(7)
โมนารู้ว่าพยัคฆ์กำลังสนใจตัวเองอยู่ แต่แล้วไงล่ะ ถ้าหากเขาไม่ได้เห็นความสำคัญในตัวเธอมากไปกว่า ‘คู่นอน’ ที่มีค่าแค่ตอนเขารู้สึกเหงาและอยากระบายอารมณ์ทางเพศ มันก็ใช่ที่โมนาเป็นผู้หญิงรักสนุก แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเธอจะลดคุณค่าเอาตัวเองไปผูกพันธะกับสถานะที่ต้องตกเป็นเบี้ยล่างทางเพศของใครสักคน ทั้งที่เธอก็มีสิทธิ์เลือกสิ่งที่ดีให้ตัวเองด้วยเช่นกัน
ยิ่งกว่านั้น...
พยัคฆ์เป็นผู้ชายอันตราย
กล้าพูดได้เต็มปากเลยละ ไม่ต้องให้ใครมาบอกเก้าเล่าสิบปากต่อปาก โมนาได้สัมผัสด้วยตัวเองแล้ว อยากเตือนผู้หญิงทุกคนว่าถ้าหากไม่อยากเจ็บอย่าเสี่ยงเอาใจไปผูกกับผู้ชายคนนี้
แม้แต่การเล่นสนุกครั้งคราวหากไม่ระวังก็อาจแพ้ภัยเขาได้ ดังนั้นควรคิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อนย่างกรายเข้าไปใกล้พยัคฆ์ อย่างเช่นที่โมนาทำ เล่นสนุกแต่พอดีเพื่อปกป้องหัวใจและความรู้สึกตัวเอง ปาร์ตี้เมื่อคืนจึงไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เวลา 10.45 น. มหาวิทยาลัย B
“เธอได้ที่ฝึกงานแล้วหรือยังโมนา”
“เพิ่งมีอีเมลตอบกลับสามที่แต่ยังไม่ได้เลือกเลยว่าจะไปที่ไหน พวกเธอล่ะ”
“เรียบร้อย” วาววาตอบ
“ของฉันฝึกงานที่บริษัทในเครือของคุณพ่อ ไม่มีปัญหา” คีตาตอบ
โมนาอมยิ้มเศร้าเมื่อคีตาพูดถึง ‘พ่อ’ ผู้ชายที่ทำหน้าที่คอยซัพพอร์ตลูกสาวทุกสิ่งอย่าง แตกต่างจากเธอที่ถูกเลี้ยงด้วยเงิน เพียงแค่เงินอย่างเดียวเท่านั้นที่พ่อจะให้ได้นอกจากความเกลียดชัง
ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?
ก็เพราะวันที่โมนาลืมตาดูโลกเป็นวันที่ผู้หญิงอันเป็นที่รักของพ่อถูกพรากจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
“เออนี่ พยัคฆ์เขาดูสนใจเธอมากเลยนะ” คีตารีบเปลี่ยนเรื่อง “เมื่อคืนตอนเธอกลับบ้านไปแล้วยังให้เพื่อนมาถาม”
“แค่ครั้งเดียวก็พอแล้วละ”
“เข็ด?”
“ป่วยแค่สองสามวันฉันไม่เข็ดหรอก แต่พยัคฆ์เป็นนักล่าที่อยู่เหนือนักล่า และฉันไม่อยากเสียท่าให้เขา”
“สำเหนียกตัวเองแล้วสินะแม่เสือสาว”
“ไม่ขนาดนั้นสักหน่อย”
“จ้าๆ” คีตาทำหน้าเชิง ‘อยากให้เชื่อฉันเชื่อให้ก็ได้’ พลางหัวเราะคิกคักอย่างน่าหมั่นไส้จนโมนามองตาขุ่นตาขวาง
วาววาที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์เพราะติดผู้ชายนั่งฟังโดยไม่แสดงความคิดเห็น
กระทั่งคีตาเอ่ยประโยคต่อไปนี้....
“แก๊งเพื่อนสนิทของพยัคฆ์หล่อแซ่บถึงทรวงเลยนะ”
“มีไอจีป่ะ”
“เมื่อกี้เธอยังนิ่งอยู่เลยนะวาววา”
“ตอนนี้อยากแสดงความคิดเห็นอย่างผู้มีส่วนร่วมบ้างแล้วไง”
“ระริกระรี้น่ะสิไม่ว่า”
“ยอมรับค่ะ”
คีตาส่ายหน้าด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอก่อนส่งไปให้วาววา ขณะทางฝั่งผู้รับพอเห็นรูปในไอจีผู้ชายพลันเลือดลมพลุ่งพล่านวารีดำเนินจนต้องหนีบขาเบียดกันแน่น
วาววายกมือขึ้นปิดปากกลืนน้ำลายและหวีดร้องในลำคอ
“อี๊ดดดด!!”
