บทที่ 1 [1/2]

1859 Words
เหตุการณ์วุ่นวายเมื่อ 9 ปีก่อนคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้นวินถูกรับเลี้ยงโดยผู้มีพระคุณอย่างปราณนทีและสุขใจ ทั้งสองคนคือสามีภรรยาที่เอาใส่ใจและเลี้ยงดูเขาเป็นอย่างดีแม้ว่าเขาจะไม่ได้เกี่ยวพันทางสายเลือดกับทั้งสองก็ตาม ปัจจุบันนวินอายุ 15 ปีแล้ว เขาโตเป็นหนุ่มหล่อหน้าหวานที่สาวๆ ทั้งโรงเรียนพากันปลาบปลื้มหลงใหล แต่ถึงอย่างนั้นนวินก็ไม่ได้สนใจใครเป็นพิเศษ เพราะคนที่เขาสนใจทั้งชีวิตนี้มีอยู่คนเดียวเท่านั้น… "พี่ชอบวิน เรามาคบกันไหม?" เด็กเกรด 12 หรือเทียบเท่ามัธยม 6 กำลังยืนสารภาพกับนวินกลางสนามบาสต่อหน้านักเรียนเกือบร้อยชีวิตที่นั่งเล่นในช่วงเวลาพักเที่ยงอยู่ใต้อาคารเรียนใหญ่ ทุกคนโห่ร้องแซวสายป่านที่กล้าสารภาพรักนวิน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงมีท่าทีมั่นใจเพราะเชื่อว่าดีกรีดาวโรงเรียนคงไม่กล้าทำให้นวินปฏิเสธเธออย่างแน่นอน ทั้งโรงเรียนนี้สายป่านเชื่อว่าตัวเองสวยที่สุดเพราะตำแหน่งดีกรีดาวโรงเรียนต้องได้รับความเห็นจากเสียงส่วนมากของคนทั้งโรงเรียนและเธอก็ได้ครองตำแหน่งนั้นมา สำหรับนวินนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนสารภาพรักกับเขา ตลอดระยะเวลาที่เรียนที่นี่นวินถูกรุ่นพี่รุ่นน้องหรือแม้กระทั่งเพื่อนร่วมรุ่นนับไม่ถ้วนสารภาพความรู้สึกที่มีต่อเขาจนเขาเลิกนับครั้งไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นทุกครั้งก็จบลงที่คนเหล่านั้นล้วนถูกปฏิเสธ ทว่าสายป่านกลับเชื่อว่าตัวเธอนั้นต้องไม่ใช่คนที่ถูกปฏิเสธ ทั้งยังมั่นใจว่าเขาจะต้องตอบรับเธออย่างแน่นอน เหตุผลมีอยู่ข้อเดียวคือเธอเป็นเพอร์เฟกต์เกิร์ลอย่างไรล่ะ! สวย รวยและเก่งจบที่เธอคนเดียวมีหรือที่ผู้ชายจะไม่อยากคบหากับเธอ ช็อกโกแลตที่กำลังเป็นกระแสและมีราคาแพงยื่นมาตรงหน้านวิน เขาหลุบตามองตามองช็อกโกแลตในมือเธอด้วยใบหน้าที่ประดับรอยยิ้มบางๆ แต่แค่นั้นหัวใจของสายป่านก็เต้นผิดจังหวะเสียแล้วแม้ว่ารอยยิ้มนั้นของเขาจะส่งไม่ถึงดวงตาก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นกลับไม่ได้ลดทอนความหล่อเหลาระเบิดระเบ้อของนวินให้ลดน้อยลงแม้แต่น้อย เพราะรอยยิ้มของเขานี่แหละที่ทำให้ใครๆ ต่างก็ตกหลุมรักหนุ่มหน้าหวานคนนี้…เธอเองก็เป็นหนึ่งในนั้น "ขอบคุณมากครับสำหรับช็อกโกแลต