"มึงมาทำอะไร?"
ประโยคแรกที่เห็นหน้าเพื่อนนวินก็ไม่อ้อมค้อมที่จะถาม อชิกลอกตามองบนก่อนจะบอกถึงจุดประสงค์ที่มาหาเพื่อนถึงคฤหาสน์
"ก็ใครใช้ให้ติดต่อมึงไม่ได้ล่ะวะ? กูโทรหามึงตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว"
"วันนี้เป็นวันอาทิตย์ เป็นวันพักผ่อนไหม?"
ปกติแล้วนวินเป็นคนแสดงออกอย่างสุภาพ ใบหน้ามีรอยยิ้มประดับอยู่เสมอแต่ยกเว้นกับเพื่อนสนิทคนนี้ที่เขาสนิทจนเรียกได้ว่าละทิ้งความสุภาพไปแล้ว ในขณะที่อชินั้นก็ได้กลอกตามองบนเป็นครั้งที่สองก่อนจะพูดเตือนว่าเย็นนี้พวกเขามีนัดอะไรกัน
"มึงลืมไปแล้วหรือไงว่าเรามีนัดไป…เอ่อ…"
อชิยั้งปากเอาไว้ได้ทันก่อนจะเหลือบตามองน้องสาวเพื่อนที่มองพวกเขาตาใสแป๋วอย่างใคร่รู้ เขาไม่แน่ใจว่าสมควรพูดเรื่องนี้ต่อหน้าปันรักได้หรือเปล่าทว่านวินก็เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ไม่ได้ดูเปลี่ยนไป
"ปันรักรู้แล้ว"
เขากำลังพูดถึงเรื่องที่สักทั้งแผ่นหลังและเธอก็เพิ่งเห็นหมาดๆ ไม่ถึงห้านาทีก่อนด้วย
"พวกพี่กำลังจะไปไหนกันเหรอคะ?"
เด็กอย่างเธอกำลังอยู่ในวัยช่างสงสัยเพราะอย่างนั้นจึงถามออกไปสลับกับมองหน้าทั้งสองคน ก่อนที่นวินจะตอบออกไปตรงๆ
"พี่กับอชิมีนัดกับช่างสักตอนหกโมงเย็นครับ"
"หนูไปด้วยได้ไหมคะ! "
ประกายตาปันรักแวววาวออดอ้อนพี่ชาย แต่นวินกลับเม้มปากแน่นอย่างลำบากใจเพราะร้านสักที่ไปนั้นไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะกับเธอสักเท่าไหร่ แต่แค่นั้นปันรักก็รู้แล้วว่าพี่ชายไม่ได้อยากให้เธอไปร้านสักด้วย
เพราะถ้าเขาอยากให้ไป เขาจะตอบกลับมาทันทีโดยไม่ต้องคิด
"เข้าใจแล้วค่ะ หนูไม่ไปก็ได้ หนูอยู่บ้านคนเดียวได้ค่ะ"
เช้ามืดวันนี้ปราณนทีกับสุขใจบินไปมาเก๊าเพราะต้องไปดูแลสาขากาสิโนที่นั่นเนื่องจากเกิดปัญหาและยังไม่มีกำหนดกลับ จึงทำให้สองพี่น้องต้องอยู่กันตามลำพัง
นวินเห็นสีหน้าหงอยเหงาอย่างนั้นของปันรักแล้วหัวใจของเขาที่ไม่เคยใจแข็งกับเธอได้สักครั้งก็พลันอ่อนยวบทันใด อีกอย่างเขาก็ไม่อยากให้เธออยู่บ้านคนเดียวเช่นกัน
"ไปด้วยกันนี่แหละครับ"
"เย้! พี่วินน่ารักที่สุด!!!"
เพียงเท่านั้นคนที่ทำหน้าหงอยก็เปลี่ยนสีหน้าทันใดก่อนจะโผเข้ากอดพี่ชายแนบแน่นต่อหน้าอชิที่ได้แต่นึกอิจฉาเพื่อนสนิทเพราะเขาเองก็อยากมีน้องสาวที่ขี้อ้อนและน่ารักเหมือนกับปันรักบ้าง เแต่ช่างน่าเสียดายที่เขาเป็นลูกคนเดียวเพราะอย่างนั้นจึงไม่เคยมีโมเมนต์น่ารักๆ ระหว่างพี่น้องเช่นนี้เลย
"กินข้าวกันเถอะครับ พี่หิวแล้ว"
"ค่า~"
ปันรักขานรับอย่างเชื่อฟัง เธอนั่งทานข้าวพร้อมกับนวินและอชิที่ขอฝากท้องไว้กับมื้อเที่ยงนี้ด้วย
ตลอดทั้งวันหลังจากทานมื้อเที่ยงแล้วอชิก็อยู่ที่คฤหาสน์ปันรักจนเกือบจะถึงเวลานัดหมายกับช่างสัก นวินกับปันรักขับรถคันหนึ่ง ในขณะที่อชิก็ขับรถไปอีกคันเพราะตกลงกันเอาไว้ว่าหลังจากที่สักเสร็จแล้วก็จะแยกย้ายกันกลับบ้าน
ทั้งสามคนถึงร้านสักตามเวลานัดหมายตอนหนึ่งทุ่ม ปันรักแต่งตัวด้วยชุดเสื้อยืดสบายๆ สีดำกับกางเกงยีนทรงกระบอกและรองเท้าผ้าใบ ในขณะที่นวินก็สวมใส่เสื้อยืดสีดำและกางเกงยีนเช่นกันสลัดภาพลักษณ์หนุ่มธุรกิจที่วันธรรมดาจะสวมใส่ชุดสูทไปทำงาน
นวินจอดรถเยื้องๆ กับร้านสักชื่อดัง ปันรักที่เพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกก็มองหน้าร้านอย่างสนใจ แต่เพราะร้านปิดม่านมู่ลี่เอาไว้จึงทำให้มองไม่เห็นข้างใน
"มาเถอะ"
นวินคว้ามือปันรักให้เดินเข้าไปในร้านและทันทีที่เปิดประตูเสียงพูดคุยเฮฮาสังสรรค์ของใครหลายๆ คนก็ทำให้เขาชะงักนิ่งไปเพียงนิดก่อนจะเห็นว่าภายในร้านสักไม่ได้มีแค่ช่างสักที่เขานัดไว้ แต่มีคนอื่นที่กำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่ภายในร้านด้วย
"อ้าว ไอ้วิน เข้ามาก่อนๆ"
เจ้าของร้านที่เป็นช่างสักเห็นนวินเปิดประตูเข้ามาพอดีจึงเอ่ยปากเรียกแต่ดูเหมือนว่านวินจะไม่ค่อยอยากเข้ามาสักเท่าไหร่เมื่อเห็นว่าเพื่อนๆ ของช่างสักสี่ห้าคนที่นั่งดื่มอยู่ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ชายทั้งสิ้น
"ผมไม่รู้ว่าพวกพี่กำลังดื่มอยู่ เอาไว้ผมมาครั้งหน้าก็ได้ครับ"
"เข้ามาก่อนสิวะ กูไม่ได้ดื่มเพราะวันนี้ตั้งใจจะสักจบงานให้มึงเลยนะไอ้วิน"
นับว่าช่างสักยังมีความรับผิดชอบไม่น้อยที่ไม่ได้ดื่มก่อนจะทำงานให้กับลูกค้า ในขณะที่อชิเดินแทรกผ่านเพื่อนเข้ามาในร้านเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"พูดเหมือนจะไปไหนงั้นแหละพี่"
พวกเขาทั้งสามคนเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่เรียนคณะเดียวกันมาก่อน แม้จะเรียนจบบริหารแต่ช่างสักคนนี้มีพรสวรรค์ทางด้านศิลปะเพราะอย่างนั้นจึงเลือกที่จะทำตามความชอบของตัวเองและเพียงไม่กี่ปีเท่านั้นเขาก็กลายเป็นช่างสักชื่อดังที่ชนะงานประกวดสักลายมากมาย เพราะอย่างนั้นนวินที่ติดตามผลงานของอีกฝ่ายมาโดยตลอดจึงตัดสินใจสักอย่างไม่ลังเลและความงดงามที่อยู่เต็มแผ่นหลังก็ไม่ทำให้นวินผิดหวัง
"กูจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศกับเมียแล้ว ที่นัดพวกมึงวันนี้ก็อยากจบงานก่อนไปนี่แหละ มาๆๆ"
คล้ายกับไม่มีทางเลือกให้คิดอะไรอีกแล้ว นวินตัดสินใจที่จะให้รุ่นพี่สักจนจบงาน เขาไม่อยากเปลี่ยนช่างสักเพราะช่างแต่ละคนลายเส้นงานไม่เหมือนกัน ในขณะที่อชินั้นสักกับช่างมือดีอีกคนหนึ่ง
"ว่าแต่…ไอ้วินมึงเอาใครมาด้วยวะ?"
ด้วยความที่สนิทกันช่างสักจึงถามอย่างตรงไปตรงมา เขากวาดตาสำรวจมองปันรักที่เดินตามหลังพี่ชายมาติดๆ สายตาของเธอกวาดมองรอบๆ ร้านอย่างสนใจ
"น้องสาวน่ะ ชื่อปันรัก"
"ชื่อน่ารักจังเลยค้าบ~"
หนึ่งในกลุ่มเพื่อนของช่างสักที่ดูอายุประมาณ 18-19 โพล่งขึ้นมา สังเกตจากหน้าแดงๆ นั้นนวินคาดว่าอีกฝ่ายคงเริ่มเมาแล้ว ในขณะที่ช่างสักรุ่นพี่รีบเอ่ยห้ามปรามน้องคนนั้นเอาไว้ด้วยสีหน้าเข้มขรึม
"มึงอย่าทำตัวรุ่มร่ามกับน้องเขา!"
แต่ดูเหมือนไอ้เด็กนั่นจะไม่ฟังก่อนจะลุกขึ้นและเดินเข้ามาหาปันรักด้วยสีหน้ายียวนสายตาโลมเลีย
ปันรักตกใจเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายยื่นหน้าเข้ามาใกล้เธอคล้ายกับทำจมูกฟุดฟิดสูดดมกลิ่นกายและการกระทำนั้นทำให้นวินที่มีสัญชาตญาณปกป้องคนสำคัญรีบยื่นมือกำรอบลำคอของไอ้เด็กนั่นทันทีโดยที่มันยังไม่ทันตั้งตัว
"อ่อก!"
ทุกคนตกอยู่ในความตกใจเมื่อนวินออกแรงบีบโดยเฉพาะคนที่ถูกบีบคอ
เพื่อนๆ ของช่างสักที่ดื่มเหล้าอยู่ต่างก็พากันลุกขึ้นยืนพร้อมจะเอาเรื่องนวินแต่ช่างสักเจ้าของร้านยกมือขึ้นห้ามปรามเอาไว้เพราะเขารู้ว่าผลแพ้ชนะจะเป็นอย่างไร!
"อย่าเชียวนะพวกมึงถ้าไม่อยากตาย! ห้าม! ยุ่งกับมัน!"
ช่างสักที่เป็นเจ้าของร้านนับว่าเป็นคนที่พวกเขาเคารพเพราะพวกเขารู้ดีว่าอีกฝ่ายผ่านอะไรมาบ้าง ในเมื่อสั่งด้วยน้ำเสียงเข้มและหน้าเครียดซะขนาดนี้แล้วพวกเขาก็คงต้องฟังและครั้งนี้ช่างสักก็หันไปห้ามปรามนวินบ้าง ในขณะที่อชิไม่ได้ปรามเพื่อนใดๆ มิหนำซ้ำยังกอดอกดูด้วยท่าทีสบายๆ
"ปล่อยเด็กมันเถอะ เดี๋ยวคอมันก็หักคามือมึงหรอก!"
ช่างสักอย่างจะเขกมะเหงกใส่ไอ้น้องชายของรุ่นน้องคนนี้แรงๆ สักครั้ง ทั้งที่เตือนว่าห้ามทำตัวรุ่มร่ามแต่มันก็ไม่ฟัง! มาตอนนี้เป็นอย่างไรล่ะ! ถูกบีบคอจนหน้าม่วงไปหมดแล้ว!
เห็นนวินเป็นเช่นนี้แล้วก็ทำให้เขานึกย้อนกลับไปเมื่อตอนสมัยที่ตัวเองยังเรียนมหาลัยอยู่
วันหนึ่งเขาเคยมีเรื่องกับอริต่างคณะจึงยกพวกชกต่อยกัน เขาดันเป็นฝ่ายที่เกือบไม่รอดแต่โชคดีที่ตอนนั้นได้รุ่นน้องอย่างนวินเข้ามาช่วยไว้ได้ทันพอดี
ลีลาการต่อสู้ของนวินนั้นต่อให้ห้ารุมหนึ่งก็สู้ไหวสบายๆ และนับตั้งแต่วันนั้นเขาก็สาบานกับตัวเองว่าจะไม่มีเรื่องกับนวินเด็ดขาด!
หากมีเรื่องกับมันมีแต่ตายกับตายเท่านั้น! ภาพที่มันแสยะยิ้มอย่างคนสนุกสนานที่ได้ชกต่อยกับอริราวกับคนบ้าคลั่งนั้นยังติดตาเขาอยู่เลย!
ในสายตาเขานวินนับว่าเป็นคนอันตรายที่ไม่ควรมีเรื่องด้วยมากที่สุด! เพราะอย่างนั้นนับตั้งแต่นั้นมาเขาจึงผูกมิตรกับอีกฝ่ายเอาไว้มากกว่าจะตั้งตัวเป็นศัตรูแม้ว่านวินจะเป็นรุ่นน้องก็ตาม
"เฮือกกกกก! "
นวินมองดวงตาเหลือกลานของอีกฝ่ายด้วยแววตาดำมืด ถ้าหากเมื่อกี้เขาคว้าลำคอไอ้เด็กนี่ช้าไปเพียงไม่กี่วินาที ปลายจมูกของมันคงแตะแก้มปันรักไปแล้ว
เพียงแค่คิดว่าบนแก้มนุ่มๆ ของเธอจะถูกสัมผัสด้วยคนอื่นจิตใจของเขาก็ร้อนรนขึ้นมาแล้ว!
กล้าดีอย่างไรจะมาหอมแก้มน้องสาวของเขากัน!
"พี่วิน...ปล่อยเขาเถอะค่ะ เดี๋ยวเขาก็ได้ตายจริงๆ หรอก"
เสียงของปันรักเหมือนดึงสตินวินให้กลับมา เขาเห็นว่าใบหน้าอีกฝ่ายม่วงคล้ำลิ้นจุกปากแล้วและถ้าหากบีบนานกว่านี้อีกไม่กี่วินาทีมันคงได้ตายคามือเขาจริงๆ
นวินเชื่อคำห้ามปรามของปันรักก่อนจะออกแรงเล็กน้อยสะบัดมันให้พ้นมือ
ตุ้บ!
ร่างของไอ้เด็กคนนั้นร่วงหล่นบนพื้น มันกระเสือกกระสนคลานหนีนวินทั้งที่ยังไอและหอบหายใจเมื่อได้กลับมาหายใจอีกครั้ง
"ใจเย็นๆ นะคะ"
ปันรักที่เห็นเขาปล่อยอีกฝ่ายแล้วก็นึกโล่งใจไม่น้อยก่อนจะคว้ามือของเขามาบีบเบาๆ หวังจะให้ใจเย็นและมันก็ได้ผลเมื่อเขาจับมือของเธอเอาไว้เช่นกัน
"ไอ้นี่มันหวงน้องเข้าเส้น"
อชิที่ยืนดูเงียบๆ มานานเอ่ยพึมพำเพียงคนเดียว ไม่ใช่ไม่รู้ว่าเพื่อนสนิทเป็นคนหวงน้องสาวมากแค่ไหน ตั้งแต่สมัยเรียนด้วยกันแล้ว ทันทีที่เลิกเรียนมันก็รีบแจ้นไปรับน้องสาวกลับบ้าน ในขณะเดียวกันคนหูดีอย่างนวินก็ได้ยินคำพูดนั้นของเพื่อนก่อนจะยอมรับอย่างหน้าตาเฉย
"เออ ก็กูหวงใครจะทำไม?"
แต่นวินไม่รู้ตัวเลยว่าคำพูดนั้นของเขาทำให้หัวใจดวงน้อยของปันรักเกิดหวามไหวขึ้นมา…
============
#ก็คนมันหวงป้ะ! อย่ามาทำตัวรุ่มร่ามกับน้องสาวเขาดิ้!
#ระวังคำพูดหน่อยอิพี่ เดี๋ยวมันจะมีเด็กคิดไปไกลน้าาา ยิ่งช่วยวัย 15-16 นี่เป็นอะไรที่หวั่นไหวง่ายมากน้า~