บทที่ 8 [1/2]

1974 Words
"มึงมาทำอะไร?" ประโยคแรกที่เห็นหน้าเพื่อนนวินก็ไม่อ้อมค้อมที่จะถาม อชิกลอกตามองบนก่อนจะบอกถึงจุดประสงค์ที่มาหาเพื่อนถึงคฤหาสน์ "ก็ใครใช้ให้ติดต่อมึงไม่ได้ล่ะวะ? กูโทรหามึงตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว" "วันนี้เป็นวันอาทิตย์ เป็นวันพักผ่อนไหม?" ปกติแล้วนวินเป็นคนแสดงออกอย่างสุภาพ ใบหน้ามีรอยยิ้มประดับอยู่เสมอแต่ยกเว้นกับเพื่อนสนิทคนนี้ที่เขาสนิทจนเรียกได้ว่าละทิ้งความสุภาพไปแล้ว ในขณะที่อชินั้นก็ได้กลอกตามองบนเป็นครั้งที่สองก่อนจะพูดเตือนว่าเย็นนี้พวกเขามีนัดอะไรกัน "มึงลืมไปแล้วหรือไงว่าเรามีนัดไป…เอ่อ…" อชิยั้งปากเอาไว้ได้ทันก่อนจะเหลือบตามองน้องสาวเพื่อนที่มองพวกเขาตาใสแป๋วอย่างใคร่รู้ เขาไม่แน่ใจว่าสมควรพูดเรื่องนี้ต่อหน้าปันรักได้หรือเปล่าทว่านวินก็เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ไม่ได้ดูเปลี่ยนไป "ปันรักรู้แล้ว" เขากำลังพูดถึงเรื่องที่สักทั้งแผ่นหลังและเธอก็เพิ่งเห็นหมาดๆ ไม่ถึงห้านาทีก่อนด้วย "พวกพี่กำลังจะไปไหนกันเหรอคะ?" เด็กอย่างเธอกำลังอยู่ในวัยช่างสงสัยเพราะอย่างนั้นจึงถามออกไปสลับกับมองหน้าทั้งสองคน ก่อนที่นวินจะตอบออกไปตรงๆ "พี่กับอชิมีนัดกับช่างสักตอนหกโมงเย็นครับ" "หนูไปด้วยได้ไหมคะ! " ประกายตาปันรักแวววาวออดอ้อนพี่ชาย แต่นวินกลับเม้มปากแน่นอย่างลำบากใจเพราะร้านสักที่ไปนั้นไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะกับเธอสักเท่าไหร่ แต่แค่นั้นปันรักก็รู้แล้วว่าพี่ชายไม่ได้อยากให้เธอไปร้านสักด้วย เพราะถ้าเขาอยากให้ไป เขาจะตอบกลับมาทันทีโดยไม่ต้องคิด "เข้าใจแล้วค่ะ หนูไม่ไปก็ได้ หนูอยู่บ้านคนเดียวได้ค่ะ" เช้ามืดวันนี้ปราณนทีกับสุขใจบินไปมาเก๊าเพราะต้องไปดูแลสาขากาสิโนที่นั่นเนื่องจากเกิดปัญหาและยังไม่มีกำหนดกลับ จึงทำให้สองพี่น้องต้องอยู่กันตามลำพัง นวินเห็นสีหน้าหงอยเหงาอย่างนั้นของปันรักแล้วหัวใจของเขาที่ไม่เคยใจแข็งกับเธอได้สักครั้งก็พลันอ่อนยวบทันใด อีกอย่างเขาก็ไม่อยากให้เธออยู่บ้านคนเดียวเช่นกัน "ไปด้วยกันนี่แหละครับ" "เย้! พี่วินน่ารักที่สุด!!!" เพียงเท่านั้นคนที่ทำหน้าหงอยก็เปลี่ยนสีหน้าทันใดก่อนจะโผเข้ากอดพี่ชายแนบแน่นต่อหน้าอชิที่ได้แต่นึกอิจฉาเพื่อนสนิทเพราะเขาเองก็อยากมีน้องสาวที่ขี้อ้อนและน่ารักเหมือนกับปันรักบ้าง