::
::
"วิน พี่ฝากดูน้องด้วยนะ คงกลับมาช่วงดึกๆ น่ะ"
สุขใจบอกกับนวินที่กำลังนั่งทำการบ้านอยู่ ในขณะที่เด็กน้อยอย่างปันรักกำลังนั่งดูการ์ตูนด้วยความตั้งใจ
นวินเงยหน้าจากการบ้านก่อนจะเห็นว่าสุขใจและปราณนทีอยู่ในชุดราตรีออกงาน แต่แค่นั้นเขาก็รู้แล้วว่าทั้งสองคนกำลังจะออกไปไหน คงไม่พ้นพวกงานการกุศลหรืองานเลี้ยงที่ไหนสักแห่งอย่างแน่นอน
"ไม่ต้องห่วงครับ"
"อย่าดื้อกับพี่เขาล่ะ"
ปราณนทีย่อตัวลงนั่งตรงหน้าลูกสาวที่มองเขาตาใสแป๋ว เขาเอ่ยกำชับปันรักเมื่อต้องอยู่กับพี่ชายอย่างนวินเพียงสองคน
เรื่องวันนี้ที่ปันรักหกล้มจนได้แผลปราณนทีก็รู้แล้ว เขาไม่ได้กล่าวโทษนวินที่ไม่อาจป้องกันเรื่องปันรักวิ่งแล้วหกล้มได้ เขาเข้าใจเสียมากกว่าว่าเรื่องหกล้มเป็นเรื่องธรรมชาติของเด็กในวัยนี้และดูเหมือนว่าเจ้าตัวแสบจะซนไม่ได้ไปสักพักหนึ่งเลยล่ะ
"หนูจะเป็นเด็กดี จะไม่ดื้อไม่ซนเลยค่ะ"
เชื่อได้ที่ไหนกันล่ะคำพูดนั้นน่ะ!
สุขใจที่รู้วีรกรรมของลูกสาวดีก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างอ่อนอกอ่อนใจ แต่ถึงอย่างนั้นเธอเชื่อว่านวินสามารถเอาปันรักอยู่อย่างแน่นอน เขาน่ะจอมเจรจากับลูกสาวของเธอเชียวล่ะ
"คืนนี้อย่านอนดึกกันล่ะ"
สุขใจเอ่ยทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นเธอก็เดินควงแขนสามีที่แม้จะอายุสี่สิบแปดแล้วแต่เขาในตอนนี้ไม่ต่างจากคนหนุ่มวัยสามสิบปลายๆ เลยแม้แต่น้อย
นวินเดินมาส่งพวกเขาที่ประตูคฤหาสน์ ยืนมองรถลีมูซีนคันหรูจนลับตาก็เดินกลับเข้ามาบริเวณโถงบ้านพร้อมกับปิดประตูและเช็กความเรียบร้อยอีกครั้งเพื่อความปลอดภัยแม้ว่ารอบๆ คฤหาสน์จะมีการ์ดหลายสิบคนเฝ้าเวรยามอยู่ก็ตาม
"หิวหรือเปล่า? อยากกินอะไรไหม? "
แม้เขากับปันรักจะทานมื้อเย็นไปแล้วแต่เขาก็ยังกลัวว่าเธอจะหิวอยู่ดีจึงถามอย่างเอาใจใส่
"ไม่หิวค่ะ หนูจะดูการ์ตูน"
ปันรักไม่ได้มองหน้านวินด้วยซ้ำ สายตาของเธอกำลังจดจ้องอยู่กับหน้าจอโทรทัศน์ที่กำลังเปิดคลิปการ์ตูนสอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษง่ายๆ ในขณะที่เขาก็หันกลับมาสนใจกับการทำการบ้านอีกครั้ง
นวินใช้เวลาทำการบ้านต่อราวๆ อีกหนึ่งชั่วโมง หันมองนาฬิกาก็เห็นว่าตอนนี้สองทุ่มกว่าแล้ว ปันรักก็ควรนอนได้แล้วเพราะพรุ่งนี้ยังต้องไปโรงเรียน แต่ดูจากดวงตาที่ยังใสแป๋วยามจ้องมองการ์ตูนโทรทัศน์ก็ทำให้เขารู้ว่าเธอยังไม่ง่วง แต่ถึงอย่างนั้นก็รู้ว่าควรทำอย่างไร
"ปันครับ ลุกขึ้นมาดื่มนมก่อน"
แก้วนุ่มอุ่นๆ ที่นวินเตรียมไว้ทำให้ปันรักที่นอนดูโทรทัศน์จำต้องละสายตา
"หนูอยากนั่งตักพี่วิน"
เป็นอันรู้กันว่าหากนมอุ่นมาเสิร์ฟเช่นนี้คงได้เวลาที่เธอจะต้องเข้านอนแล้ว
นวินไม่ขัดในสิ่งที่ปันรักเรียกร้องก่อนจะอุ้มเธอให้ขึ้นนั่งบนตักทั้งยังเป็นเบาะให้เธอได้เอนหลังดื่มนมด้วย ในขณะที่ปันรักก็ดื่มนมอุ่นอย่างไม่อิดออดโดยที่สายตาของเธอไม่ละจากจอโทรทัศน์
ไม่ถึงห้านาทีนมอุ่นก็หมดแก้ว ตลอดระยะเวลานั้นนวินก็นั่งโอบเด็กจ้ำม่ำพร้อมกับโยกตัวเบาๆ เพื่อขับกล่อมให้คนบนตักนอนหลับ เสียงโทรทัศน์ที่เปิดทิ้งไว้ไม่ต่างจากเสียงขับกล่อมเด็กน้อยให้ง่วงงุน
"คร่อก~"
ในระยะเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้นปันรักก็เข้าสู่ห้วงนิทราคาอกนวินที่ค่อยๆ ดึงแก้วเปล่าออกจากมือปันรักอย่างแผ่วเบาก่อนจะปิดโทรทัศน์และอุ้มเธอแนบอกอย่างระมัดระวังไปยังชั้นบนของคฤหาสน์
จุดหมายคือห้องนอนของเขาที่ดูเหมือนว่าคืนนี้เธอน่าจะต้องนอนกับเขาเพราะสุขใจกับปราณนทียังไม่กลับมาจากงานเลี้ยงและคาดว่าน่าจะกลับดึก
นวินล้มตัวลงนอนข้างกายปันรักที่ขยับตัวเข้าหาเขาตามความเคยชิน ท่อนแขนป้อมตวัดกอดเอวเพรียวของเขาที่จรดจูบหน้าผากมนเธออย่างเอ็นดูรักใคร่
"ฝันดีครับ...ปันรัก"
แม้เด็กน้อยจะไม่รับรู้เพราะหลับไปแล้วแต่นวินก็พอใจเพียงแค่ได้บอกกับเธอ ก่อนจะหลับเขาไม่ลืมจัดผ้าห่มคลุมตัวให้ปันรักอย่างใส่ใจ
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วนวินก็หลับตาลงและเพียงไม่นานเขาก็เข้าสู่ห้วงนิทราตามเด็กน้อยในอ้อมกอด...
::
::
แกร๊ก~
"...!"
เสียงอะไรบางอย่างที่ผิดปกติไม่คุ้นชินหูปลุกนวินให้ตื่นขึ้นมา สัญชาตญาณในตัวมันร้องเตือนถึงความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้น สิ่งแรกที่ทำคือหันไปมองดูคนข้างกายที่ยังคงหลับสนิทไม่รู้เรื่อง จากนั้นก็เดินด้วยฝีเท้าเงียบเชียบไปยังหน้าต่างบานหนึ่งที่สามารถเห็นโรงจอดรถจากห้องนี้ เขาเลิกผ้าม่านเล็กน้อยเพื่อดูว่ามีรถลีมูนซีนหรือยัง แต่ก็พบว่าปราณนทีกับสุขใจยังไม่กลับมา
แล้วเสียงนั้นมันเกิดจากอะไร?
ความมืดสลัวภายในห้องไม่ได้เป็นปัญหากับนวินที่สายตาคุ้นชินแล้ว เขาเดินกลับมาซ่อนตัวอยู่หลังบานประตูห้องและในตอนนั้นเองที่ประตูถูกเปิดเข้ามาอย่างแผ่วเบาบ่งบอกว่าการเปิดนี้ไม่ใช่ปกติอย่างที่ปราณนทีหรือสุขใจจะทำ
ถ้าอย่างนั้นคนที่กำลังเปิดประตูเข้ามาในเวลาดึกดื่นเช่นนี้คือใคร!
นวินไม่มีเวลาให้คิดว่าผู้บุกรุกคือใครและทันทีที่ชายร่างใหญ่สองคนในชุดรัดกุมสีดำกำลังจะปิดประตูนั้นพวกเขาก็เห็นว่าใครกำลังยืนยิ้มอยู่ด้วยรอยยิ้มสุภาพทั้งที่เวลานี้มันไม่ควรยิ้ม!!!
"ฉิบหาย! "
หนึ่งในสองสบถออกมาด้วยความตกใจพร้อมกันนั้นหมัดลุ่นๆ แต่หนักหน่วงของนวินก็ปะทะใบหน้าคนพูดอย่างจังจนอีกฝ่ายหงายล้มอย่างไม่ทันตั้งตัว ในขณะที่อีกคนหนึ่งเห็นเพื่อนถูกต่อยก็ปรี่เข้ามาพร้อมกับมีดสั้นในมือ ทว่าก็ยังช้ากว่านวินที่เบี่ยงตัวหลบเพียงนิดน้อยก็พ้นวิถีมีดแล้วก่อนจะคว้าเข้าที่ข้อมือของอีกฝ่ายข้างที่ถือมีด
แรงต้านที่ไม่สามารถกดมีดลงจรดเนื้อลำคอได้นั้นทำเอาชายฉกรรจ์เจ้าของมีดชะงักไปหลายวินาที ไม่อยากเชื่อว่าเด็กวัยรุ่นร่างผอมสูงตัวเท่านี้จะมีพละกำลังมากถึงเพียงนี้
ตลอดการเคลื่อนไหวเมื่อกี้นวินไม่ได้ออกแรงอะไรมากมาย มิหนำซ้ำยังชะโงกหน้ามองดูปันรักที่ยังหลับอย่างสบายใจก่อนจะหันกลับมายกนิ้วชี้จรดริมฝีปากที่ยังคงหยักยิ้มน้อยๆ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแสนสุภาพทว่าแววตานั้นกลับเยือกเย็นจนน่าขนลุก
"ขอความกรุณางดใช้เสียงนะครับ พอดีน้องสาวของผมกำลังนอนหลับอยู่"
รอยยิ้มที่ส่งไม่ถึงดวงตานั้นทำให้ผู้บุกรุกทั้งสองคนรับรู้ได้ถึงความไม่ปกติของเด็กหนุ่มคนนี้ หากเป็นคนอื่นคงตกใจหรือส่งเสียงร้องไปแล้วที่เจอสถานการณ์นี้ แต่ทว่าเด็กหนุ่มคนนี้กลับยิ้มออกมามิหนำซ้ำยังเป็นรอยยิ้มที่ชวนขนลุกอีกต่างหาก…
==========
#นวินไม่อ่อนหัดนะ ถูกฝึกให้ปกป้องตัวเองมานานตั้งแต่อายุแค่ 6 ขวบแล้ว!