“ไง? หล่อสัสรัสเซียไปเลยใช่ไหม”
“อือๆ” วาววาพยักหน้าเห็นด้วยแบบไร้ข้อโต้แย้ง ก่อนเรียวคิ้วจะขมวดเมื่อมองเห็นชื่อแอคเคาน์และรูปโปรไฟล์ไม่คุ้นเคย “เดี๋ยวนะ นี่มันไม่ใช่ไอจีเธอนี่คีตา”
คีตากระแอมไอแก้เก้อก่อนอธิบาย
“แหมๆ ~ ถึงฉันจะไม่ใช่เสือสาวนักล่ามือฉมังแต่ฉันก็มีศักดิ์ศรีนะยะ”
“เกี่ยว?”
“เกี่ยวสิ”
“ตรงไหนล่ะ สู้เอาแอคเคาน์จริงไปกดติดตามเขาเลยไม่ดีกว่าเหรอ เขาจะได้รู้ยังไงละว่ามีคนสนใจตัวเองอยู่”
“แก๊งนี้ติดตามใครซะที่ไหน”
“อ้อๆ ฉันเข้าใจแล้ว เธอกลัวเสียหน้าสินะที่เธอติดตามเขาแล้วเขาไม่กดติดตามกลับ เหมือนคนที่อยู่นอกสารบบไรงี้”
“มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี”
“อย่ามาทำเป็นหน้าซื่อหน่อยเลย” โมนายื่นหน้าเข้ามาร่วมวงบ้าง กลอกตามองเพื่อนทั้งสองสลับกันไปมาพร้อมด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม “พอกันทั้งคู่นั่นแหละ”
“เกลียดพวกแสนรู้ชะมัด” วาววาหันมองค้อนวงโต ทำปากยื่น หน้าบู้บี้บึ้งตึงเหมือนหมาพันธุ์ปั๊กหน้ายับย่น
“ว่าแต่เราสองคนเธอไม่มีงั้นสิ” คีตากอดอกเชิดหน้าหรี่ตามองถามโมนากลับบ้าง
“ขอบคุณสำหรับคำถาม ถึงแม้มันจะฟังดูน่าหมั่นไส้ไปสักหน่อย แต่ฉันไม่เคยสร้างแอคเคาน์หลุมเพื่อทำเรื่องอะไรที่มันซับซ้อนแบบนั้น”
“สวยมาก” วาววาประชด
“มั่นเวอร์” คีตาร่วมผสมโรง
“ขอบพระคุณค่ะ” โมนายกมือไหว้ประชดกลับ กรีดรอยยิ้มหวานบาดใจที่อาบมาด้วยยาพิษ ชวนให้คนมองขนลุกซู่ เย็นยะเยือก และรู้สึกสะอิดสะเอียนแทบอยากจะอาเจียน
เวลา 12.00 น. โมนาเลิกเรียนกลับมาถึงบ้านหลังใหญ่ ที่แม้จะมีคนงานอาศัยอยู่นับสิบชีวิตแต่กลับอ้างว้างเหมือนอยู่เพียงลำพัง
“สวัสดีค่ะคุณหนู”
“สวัสดีค่ะป้าภา”
“วันนี้เป็นยังไงบ้างคะคุณหนู”
“พรีเซนต์รายงานผ่านค่ะ เหลือก็แต่เรื่องฝึกงานอย่างเดียว หนูตั้งใจเอาไว้ว่าจะหาข้อมูลบริษัทก่อนแล้วค่อยเลือกที่ฝึกงาน”
“ไม่ลองถามคุณท่านดูล่ะคะ วันนี้คุณท่านก็กลับมาแล้ว”
“คุณพ่อไม่ว่างหรอกค่ะ”
ไม่ว่าจะเรื่องอะไรเขาคนนั้นก็ไม่เคยว่างเพื่อลูกสาวคนนี้เลยสักครั้ง หากไม่ใช่เพราะเขายังส่งเสียเลี้ยงดูลูกสาวคนนี้ เธอคงลืมไปแล้วว่าตัวเองมีพ่อเหมือนคนอื่นด้วย
“คุณหนู...”
“ขอตัวก่อนนะคะ วันนี้หนูกินข้าวบนห้องและรบกวนขอของว่างกับเครื่องดื่มเย็นๆ สักแก้วด้วยนะคะป้าภา”
“ได้ค่ะ”
นอกจากจะถูกมองอย่างไร้ตัวตนราวกับธาตุอากาศ ตัวเธอเองก็ต้องทำตัวให้ไร้ตัวตนจนกว่าผู้เป็นพ่อจะเรียกพบ โมนาคลี่ยิ้มปกปิดความขมขื่นให้ป้าภาสบายใจก่อนจะเดินขึ้นบันได