(6)
พยัคฆ์ตั้งใจเอาไว้ว่า หลังจากตื่นนอนจะยื่นข้อเสนอพร้อมค่าตัวให้โมนาเป็นคู่นอนของเขาต่ออีกสักระยะหนึ่ง แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าเมื่อเธอกลับก่อนโดยไม่ลาหรือเรียกร้องเอาอะไรจากเขาเลย ราวกับต้องการทำเรื่องสนุกเพื่อสนองอารมณ์ทางเพศเพียงเท่านั้น
“บ้าชะมัด ทำไมกูต้องรู้สึกเหมือนหมาถูกทิ้งในวันที่หมดประโยชน์ด้วยวะ”
“คิดว่าแคร์นักเหรอวะ กับอีแค่ ‘ผู้หญิง’ สวยสดเด็ดสะระตี่มากกว่านี้กูแทบจะไม่ต้องหาเองด้วยซ้ำ เดี๋ยวแม่งก็คลานเข่าเข้ามาหาเอง เหอะ!”
ดังนั้น...
เขาควรจะปล่อยผ่านเหมือนที่ผ่านมา
คิดได้แบบนั้นพยัคฆ์จึงเลิกฟาดงวงฟาดงาเป็นช้างตกมันที่กำลังคลุ้มคลั่ง ลุกขึ้นจากเตียงนอน อาบน้ำแต่งตัวแล้วออกไปใช้ชีวิตประจำวันของตัวเองอย่างทุกวัน
กระทั่งวันเวลาล่วงเลยมากว่าสองสัปดาห์
พยัคฆ์ได้เจอโมนาอีกครั้งโดยบังเอิญในปาร์ตี้ของเพื่อนห่างๆ ซึ่งจัดขึ้นที่ผับชื่อดังแห่งหนึ่ง และนั่นทำให้เขารู้ว่าตนเองไม่สามารถปล่อยผ่านผู้หญิงคนนี้ไปได้เลย
เพราะการกระทำของโมนา...
เธอไม่แสดงตัวว่าเคยรู้จักมักคุ้นกับเขามากขนาดไหน ช่วงเวลาที่บังเอิญสบตากันทำเพียงแค่คลี่ยิ้มให้บางเบา ก่อนหันไปพูดคุยกับเพื่อนและชายหนุ่มคนอื่นที่เข้ามาทำความรู้จัก การกระทำดังกล่าวคล้ายต้องการบอกเป็นนัยว่าเขาไม่ได้แตกต่างจากคู่นอนคนอื่นของเธอเลยสักนิด
...น้ำแตกก็แยกย้าย
...ผ่านมาก็ผ่านไป
พยัคฆ์รู้สึกเหมือนโดนเหยียดหยามศักดิ์ศรีอย่างไรชอบกล
หรือนี่คือวิธีการเรียกร้องความสนใจด้วยความแตกต่างที่ไม่เหมือนใคร ถ้าหาก ‘ใช่’ ต้องบอกว่าเธอทำมันสำเร็จแล้ว เมื่อตอนนี้ดวงตาคมกริบเอาแต่ลอบมองหญิงสาวไม่ละสายตา
ในเวลาเดียวกันและสถานที่เดียวกันแต่อยู่คนละโซน
ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนดื่มบรั่นดีบนชั้นสามในห้องรับรอง ดวงตาสีเทาอมฟ้าทอดมองลงมาข้างล่างจากมุมสูง ชั่วขณะหนึ่งมุมปากยกขึ้นเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นปฏิกิริยาน่าสนใจของเป้าหมาย ณ ตอนนี้ชายหนุ่มกำลังรู้สึกหรือครุ่นคิดอะไรเอาไว้ในหัวไม่มีใครล่วงรู้ได้เลย แต่จากรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบางเบาก็พอจะเดาได้ว่าไม่ช้าก็เร็วจะต้องมีเรื่องสนุกเกิดขึ้นแน่นอน
“เทรซิส”
“หื้ม?”
“มึงไม่ลงไปทักทายศัตรูสุดที่รักหน่อยเหรอ”
“ไม่ละ”
เดิมทีเขาอยากทำแบบนั้นแต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว เทรซิสไม่อยากเปิดตัวเด่นจนพยัคฆ์ไหวตัวทน และมันไม่ใช่สไตล์เสือนักล่าที่ซ่อนกรงเล็บเอาไว้แบบเขา
เทรซิสชื่นชอบวิธีการล่าแบบเคลื่อนไหวตัวภายใต้ความเงียบสงบ ต่างจากพยัคฆ์ที่ล่าแบบตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตาม แม้ไอ้หมอนั่นจะชอบทำตัวบ้าบิ่นมากไปสักหน่อย แต่เขาจะสบประมาทพยัคฆ์ไม่ได้เด็ดขาดเพราะถ้าหากมันโง่จริงคงไม่ได้ครอบครองตำแหน่ง ‘ศัตรูสุดที่รัก’ ของเขามาอย่างยาวนานแบบนี้หรอก
“กูกลับก่อนนะ”
“อ้าวเฮ้ย ไหงเป็นงั้นวะ”
“พอเห็นหน้าหมอนั่นแล้วหมดอารมณ์”
“กูเรียกเด็กให้ไหม”
“ไม่จำเป็น กูอยากได้อย่างอื่นมากกว่า”
เทรซิสหันมายิ้มอย่างยากจะคาดเดา วางแก้วบรั่นดีที่ถูกดื่มไปจนหมดลงบนโต๊ะ แล้วเดินจากไปท่ามกลางความงุนงงของเพื่อนสนิท
“ทุกวันนี้กูยังคิดอยู่เลยว่ากูสนิทกับมันจริงไหม แม่งไม่เข้าใจมันเลย”
“เห็นด้วย”