เแต่ช่างน่าเสียดายที่เขาเป็นลูกคนเดียวเพราะอย่างนั้นจึงไม่เคยมีโมเมนต์น่ารักๆ ระหว่างพี่น้องเช่นนี้เลย "กินข้าวกันเถอะครับ พี่หิวแล้ว" "ค่า~" ปันรักขานรับอย่างเชื่อฟัง เธอนั่งทานข้าวพร้อมกับนวินและอชิที่ขอฝากท้องไว้กับมื้อเที่ยงนี้ด้วย ตลอดทั้งวันหลังจากทานมื้อเที่ยงแล้วอชิก็อยู่ที่คฤหาสน์ปันรักจนเกือบจะถึงเวลานัดหมายกับช่างสัก นวินกับปันรักขับรถคันหนึ่ง ในขณะที่อชิก็ขับรถไปอีกคันเพราะตกลงกันเอาไว้ว่าหลังจากที่สักเสร็จแล้วก็จะแยกย้ายกันกลับบ้าน ทั้งสามคนถึงร้านสักตามเวลานัดหมายตอนหนึ่งทุ่ม ปันรักแต่งตัวด้วยชุดเสื้อยืดสบายๆ สีดำกับกางเกงยีนทรงกระบอกและรองเท้าผ้าใบ ในขณะที่นวินก็สวมใส่เสื้อยืดสีดำและกางเกงยีนเช่นกันสลัดภาพลักษณ์หนุ่มธุรกิจที่วันธรรมดาจะสวมใส่ชุดสูทไปทำงาน นวินจอดรถเยื้องๆ กับร้านสักชื่อดัง ปันรักที่เพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกก็มองหน้าร้านอย่างสนใจ แต่เพราะร้านปิดม่านมู่ลี่เอาไว้จึงทำให้มองไม่เห็นข้างใน "มาเถอะ" นวินคว้ามือปันรักให้เดินเข้าไปในร้านและทันทีที่เปิดประตูเสียงพูดคุยเฮฮาสังสรรค์ของใครหลายๆ คนก็ทำให้เขาชะงักนิ่งไปเพียงนิดก่อนจะเห็นว่าภายในร้านสักไม่ได้มีแค่ช่างสักที่เขานัดไว้ แต่มีคนอื่นที่กำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่ภายในร้านด้วย "อ้าว ไอ้วิน เข้ามาก่อนๆ" เจ้าของร้านที่เป็นช่างสักเห็นนวินเปิดประตูเข้ามาพอดีจึงเอ่ยปากเรียกแต่ดูเหมือนว่านวินจะไม่ค่อยอยากเข้ามาสักเท่าไหร่เมื่อเห็นว่าเพื่อนๆ ของช่างสักสี่ห้าคนที่นั่งดื่มอยู่ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ชายทั้งสิ้น "ผมไม่รู้ว่าพวกพี่กำลังดื่มอยู่ เอาไว้ผมมาครั้งหน้าก็ได้ครับ" "เข้ามาก่อนสิวะ กูไม่ได้ดื่มเพราะวันนี้ตั้งใจจะสักจบงานให้มึงเลยนะไอ้วิน" นับว่าช่างสักยังมีความรับผิดชอบไม่น้อยที่ไม่ได้ดื่มก่อนจะทำงานให้กับลูกค้า ในขณะที่อชิเดินแทรกผ่านเพื่อนเข้ามาในร้านเอ่ยถามด้วยความสงสัย "พูดเหมือนจะไปไหนงั้นแหละพี่" พวกเขาทั้งสามคนเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่เรียนคณะเดียวกันมาก่อน แม้จะเรียนจบบริหารแต่ช่างสักคนนี้มีพรสวรรค์ทางด้านศิลปะเพราะอย่างนั้นจึงเลือกที่จะทำตามความชอบของตัวเองและเพียงไม่กี่ปีเท่านั้นเขาก็กลายเป็นช่างสักชื่อดังที่ชนะงานประกวดสักลายมากมาย เพราะอย่างนั้นนวินที่ติดตามผลงานของอีกฝ่ายมาโดยตลอดจึงตัดสินใจสักอย่างไม่ลังเลและความงดงามที่อยู่เต็มแผ่นหลังก็ไม่ทำให้นวินผิดหวัง "กูจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศกับเมียแล้ว ที่นัดพวกมึงวันนี้ก็อยากจบงานก่อนไปนี่แหละ มาๆๆ" คล้ายกับไม่มีทางเลือกให้คิดอะไรอีกแล้ว นวินตัดสินใจที่จะให้รุ่นพี่สักจนจบงาน เขาไม่อยากเปลี่ยนช่างสักเพราะช่างแต่ละคนลายเส้นงานไม่เหมือนกัน ในขณะที่อชินั้นสักกับช่างมือดีอีกคนหนึ่ง "ว่าแต่…ไอ้วินมึงเอาใครมาด้วยวะ?" ด้วยความที่สนิทกันช่างสักจึงถามอย่างตรงไปตรงมา เขากวาดตาสำรวจมองปันรักที่เดินตามหลังพี่ชายมาติดๆ สายตาของเธอกวาดมองรอบๆ ร้านอย่างสนใจ "น้องสาวน่ะ ชื่อปันรัก" "ชื่อน่ารักจังเลยค้าบ~" หนึ่งในกลุ่มเพื่อนของช่างสักที่ดูอายุประมาณ 18-19 โพล่งขึ้นมา สังเกตจากหน้าแดงๆ นั้นนวินคาดว่าอีกฝ่ายคงเริ่มเมาแล้ว ในขณะที่ช่างสักรุ่นพี่รีบเอ่ยห้ามปรามน้องคนนั้นเอาไว้ด้วยสีหน้าเข้มขรึม "มึงอย่าทำตัวรุ่มร่ามกับน้องเขา!" แต่ดูเหมือนไอ้เด็กนั่นจะไม่ฟังก่อนจะลุกขึ้นและเดินเข้ามาหาปันรักด้วยสีหน้ายียวนสายตาโลมเลีย ปันรักตกใจเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายยื่นหน้าเข้ามาใกล้เธอคล้ายกับทำจมูกฟุดฟิดสูดดมกลิ่นกายและการกระทำนั้นทำให้นวินที่มีสัญชาตญาณปกป้องคนสำคัญรีบยื่นมือกำรอบลำคอของไอ้เด็กนั่นทันทีโดยที่มันยังไม่ทันตั้งตัว "อ่อก!" ทุกคนตกอยู่ในความตกใจเมื่อนวินออกแรงบีบโดยเฉพาะคนที่ถูกบีบคอ เพื่อนๆ ของช่างสักที่ดื่มเหล้าอยู่ต่างก็พากันลุกขึ้นยืนพร้อมจะเอาเรื่องนวินแต่ช่างสักเจ้าของร้านยกมือขึ้นห้ามปรามเอาไว้เพราะเขารู้ว่าผลแพ้ชนะจะเป็นอย่างไร! "อย่าเชียวนะพวกมึงถ้าไม่อยากตาย! ห้าม! ยุ่งกับมัน!" ช่างสักที่เป็นเจ้าของร้านนับว่าเป็นคนที่พวกเขาเคารพเพราะพวกเขารู้ดีว่าอีกฝ่ายผ่านอะไรมาบ้าง ในเมื่อสั่งด้วยน้ำเสียงเข้มและหน้าเครียดซะขนาดนี้แล้วพวกเขาก็คงต้องฟังและครั้งนี้ช่างสักก็หันไปห้ามปรามนวินบ้าง ในขณะที่อชิไม่ได้ปรามเพื่อนใดๆ มิหนำซ้ำยังกอดอกดูด้วยท่าทีสบายๆ "ปล่อยเด็กมันเถอะ เดี๋ยวคอมันก็หักคามือมึงหรอก!" ช่างสักอย่างจะเขกมะเหงกใส่ไอ้น้องชายของรุ่นน้องคนนี้แรงๆ สักครั้ง ทั้งที่เตือนว่าห้ามทำตัวรุ่มร่ามแต่มันก็ไม่ฟัง! มาตอนนี้เป็นอย่างไรล่ะ! ถูกบีบคอจนหน้าม่วงไปหมดแล้ว! เห็นนวินเป็นเช่นนี้แล้วก็ทำให้เขานึกย้อนกลับไปเมื่อตอนสมัยที่ตัวเองยังเรียนมหาลัยอยู่ วันหนึ่งเขาเคยมีเรื่องกับอริต่างคณะจึงยกพวกชกต่อยกัน เขาดันเป็นฝ่ายที่เกือบไม่รอดแต่โชคดีที่ตอนนั้นได้รุ่นน้องอย่างนวินเข้ามาช่วยไว้ได้ทันพอดี ลีลาการต่อสู้ของนวินนั้นต่อให้ห้ารุมหนึ่งก็สู้ไหวสบายๆ และนับตั้งแต่วันนั้นเขาก็สาบานกับตัวเองว่าจะไม่มีเรื่องกับนวินเด็ดขาด! หากมีเรื่องกับมันมีแต่ตายกับตายเท่านั้น! ภาพที่มันแสยะยิ้มอย่างคนสนุกสนานที่ได้ชกต่อยกับอริราวกับคนบ้าคลั่งนั้นยังติดตาเขาอยู่เลย! ในสายตาเขานวินนับว่าเป็นคนอันตรายที่ไม่ควรมีเรื่องด้วยมากที่สุด! เพราะอย่างนั้นนับตั้งแต่นั้นมาเขาจึงผูกมิตรกับอีกฝ่ายเอาไว้มากกว่าจะตั้งตัวเป็นศัตรูแม้ว่านวินจะเป็นรุ่นน้องก็ตาม "เฮือกกกกก! " นวินมองดวงตาเหลือกลานของอีกฝ่ายด้วยแววตาดำมืด ถ้าหากเมื่อกี้เขาคว้าลำคอไอ้เด็กนี่ช้าไปเพียงไม่กี่วินาที ปลายจมูกของมันคงแตะแก้มปันรักไปแล้ว เพียงแค่คิดว่าบนแก้มนุ่มๆ ของเธอจะถูกสัมผัสด้วยคนอื่นจิตใจของเขาก็ร้อนรนขึ้นมาแล้ว! กล้าดีอย่างไรจะมาหอมแก้มน้องสาวของเขากัน! "พี่วิน...ปล่อยเขาเถอะค่ะ เดี๋ยวเขาก็ได้ตายจริงๆ หรอก" เสียงของปันรักเหมือนดึงสตินวินให้กลับมา เขาเห็นว่าใบหน้าอีกฝ่ายม่วงคล้ำลิ้นจุกปากแล้วและถ้าหากบีบนานกว่านี้อีกไม่กี่วินาทีมันคงได้ตายคามือเขาจริงๆ นวินเชื่อคำห้ามปรามของปันรักก่อนจะออกแรงเล็กน้อยสะบัดมันให้พ้นมือ ตุ้บ! ร่างของไอ้เด็กคนนั้นร่วงหล่นบนพื้น มันกระเสือกกระสนคลานหนีนวินทั้งที่ยังไอและหอบหายใจเมื่อได้กลับมาหายใจอีกครั้ง "ใจเย็นๆ นะคะ" ปันรักที่เห็นเขาปล่อยอีกฝ่ายแล้วก็นึกโล่งใจไม่น้อยก่อนจะคว้ามือของเขามาบีบเบาๆ หวังจะให้ใจเย็นและมันก็ได้ผลเมื่อเขาจับมือของเธอเอาไว้เช่นกัน "ไอ้นี่มันหวงน้องเข้าเส้น" อชิที่ยืนดูเงียบๆ มานานเอ่ยพึมพำเพียงคนเดียว ไม่ใช่ไม่รู้ว่าเพื่อนสนิทเป็นคนหวงน้องสาวมากแค่ไหน ตั้งแต่สมัยเรียนด้วยกันแล้ว ทันทีที่เลิกเรียนมันก็รีบแจ้นไปรับน้องสาวกลับบ้าน ในขณะเดียวกันคนหูดีอย่างนวินก็ได้ยินคำพูดนั้นของเพื่อนก่อนจะยอมรับอย่างหน้าตาเฉย "เออ ก็กูหวงใครจะทำไม?" แต่นวินไม่รู้ตัวเลยว่าคำพูดนั้นของเขาทำให้หัวใจดวงน้อยของปันรักเกิดหวามไหวขึ้นมา… ============ #ก็คนมันหวงป้ะ! อย่ามาทำตัวรุ่มร่ามกับน้องสาวเขาดิ้! #ระวังคำพูดหน่อยอิพี่ เดี๋ยวมันจะมีเด็กคิดไปไกลน้าาา ยิ่งช่วยวัย 15-16 นี่เป็นอะไรที่หวั่นไหวง่ายมากน้า~
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD