(9)
ผ่านมาสองสัปดาห์แล้ว มันเป็นความสัมพันธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไป เคลื่อนไหวภายใต้ความนิ่งสงบดุจคลื่นยักษ์ใต้น้ำ โมนารู้สึกตื่นเต้นลุ้นระทึก ไม่รู้ว่าเมื่อไรนักล่าที่กำลังซุ่มดูเหยื่อจะกระโจนขย้ำเหยื่อไปกินสักที
เทรซิสมีความอดทนและใจเย็นมาก ในเวลาเดียวกันก็เหมือนกำลังเล่นสนุกกับความรู้สึกเฝ้ารอแบบใจจดใจจ่อจนแทบเปลี่ยนสถานะจากผู้ถูกล่ากลายเป็นผู้ล่าเองได้อยู่แล้ว
วันศุกร์ เวลา 06.30 น. นักศึกษาฝึกงานสาวสวยเดินทางมาออฟฟิศตั้งแต่เช้าตรู่ ไม่ใช่เพราะขยันแต่เพราะผู้ชายที่ค่อนข้างเป็นเรื่องใหญ่มากทีเดียว
ทีมงานเลขาของเทรซิสมีทั้งหมดห้าคน โต๊ะทำงานประจำตำแหน่งอยู่ห้องกระจกใสด้านข้าง ขณะที่ฝั่งตรงข้ามหน้าห้องทำงานรองประธานจะมีเคาน์เตอร์ประจำของหัวหน้าเลขา ซึ่งโมนาได้รับอภิสิทธิ์บางอย่างให้นั่งฝึกงานตรงนี้ภายใต้การดูแลของแดนเทพที่งานค่อนข้างยุ่งกว่าใคร
เธอวางกระเป๋าสัมภาระบนชั้นวางแล้วออกมาเดินยืดเส้นยืดสายบริเวณโถงทางเดิน กล้องวงจรปิดกำลังจับตาดูความเคลื่อนไหว หญิงสาวรับรู้และทำตัวปกติจนกระทั่งมองเห็นเจ้านายสุดหล่อเดินตรงมายังห้องทำงาน
ดวงตาคู่สวยลุกโชนด้วยเปลวไฟปรารถนาอย่างแรงกล้า อึดใจต่อมา หญิงสาวพาร่างบอบบางอันแสนเย้ายวนใจก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมรอยยิ้มหวานที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป
ระยะห่างขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นจนเกือบจะประชิด
และเธอก็สร้างบทละครสาวสวยจอมซุ่มซ่าม “อุ้ยขาอ่อน” จู่ๆ แข้งขาพลันไร้เรี่ยวแรง เซถลาไปอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มแบบพอดิบพอดีเป๊ะ
เทรซิสรู้เท่าทันกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ
“เดินระวังหน่อยสิ” เขาตำหนิหากก็ช่วยประคองหญิงสาวไม่ปล่อย พลางถามด้วยความเป็นห่วง “เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ หนูไม่ได้เป็นอะไรมาก”
“อืม”
แม้เธอจะตอบแบบนั้นทว่าชายหนุ่มกลับยังกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น จ้องลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวย มองเปลวไฟปรารถนาด้วยความรู้สึกครึ้มอกครึ้มใจ
“บอสคะ”
“ว่า?”
“จะไม่ปล่อยหนูหน่อยเหรอคะ”
“อยากให้ปล่อยเหรอ”
“ถ้าบอสสะดวกกอดแน่นไม่ปล่อยหนูก็ไม่ว่าอะไรนะคะ” เธอยั่วยวนด้วยคำพูดสองแง่สองง่าม “แต่ถ้ากอดแน่นแล้วปล่อยด้วยมันน่าจะฟินกว่าเยอะ บอสไม่คิดแบบนั้นเหรอคะ”
โมนามั่นหน้าและมั่นใจเต็มเปี่ยมถึงได้กล้าทอดสะพาน
ทว่า...
ความนิ่งสงบของเขาก็ทำให้เธอตื่นเต้นบนความหวาดหวั่นอยู่เหมือนกัน ‘เร็วสิคะเทรซิส’ โมนาเร่งเร้าด้วยความกระสันอันเดือดพล่าน
ดวงตาสีเทาอมฟ้าเหลือบมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือก่อนตอบ
“เราไปนั่งดื่มกาแฟในห้องทำงานดีกว่า”
“หนูจะรีบชงกาแฟไปเสิร์ฟบอสนะคะ บอสชอบรสไหน”
“อเมริกาโน่เข้มๆ”
“กินขมแล้วต้องตัดด้วยหวานนะคะ”
“ให้เป็นหน้าที่ของเธอก็แล้วกัน ฝึกงานมาสองสัปดาห์แล้วนี่ อยากรู้เหมือนกันว่าจะเดาใจเจ้านายได้หรือเปล่า”
“ด้วยความยินดีค่ะบอส”
บอสสุดหล่อปล่อยนักศึกษาฝึกงานสุดสวยออกจากอ้อมกอด
โมนาแต่งตัวเรียบร้อย เสื้อนักศึกษาพอดีตัว กระโปรงทรงเอยาวถึงตาตุ่มผ่าข้าง ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถบดบังความเซ็กซี่ของเรือนร่างได้เลย ชายหนุ่มมองตามหลังลากไล่สายตาลงมายังบั้นท้ายงอนที่ยักย้ายไปมาตามจังหวะก้าวเดิน
“เอือก” กลืนน้ำลายไปหนึ่งเอือกใหญ่
ลับหลังโมนาเขาแสดงความปรารถนาอันเร่าร้อนออกมาแบบโจ่งแจ้ง เลือดลมสูบฉีดรุนแรง ทั่วสรรพางค์ร้อนฉ่าราวกับก้อนน้ำแข็งถูกไฟเผาผลาญ
เทรสซิสกัดฟันกรอดและกำมือแน่นอย่างสะกดกลั้นอารมณ์
“ใจเย็นไอ้เสือ” ก้มมองสัดส่วนโอฬารกลางลำตัวและปลอบประโลม “อีกเดี๋ยวแกก็ได้มุดอุโมงค์หรรษาไปค้นหาบ่อน้ำแห่งสวรรค์แล้วละ ช่วยอดทนรอให้สมเกียรติและศักดิ์ศรีหน่อย”
สิบนาทีโดนประมาณ
เวลาถูกใช้ไปค่อนข้างนานเพราะของหวานต้องเตรียมตัวก่อนเสิร์ฟ โมนาหยิบแก้วกาแฟและจานรองลงบนโต๊ะก่อนจะไปนั่งโซฟาตัวด้านข้าง เทรซิสลิ้มชิมรสชาติอเมริกาโน่รสเข้มขณะดวงตาแช่นิ่งอยู่บนใบหน้าสวย
“อร่อยไหมคะบอส”
“ใช้ได้ แต่...”
“แต่?”
“เหมือนที่เธอบอก กินขมแล้วต้องตัดด้วยหวาน” ปูทางให้ตัวเองขนาดนี้ ถึงเวลาที่เขาต้องทวงถาม “ไหนล่ะโมนา เธอเตรียมของหวานให้ฉันกินแล้วหรือยัง”