แต่พี่ไม่เห็นจำเป็นต้องเอามาให้ผมเลย" ใบหน้านวินยังคงประดับรอยยิ้มในขณะที่พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพแม้ในใจจะนึกเหนื่อยหน่ายกับการที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่มีสายตานับร้อยคู่มองมา หากก่อนหน้านี้เขาเห็นว่าเธอจะมาก็คงเลี่ยงออกจากสนามบาสไปแล้วแต่เพราะเล่นบาสอยู่จึงทำให้มองไม่เห็นเธอและเพื่อนๆ ที่เล่นบาสด้วยกันก็ช่างเปิดทางเสียเหลือเกิน นวินยังไม่รับช็อกโกแลตจากรุ่นพี่ สายป่านเห็นเขาตอบแค่นั้นแล้วก็นิ่งเงียบไปจึงทำให้เธอพูดเร่งเร้าเขาอีกครั้ง "รับไปสิ" หากรับช็อกโกแลตจากเธอนั่นหมายความว่านวินตกลงที่จะคบกับเธอ แต่เขายังนิ่งเฉยอยู่ทั้งยังมองช็อกโกแลตที่เธอยื่นให้ราวกับคนที่กำลังขบคิดอย่างไรอย่างนั้น เห็นเขายังนิ่งเฉยเธอจึงเริ่มร้อนรน จะอย่างไรก็ต้องทำให้เขาปฏิเสธเธอไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเธอจะเสียหน้าต่อคนนับร้อยที่อยู่ตรงนี้และในเย็นวันนี้เรื่องข่าวที่เธอถูกนวินปฏิเสธก็จะแพร่สะบัดไปทั้งโรงเรียน! "วินก็รู้ว่าใครๆ ก็อยากจะคบกับพี่ หากวินไม่คบกับพี่ตอนนี้ก็จะไม่มีโอกาสได้คบอีกแล้วนะ" แม้จะเริ่มไม่มั่นใจว่าเขาจะยอมคบไหมแต่สายป่านก็ยังคงเชิดหน้าขึ้นอย่างคนถือดี ท่าทางนั้นของเธอทำให้นวินยิ้มกว้างกว่าเดิมเล็กน้อยเพราะนึกขำขันกับความมั่นใจเกินเบอร์ของเธอ แม้ในใจจะนึกแคลนรุ่นพี่คนนี้มากเพียงใดแต่ใบหน้าของเขาก็ยังคงประดับรอยยิ้มที่ดูสุภาพอ่อนโยนเอาไว้เสมอ "เป็นเกียรติมากครับที่ผมได้รับโอกาสให้คบกับพี่ แต่ว่า…" นวินไม่คิดที่จะรับช็อกโกแลตจากสายป่าน เขาตั้งใจจะปฏิเสธคำขอคบจากเธอแต่ทว่าก็ยังช้ากว่าใครบางคนที่ตะโกนลั่นกลางสนามบาสเสียก่อน "ห้ามมายุ่งกับพี่วินนะ!!!" เสียงเล็กแหลมหูที่นวินจำได้ขึ้นใจทำให้เขารีบหันกลับไปมองทางด้านหลังตัวเองก่อนที่รอยยิ้มจะเลือนหายและดวงตาเรียวเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นเด็กน้อยหุ่นจ้ำม่ำวัยสี่ขวบที่อยู่ในชุดยูนิฟอร์มเนิร์สเซอรีเนื้อตัวเลอะเทอะมอมแมมปรากฏตัวอยู่ที่นี่! ‘ปันรัก’ ยืนจังก้าเท้าสะเอวด้วยใบหน้าบูดบึ้งแดงก่ำ เธอไม่สนใจด้วยซ้ำว่าตอนนี้เสื้อผ้าที่สวมใส่จะสกปรกจากการมุดรั้วกั้นระหว่างชั้นเนิร์สเซอรีกับชั้นเด็กโตมากแค่ไหน เด็กน้อยวัยสี่ขวบไม่คิดเลยว่าการมุดรั้วที่แสนยากลำบากนี้จะทำให้เธอมาเห็นว่า ‘พี่ชาย’ ที่แสนจะหวงจะรักนั้นกำลังจะถูกคนอื่นแย่งไป ไม่ได้นะ! ไม่ยอม! ใครจะมาแย่งพี่ชายของเธอไม่ได้เด็ดขาด! ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วปันรักเป็นเด็กใจแคบหากเรื่องเหล่านั้นเกี่ยวกับพี่ชาย โดยอย่างยิ่งหากมีใครที่เธอไม่รู้จักมาใกล้ชิดพี่ชายเธอจะไม่ยินยอมและไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เป็นปกติที่ปันรักจะติดพี่ชายคนนี้เพราะตั้งแต่ลืมตาดูโลกเขาก็อยู่ในชีวิตของเธอแล้ว เพราะอย่างนั้นจึงไม่แปลกหากปันรักทั้งติดทั้งหวงพี่ชายมากถึงเพียงนี้ "ปันรัก หนูมาได้ยังไง?" น้ำเสียงของนวินแปลกใจที่เห็นว่าน้องสาวตัวเองอยู่ที่นี่ในเวลาพักเที่ยง ปกติแล้วเวลานี้เธอควรนอนหลับอยู่ที่ตึกฝั่งเนิร์สเซอรีด้วยซ้ำแต่ตอนนี้กลับมาอยู่ที่ฝั่งเด็กโต "อย่ามายุ่งกับพี่วินของหนูนะคะ! " นอกจากจะไม่ตอบคำถามของนวินแล้วปันรักก็ยังวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาเขา ระยะห่างระหว่างทั้งสองราวๆ สามสิบเมตร มันไม่ได้ไกลสำหรับคนเป็นพี่ชายแต่ทว่าไม่ใช่กับเด็กน้อยที่ขายังสั้นและจ้ำม่ำแบบปันรัก "อย่าวิ่ง! เดี๋ยวล้ม!" ถึงจะบอกเช่นนั้นแต่เจ้าของร่างตุ้ยนุ้ยก็ไม่ได้ฟังคำห้ามปราม ด้วยความหวงพี่ชายจนหน้ามืดตามัวจึงทำให้เธอวิ่งหน้าตั้งจนผมหน้าม้าแตกกระเจิงแก้มกระเพื่อม นวินที่เห็นเช่นนั้นจำต้องรีบวิ่งเข้าไปหาเธอเช่นกัน แต่ดูเหมือนว่าเขาจะช้ากว่าปันรักเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นเมื่อเด็กน้อยเกิดสะดุดเท้าตัวเอง "กรี๊ดดดด!!! " ตุ๊บ! จังหวะหกล้มที่เสียงดังฟังชัดนั้นทำเอานวินใจร่วงหล่นลงตาตุ่ม ใบหน้าที่เคยประดับรอยยิ้มเอาไว้เสมอพลันเปลี่ยนเป็นแตกตื่นซีดเผือดเมื่อน้องสาวที่เขาเฝ้าประคบประหงมล้มต่อหน้าต่อตา พร้อมกันนั้นก็เกิดเสียงร้องไห้จ้าดังขึ้นมา "แง้!!!" "ปันรัก!" นวินที่ตั้งสติได้รีบอุ้มปันรักขึ้นแนบอก เขาไม่ได้มองด้วยซ้ำว่าเธอมีบาดแผลตรงไหนก่อนจะวิ่งอุ้มเด็กน้อยผ่านหน้าสายป่านที่ยังไม่ทันจะอ้าปากถามว่าตกลงเรื่องระหว่างเธอกับนวินเป็นเช่นไรเขาก็ไปไกลเสียแล้ว จุดหมายปลายทางคือห้องพยาบาลที่อยู่อีกตึกหนึ่ง เมื่อมาถึงก็ร้องเรียกหาแพทย์ประจำห้องพยาบาลอย่างร้อนใจ "ช่วยดูแผลให้น้องผมหน่อยครับ" ร่างของเด็กน้อยถูกวางลงบนเตียงสามฟุตที่ใช้สำหรับให้นักเรียนป่วยได้นอนพักผ่อน