บทที่ 8 [2/2]

1236 Words
:: :: เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาอีกช่างสักเจ้าของร้านก็เลยไล่ให้พวกที่กินเหล้าอยู่กลับบ้านไป ส่วนเขากับช่างสักอีกคนหนึ่งจะทำงานต่อ "ขอโทษแทนมันด้วยว่ะ มันก็แค่เด็กเห่อหมxยมึงอย่าถือสามันเลยนะ" "ช่างมันเถอะครับ" นวินไม่อยากจะใส่ใจอะไรมากนักเพราะเด็กคนนั้นก็กลับไปแล้ว ส่วนปันรักแม้จะตกใจในคราแรกแต่ตอนนี้ก็ไม่มีท่าทีหวาดกลัวอะไร "รอบนี้ใช้เวลาประมาณกี่ชั่วโมงครับ?" นวินถามรุ่นพี่ช่างสักที่หันมองนาฬิกาติดผนังก่อนจะกลับมาตอบพร้อมกับเตรียมอุปกรณ์สัก "ประมาณสามสี่ชั่วโมงเหมือนเดิม" นั่นเท่ากับว่ากว่าจะสักเสร็จรอบนี้คงประมาณสี่ถึงห้าทุ่มโดยประมาณ ซึ่งเป็นเวลาปกติในแต่ละรอบที่นวินสักกับช่างคนนี้ "เอ้า ถอดเสื้อ" ช่างสักบอกทั้งนวินและอชิให้ถอดเสื้อ คนหนึ่งสักกับช่างมือสองของร้าน ในขณะที่นวินสักกับช่างมือหนึ่ง ปันรักที่นั่งอยู่ตรงโซฟาไม่ไกลถึงกับตาลุกวาวเมื่อเห็นหุ่นที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อของบุรุษทั้งสอง อชิเองก็หุ่นดีไม่น้อยเลย แต่ทว่าปันรักยังไม่ทันจะได้ดูอะไรมากเรือนร่างของใครบางคนก็เข้ามาบดบังสายตาของเธอเอาไว้เสียก่อน ทั้งยังทำตาดุใส่เธอด้วย แต่มีหรือที่คนอย่างเธอจะหวาดกลัวเขา ไม่มีทางเสียหรอก! เมื่อไม่ให้ดูอชิ ถ้าอย่างนั้นเธอดูนวินก็ได้ ดีเสียอีกหุ่นของเขาดีกว่าอชิตั้งหลายเท่า! ดูกล้ามแน่นๆ นั่นสิ! "อู้ววว~" ปันรักแกล้งส่งเสียงแซวนวินออกมาทำเอาเขารีบยกเสื้อขึ้นปิดร่างกายด้านหน้าเอาไว้ก่อนจะชี้นิ้วมายังปันรักด้วยสีหน้าคาดโทษ แต่นอกจากเธอจะไม่กลัวแล้วยังหัวเราะออกมาอย่างชอบใจอีกต่างหาก "หนูไม่แกล้งแล้วค่ะ เชิญพี่วินตามสบายเลย" ปันรักไม่ได้รบกวนเวลาของนวินอีกเมื่อถึงเวลาที่ช่างสักเริ่มทำงาน เธอนั่งดูเงียบๆ สลับกับนั่งเล่นโทรศัพท์จนกระทั่งเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง แบตโทรศัพท์ของเธอก็หมดจึงเดินไปขอโทรศัพท์นวินที่ยื่นให้กับเธอโดยไม่หวง นวินไม่ใช่คนหวงโทรศัพท์กับปันรัก เผลอๆ เป็นเธอนั่นแหละที่รู้จักโทรศัพท์ของเขาดีกว่าเขาเสียอีก บางครั้งหากเขาหาแอปพลิเคชันอะไรไม่เจอเขาก็มักจะถามเธอนี่แหละ "เจ็บไหมคะ?" เสียงเครื่องสักที่ช่างสักกำลังลงเข็มผ่านชั้นผิวหนังนั้นทำให้ปันรักยังไม่เดินกลับไปนั่งที่เดิม เธอเลือกที่จะยืนอยู่ตรงหน้านวินก่อนจะชะโงกดูลวดลายบนแผ่นหลังที่ช่างสักกำลังเก็บรายละเอียด สมแล้วที่เป็นช่างสักมีชื่อเสียงเพราะดูเขาละเอียดมากจริงๆ เก็บทุกเม็ดกับลวดลายเล็กน้อยแม้แต่จุดเดียวก็ไม่ให้เล็ดลอด "เจ็บ" มือของช่างสักที่กำลังลงเข็มสะดุดไปเพียงนิดก่อนจะเงยหน้าขึ้นจากแผ่นหลังนวินเพื่อดูหนังหน้าคนที่บอกว่า ‘เจ็บ’ ทั้งที่ตลอดระยะเวลาหลายครั้งที่นวินมาสักไม่เคยปริปากพูดคำว่าเจ็บออกมาสักครั้ง! แต่ทำไมหนนี้ถึงได้กล้าพูดคำนั้นออกมา! ผีเข้ามันหรือ! "พักก่อนดีไหมคะ? " ปันรักมองพี่ชายด้วยความเป็นห่วงแต่นวินก็ปฏิเสธพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นที่มีให้เฉพาะกับปันรักคนเดียว "ไม่เป็นไรครับ แค่หนูนั่งใกล้ๆ เป็นกำลังใจให้พี่ก็พอแล้ว" "ป้าดดดด! บักวินเอ้ย!" ช่างสักถึงกับอุทานออกมาเป็นภาษาถิ่นภาคอีสานอย่างเผลอตัวก่อนจะส่ายหน้ายิ้มขำอย่างอ่อนใจ ขณะเดียวกันอชิที่กำลังอยู่ในช่วงพักจากการสักและดูดน้ำหวานอยู่พอดีถึงกับสำลักหน้าแดง "แค่กๆๆๆ!!!" อชิกับช่างสักหันหน้ามองกันเองอย่างคนรู้กันในตอนที่มองเพื่อนกำลัง ‘อ้อน’ น้องสาวตัวเอง ไอ้เวรนี่ จู่ๆ คิดจะอ้อนน้องสาวมันก็อ้อนอย่างหน้าตาเฉย! ปันรักเองก็ใช่ว่าจะไม่เขินเพียงแค่เก็บอาการก็เท่านั้นก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งลงข้างๆ นวินแต่ก็ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่เกะกะช่างแต่อย่างใด เวลาสักผ่านพ้นไปอีกหนึ่งชั่วโมง นวินเห็นว่าน้องสาวกำลังนั่งสัปหงกเพราะหลับไปแล้วจึงขอช่างสักพักห้านาทีก่อนจะอุ้มเธอที่สะลึมสะลือให้ไปนอนตรงโซฟาตัวยาว ตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่มแล้ว ร้านสักของรุ่นพี่ปิดแล้วและรับงานของนวินเป็นคนสุดท้ายของวันเพราะอย่างนั้นทั้งร้านจึงมีลูกค้าเพียงแค่สองคนเท่านั้น "นอนต่อเถอะ เดี๋ยวกลับบ้านแล้วพี่จะปลุกนะครับ" นวินลูบหัวเหม่งของน้องสาวเบาๆ แอร์ภายในร้านค่อนข้างเย็นเขาจึงเอาเสื้อยืดตัวเองที่ถอดไว้คลุมกายให้ปันรักที่หลับตาลงอีกครั้งก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทรา ส่วนเขาก็กลับมานอนคว่ำหน้านอนบนเตียงสักอีกครั้ง "โห่ ขนาดน้องสาวยังดูแลดีขนาดนี้ ถ้ามีเมียจะดูแลดีขนาดไหนวะ" ช่างสักถามอย่างหยอกล้อคนบนเตียง แต่คำตอบที่ได้รับคือรอยยิ้มอ่อนโยนและสายตาอบอุ่นที่ทอดมองปันรักไม่วางตา ในวินาทีนั้นเหมือนช่างสักจะมองเห็นอะไรบางอย่างในความสัมพันธ์พี่น้องนี้ เรื่องที่นวินกับปันรักไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆ ไม่ได้เป็นเรื่องความลับแต่อย่างใด ช่างสักเองก็รู้ว่านวินมีน้องสาวคนหนึ่งที่ไม่ได้เกี่ยวพันกันทางสายเลือดแต่อย่างใด แค่เห็นสายตาของนวินที่มองน้องสาวในตอนนี้เขาก็พอจะคาดเดาออกว่าอะไรเป็นอะไร "น้องยังเด็กอยู่" ช่างสักเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยในขณะที่มือยังสักลงบนแผ่นหลังนวิน เขาจำต้องเตือนรุ่นน้องเอาไว้เพราะต่อให้ปันรักจะโตเป็นสาวแล้วแต่ด้วยอายุของเด็กคนนี้ยังไม่พ้นผู้เยาว์จึงอาจทำให้เกิดข้อครหาได้หากนวินล่วงเกินปันรักก่อนถึงเวลาแต่นวินก็รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร "ผมรู้ครับ ผมกำลังอดทนอยู่" มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ ที่คนคนหนึ่งจะอดทนอยู่ข้างกายคนที่รักไปพร้อมๆ กับหักห้ามใจตัวเอง นวินรู้ว่าทุกอย่างต้องใช้เวลา เพียงแต่เขากลับไม่รู้ว่าความอดทนของคนรอมันจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ นับวันปันรักยิ่งโตก็ยิ่งสวยและมันก็ทำให้เขาหวงเธอมากขึ้นกว่าเดิม แต่กลับแสดงออกเกินกว่าสถานะพี่ชายไม่ได้ ตอนนี้สิ่งที่ทำได้คือเป็นพี่ชายที่แสนดีในสายตาของเธอ แต่ความจริงแล้วเขามีเป้าหมายที่แอบแฝงเอาไว้นั่นก็คือต้องทำให้ปันรักรู้สึกแบบเดียวกันกับเขาให้ได้แม้ว่ามันจะต้องใช้เวลาก็ตาม ============== #อิพี่ยังอยู่ในศีลในธรรม ยังยับยั้งใจได้อยู่ค่ะ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD