(2)
“พยัคฆ์”
แค่ได้ยินชื่อที่แนะนำตัวเองผ่านน้ำเสียงทุ้มเคร่งขรึมติดทะเล้นนิดๆ ของเขาก็รู้สึกถึงความกระสันโลดแล่นมายังตรงกลางซอกขา ก่อเกิดความปรารถนาที่อยากจะโดน ‘พยัคฆ์ขย่ม’ ให้จมหายไปกับเตียงแทบอดใจไม่ไหว
มันจะเกิดขึ้นแน่นอน
โมนารับรู้ได้ทันที เมื่อขณะที่ฝั่งผู้หญิงเริ่มแนะนำตัวให้พยัคฆ์รู้จักกันบ้าง ชายหนุ่มก็ตอบรับการส่งสัญญาณ ใช้เท้าเขี่ยขาเธอกลับแบบซุกซนจนสิ่งที่ควรจะลุกก็ลุกซู่ชูชัน
“แล้วคนนี้...?”
“โมนาค่ะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”
“เช่นกันค่ะ”
หลังจากนั้นบรรยากาศก็กลับมาครึกครื้นเหมือนเดิม
หนุ่มสาวพูดคุยกันด้วยหัวข้อบทสนทนา ที่จะทำให้เขาและเธอได้รู้จักตัวตนของคนที่กำลังหมายตาเอาไว้มากยิ่งขึ้น
โมนาไม่ได้แสดงท่าทีสนใจใครเป็นพิเศษแบบเปิดเผย ใครชวนคุยก็คุยแบบเป็นกันเอง หรือบางครั้งก็เป็นฝ่ายชวนคุยบ้าง ให้ความสำคัญกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกันเหมือนกลัวพวกเขาจะน้อยใจ
อย่างไรก็ตาม ธาตุแท้โมนาเป็นยังไงคีตาย่อมรู้ดี
และ...
เธอต้องรีบสกัดดาวรุ่งให้ร่วง ก่อนที่พยัคฆ์จะถูกฉกนางงูพิษเจ้าเล่ห์ฉกไปรับประทานต่อหน้าต่อตาเหมือนหลายครั้งก่อน สาบานว่าคีตาไม่ได้เกลียดชังโมนาแต่เรื่องผู้ชายมันกลายเป็นสงครามแห่งศักดิ์ศรีของพวกเธอไปแล้ว
คีตาแอบส่งข้อความผ่านทางโทรศัพท์มือถือคุยกับโมนา
คีตา :: คนนี้ยกให้ฉันเถอะนะ เธออยากได้ชาแนล? ดิออร์? หลุยห์? หรืออะไรก็ว่ามา แต่ฉันขอแค่พยัคฆ์คนเดียว PS.อย่าลืมสิว่าหลายคืนก่อนเธอตัดหน้าฉันไปหน้าด้านๆ
โมนา :: เลิกพล่ามค่ะ ฉันจะเอา (จบ)
คีตา :: เขาไม่เลียนะ เธอไม่ชอบหรอก
โมนา :: ไม่เลียก็ไม่อม
คีตา :: ยัยเพื่อนเลว
โมนา :: เหมือนกัน
คีตา :: ฉันอยากได้เขาจริงๆ นะเพื่อนรัก
โมนา :: สู้สิ เธอไม่ควรทำตัวไร้ศักดิ์ศรีด้วยการยอมก้มหัวให้ฉันเพียงเพราะเรื่องผู้ชายนะเพื่อนรัก ดูแย่มากค่ะ
คีตา :: You bitch!!
ครั้นพอจะเงยหน้าขึ้นสู้ให้สมศักดิ์ศรี ทางด้านพยัคฆ์ที่เบื่อหน่ายกับการนัดบอด อยากออกไปหาเรื่องสนุกทำข้างนอก เมื่อเป้าหมายอยู่ตรงหน้าเขาก็ไม่รอช้าที่จะพุ่งชนเข้าใส่อย่างตรงไปตรงมาตามในแบบตัวเอง
“ตอนนี้ว่างไหม”
“...” ทุกคนเงียบมองไปที่พยัคฆ์เป็นตาเดียว
โมนาจิบค็อกเทลอย่างอ้อยอิ่ง วินาทีนั้นคล้ายได้ยินเสียงติกต๊อกของเข็มนาฬิกาเดิน ทุกคนกำลังลุ้นรอคำตอบ โมนายิ้มน้อยๆ วางแก้วแล้วแสร้งตีหน้าซื่อ
“หมายถึงฉันหรือใครคะ”
“โมนา”
ใบหน้าสวยได้ยินคำยืนยันก็ไปคลี่ยิ้มหวานปั้นแต่งประกาศชัยชนะกับคนข้างๆ กระตุ้นเปลวเพลิงอิจฉาริษยาในจิตใจคีตาให้ลุกโชนราวกับเทน้ำมันเบนซินใส่ลงไปในกองไฟ แล้วหันกลับมาตอบคำถามชายหนุ่มผู้ทรงเสน่ห์
“ว่างค่ะ”
“ออกไปข้างนอกด้วยกันหน่อยสิครับ สะดวกไหม”
“มีเรื่องน่าตื่นเต้นรออยู่หรือเปล่าคะ”
“มีสิ ถึงอยากชวนไปทำเรื่องน่าตื่นเต้นด้วยกัน”
“โอเคค่ะ”
พูดเหมือนอยู่กันสองคน ทำเอาผู้ที่ถูกโปรยเสน่ห์ทิ้งไว้ได้แต่มึนงง มองตาละห้อยตามหลัง ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก มาหลังเครมก่อน คนที่คิดว่าตัวเองได้แน่ต้องแห้วรับประทาน
ท้ายที่สุดก็ต้องปักธงจับคู่กันตามเดิมตั้งแต่ตอนมาถึง
“กางเกงเธอเปียกน่ะ” พยัคฆ์เดินอยู่ด้านหลังโน้มหน้าลงมากระซิบข้างหูเบาๆ ด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเซ็กซี่
โมนาแสยะยิ้มมุมปากอย่างไม่ยี่หระ
และตอบเขากลับไปว่า “ถึงรถแล้วจะถอดให้ดูนะคะ หลักฐานที่คุณทำให้ฉันกระสันจนน้ำเดินนั่นน่ะ”
“งั้นก็ตอนนี้เลยสิ”
เขาปลดล็อกรถแล้วเปิดประตูกดหัวเธอให้ขึ้นไปนั่งบนรถ ก่อนจะรีบวิ่งอ้อมมาเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับ ทันเวลาหญิงสาวถอดกางเกงยีนออกจากสะโพกแล้วรูดลงไปตามเรียวขาจนสุดปลายเท้าพอดี