ใบหน้ากลมแป้นของปันรักเปรอะเปื้อนคราบน้ำตาและยังร้องไห้จนขนตาเปียก นวินเห็นแล้วก็นึกสงสารจับใจ "เกิดอะไรขึ้น ทำไมสภาพเป็นอย่างนี้ล่ะ?" แพทย์ประจำห้องพยาบาลวัยสาวเดินมาถามนวินพร้อมกับใส่ถุงมือยาง เธอค่อนข้างแปลกใจที่คนดังประจำโรงเรียนอย่างนวินอยู่ที่นี่ มิหนำซ้ำยังอุ้มเด็กน้อยที่เธอไม่เคยเห็นมาหาด้วยใบหน้าวิตกกังวล ผิดไปจากใบหน้าคุ้นชินที่มักจะมีรอยยิ้มประดับเสมอ แม้ว่ามันจะเป็นรอยยิ้มที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมาก็ตาม "น้องผมวิ่งแล้วหกล้มครับ" ภาพของเด็กน้อยที่ล้มในท่าจับกบนั้นยังติดตานวิน หากเขาแขนยาวกว่านั้นอีกนิดและคว้าตัวปันรักได้ทันเวลาเธอก็คงไม่ต้องเจ็บตัวเช่นนี้ "ไหนคะ? คุณหมอขอดูมือหน่อยว่ามีแผลไหม?" คุณหมอยังสาวกวาดตามองดูเด็กน้อยที่เสื้อผ้ามีสภาพเลอะเทอะสกปรกคล้ายกับเด็กเล่นดินทราย เธอจับมือเล็กนุ่มนิ่มของปันรักหงายขึ้น สำรวจดูเนื้อตัวก่อนจะเห็นว่ามีบาดแผลถลอกตรงช่วงแขนกับหัวเข่าน้อยที่มีเลือดไหลซึมออกมา นวินที่เห็นเลือดออกจากบาดแผลของปันรักก็รู้สึกปวดร้าวไปทั้งอก อดโทษตัวเองไม่ได้ที่ดูแลเธอไม่ดีพอจึงทำให้เธอหกล้มจนได้เลือดเช่นนี้ "ต้องล้างแผลก่อน มีเศษทรายติดตรงแผลด้วย" ปันรักที่ร้องไห้กระซิกๆ เกิดหน้าซีดเผือดขึ้นมา ริมฝีปากแดงระเรื่อเบะออกเตรียมจะร้องไห้พร้อมกับยื่นแขนป้อมๆ ไปหาพี่ชายราวกับต้องการที่พึ่งพิง ทำให้นวินรีบเข้าไปสวมกอดเธอเอาไว้อย่างปลอบประโลม "มะ มันจะเจ็บใช่ไหมคะ?" เด็กน้อยถามอย่างไม่มั่นใจนัก รู้ทั้งรู้ว่าต้องเจ็บอย่างแน่นอนเพราะเธอเคยหกล้มมาก่อน แต่ครั้งนั้นไม่ได้แรงเท่าครั้งนี้ ในขณะเดียวกันคุณหมอก็พูดเพื่อให้เด็กน้อยอย่างเธอสบายใจด้วยประโยคคลาสสิคที่ใช้หลอกเด็กและมันก็ได้ผลเมื่อเด็กๆ หลงเชื่อคำลวงนั้น "เจ็บนิดเดียวค่ะ" ไม่เว้นแม้กระทั่งนวินที่หลอกเธอเช่นกัน... "อดทนหน่อยนะ เจ็บนิดเดียวเดี๋ยวก็หายครับ" สิ้นสุดคำพูดของนวิน คุณหมอประจำห้องพยาบาลก็เริ่มล้างแผลให้กับปันรักที่ร้องออกมาด้วยหลากหลายความรู้สึกทั้งตกใจทั้งเจ็บผสมปนเปกันไป ตบท้ายด้วยเสียงร้องไห้ที่บาดใจคนฟังอย่างนวินเหลือเกิน "โฮฮฮฮ~ หนูเจ๊บบบบบบ!!! แง๊!!!" ========== #ให้ดูความหวงพี่ชายตั้งแต่สี่ขวบ #ให้ทายว่ายัยน้องจะดื้อรึเปล่า มาเสิร์ฟตอนแรกแล้วค่าาาาาาาาาา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD