาวแล้วเพราะอย่างนั้นจะให้เธอใส่กางเกงขาสั้นมาที่นี่เหมือนตอนเด็กๆ ก็ไม่ได้แล้ว แต่ไม่ว่าจะบอกไปสักกี่ครั้งปันรักที่เป็นเด็กดื้ออย่างไรก็ยังเป็นเด็กดื้ออย่างนั้นก็ไม่เคยจะฟังกันเลย "ค่า~ คราวหลังจะไม่ใส่แล้วค่า~" ก็ตอบอย่างนี้ทุกที แต่ทุกครั้งก็ยังใส่กางเกงขาสั้นมาที่นี่! นวินได้แต่นึกระอากับปันรักที่นับวันก็ยิ่งดื้อตาใส เขารู้ว่าเธอใส่กางเกงขาสั้นเพราะคิดว่ามันสบายตัวในวันที่อากาศร้อนอบอ้าวเช่นนี้และที่นี่คือบ้านจึงทำให้เธอไม่ได้ระมัดระวังตัวสักเท่าไหร่ แต่เขาที่เห็นเธอใส่สั้นทีไรก็นึกหงุดหงิดทุกที เด็กนี่ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าเขาหวง ปันรักไม่ได้รู้ตัวเลยว่าทุกครั้งที่มายิม พวกการ์ดมันเอาแต่มองขาของเธอตาเป็นมัน นวินยอมรับว่ายิ่งปันรักโตเขาก็ยิ่งหวง หลายครั้งแม้จะรู้สึกไม่พอใจแต่ด้วยกลัวจะถูกมองว่าน่ารำคาญจึงทำได้แค่เตือนเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ไม่ใช่อะไรหรอก กลัวไปจู้จี้เยอะแล้วเด็กมันรำคาญเอาน่ะสิ "แล้วสอบมิดเทอมเมื่อไหร่ครับ?" ระหว่างทางเดินกลับคฤหาสน์นวินก็ถามถึงเรื่องสอบมิดเทอมของปันรัก ตอนนี้เธอเรียนเกรด 9 แล้ว แต่อีกไม่นานก็จะขึ้นไฮสกูล ในขณะที่เขานั้นเรียนจบมหาลัยเมื่อ 4 ปีก่อนด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งและเขาก็เข้าทำงานกับปราณนทีเต็มตัวทันทีที่เรียนจบ "อีกหนึ่งเดือนค่ะ" นวินพยักหน้ารับรู้แม้ว่าความจริงแล้วจะรู้ว่าเธอสอบช่วงไหนก็ตาม ไม่มีเรื่องไหนเกี่ยวกับปันรักที่เขาไม่รู้ เส้นทางตรงหน้าทอดยาวไปยังคฤหาสน์ ไอแดดที่ร้อนระอุในเวลาเที่ยงวันเช่นนี้ทำให้เขาหันมองคนข้างกายก่อนจะถามออกไปอีกครั้ง "แล้วตอนเอามื้อเที่ยงมาให้พี่ทำไมไม่กางร่มมาครับ?" เอาแล้ว…ตาแก่ขี้บ่นเริ่มเข้าสิงพี่ชายเธอแล้ว นับวันพี่ชายเธอจะบ่นเก่งเสียยิ่งกว่าแม่เธอด้วยซ้ำ ปันรักที่เห็นอย่างนั้นจึงย้อนถามกลับไปพร้อมกับเท้าเอว "พี่วิน พี่จะหาเรื่องบ่นหนูใช่ไหมคะ?" เพียงเท่านั้นคนที่กำลังจะบ่นก็เงียบทันใด เขาไม่ได้จะหาเรื่องบ่นเธอเสียหน่อย แต่เขาแค่เป็นห่วงเธอไม่อยากให้เดินตากแดดต่างหาก! "พี่ก็แค่ถามเฉยๆ ครับ" "บ่นเป็นตาแก่เลยนะคะ" นั่นปะไร! ปันรักมองเขากลายเป็นตาแก่ขี้บ่นไปเสียแล้ว! นวินไม่รู้ตัวเลยว่าเขายกมือขึ้นกันแดดเหนือศีรษะของปันรัก มือใหญ่ๆ ของเขาสามารถบดบังแสงแดดให้เธอไม่ต่างหมวกใบหนึ่ง "ไม่ได้จะบ่นสักหน่อยครับ พี่แค่กลัวว่าหนูจะร้อนแค่นั้นเอง" ปันรักไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเพียงแค่ทำปากขมุบขมิบเลียนแบบพี่ชายที่ยังพูดอยู่ก็เท่านั้น การกระทำนั้นทำให้นวินบีบแก้มนุ่มของปันรักด้วยความมันเขี้ยว หากเป็นเมื่อก่อนตอนที่เธอยังเด็กๆ เขาคงจับฟัดหอมแก้มไปแล้ว แต่ตอนนี้เขาทำเช่นนั้นไม่ได้เพราะปันรักเริ่มโตเป็นสาวแล้ว สิ่งที่เขาทำได้คือแค่ 'อดทน' เท่านั้น! =============== #พอน้องเริ่มโต อิพี่ก็เริ่มต้องอดทนแล้วนะจ๊ะ ว่าแต่…อดทนอะไรก่อน อดทนอะไรเอ่ย!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD