(8)
ระหว่างที่กำลังนั่งหาข้อมูลบริษัททั้งสามเพิ่มเติม ทันใดนั้นก็มีอีเมลใหม่ส่งเข้ามา ลอว์เรนซ์ กรุ๊ป ถูกขนานนามว่าเป็นเจ้าพ่อแห่งวงการธุรกิจ ที่ประกอบธุรกิจแบบครอบคลุมทุกอย่างทั้งภายในประเทศและสากล ความยิ่งใหญ่อันทรงอำนาจ ชื่อเสียง และเงินตราของ ลอว์เรนซ์ กรุ๊ป ยากจะหาใครเทียบเคียง แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าต่อกรด้วยถ้าหากอีกฝ่ายไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกันอย่าง ไวส์บรู๊ค กรุ๊ป
โมนาไม่ทราบข้อมูลเชิงลึกและไม่สนใจว่าใครจะทะเลาะกันยังไง
เสือสองตัวก็แค่อยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้จึงต้องแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน และตอนนี้เธอกำลังจะได้ฝึกงานในบริษัทใหญ่โต ตัวเลือกทั้งสามก่อนหน้าถูกปัดทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใยก่อนโมนาจะเขียนอีเมลตอบตกลงเข้ารับการฝึกงานที่ ลอว์เรนซ์ กรุ๊ป ด้วยความปีติยินดียิ่ง
“ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์คาดหวังตอนยื่นเรื่องไป อย่างน้อยในวันที่แย่ของเราอีกหนึ่งวันก็ยังมีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นอยู่เหมือนกันนะเนี่ย”
สองวันต่อมา
นักศึกษาจากหลากหลายมหาวิทยาลัยจำนวนยี่สิบคนรวมตัวกันที่หอประตูขนาดเล็กของภายในตึกสูงระฟ้าของ ลอว์เรนซ์ กรุ๊ป โมนาแต่งตัวเรียบร้อยมิดชิดและแต่งหน้าบางเบา อย่างไรก็ตาม คนที่มีเซ็กซ์แอพพีลสูงยังคงมีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนให้สนใจแม้จะพยายามไม่ทำตัวให้เป็นจุดเด่นมากแค่ไหนก็ตาม
“หล่อมาก”
“รุ่นพี่ของเราสุดยอดเลย”
เสียงกระซิบกระซาบของนักศึกษาชายหญิงดังขึ้นเมื่อบุคคลสำคัญเดินเข้ามาในหอประชุม โมนาเกิดความอยากรู้จึงมองบ้าง โดยทำเพียงแค่ขยับดวงตาไปทางด้านข้างขณะที่ใบหน้าสวยตั้งตรง
ชายหนุ่มลูกครึ่งไทน-อิตาลี เขามีรูปร่างสูงโปร่งที่ดูสง่างาม เรือนผมสีดำเหลือบเทาจากการทำสีผมแฟชั่น ดวงตาคมกริบสีเทาอมฟ้าห้อมล้อมด้วยแพขนตาหนาแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความดุดันน่าเกรงขามลดทอน หญิงสาวลากไล้สายตามายังเรียวคิ้วพาดเฉียงได้องศาพอดิบพอดี จมูกโด่งมีสันคม และริมฝีปากบางได้รูปที่ปราศจากรอยยิ้ม ซึ่งพอเอาทุกอย่างมากล่าวมาหลอมรวมกันก็ทำให้โมนาสะท้อนในใจ พระเจ้าจะต้องรักและเอ็นดูชายหนุ่มมากแน่ๆ ท่านถึงได้เสกสรรปั้นแต่งใบหน้าหล่อเหลาคมคายออกมาอย่างไร้ที่ติดเช่นนี้
ริมฝีปากอวบอิ่มคลี่รอยยิ้มบางเบา
ทว่าทันใดนั้นเอง...
ขณะที่โมนากำลังดึงดวงตากลับมารอมองเขาทางตรงแบบชัดๆ ดวงตาสองคู่ระหว่างเธอและเขาบังเอิญสบประสานกันเข้าพอดี วินาทีนั้นพลันเกิดคลื่นไฟฟ้าสถิตแปลบๆ แล่นเข้าสู่หัวใจก่อนที่มันจะกระจายตัวไปทั่วสรรพางค์จนเธอนั่งไม่เป็นสุข
ความรู้สึกแบบนี้ไม่ต่างจากตอนเผชิญหน้ากับพยัคฆ์เลย
พยัคฆ์?
จะว่าไปแล้ว พอนึกถึงพยัคฆ์ก็เผลอคิดว่าบุคคลที่พอจะหยิบยกมาวางเทียบเคียงกับคนคนนี้ได้คงมีแค่พยัคฆ์คนเดียวเท่านั้น
พยัคฆ์ ไวส์บรู๊ค และ เทรซิส ลอว์เรนซ์ ชื่อนามสกุลก็ระบุชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่ว่าพวกเขาคือคู่แข่งและศัตรูสุดที่รักที่ดูสมน้ำสมเนื้อกันมาก
ว่าแต่การที่เทรซิสมาปรากฏตัวที่นี่ก็แสดงว่าเขาเป็นเจ้านายเธอน่ะสิ
ใช่ไหม?
“ผมอยู่ในช่วงศึกษางานก่อนเข้ารับตำแหน่ง แต่ก็มีสิทธิ์และหน้าที่เสมือนรองประธานบริษัทที่จะประเมิณนักศึกษาฝึกงานทุกคน ยังไงก็ขอฝากตัวกับทุกคนด้วยเช่นกันนะครับ”
“ค่ะ/ครับ”
ใช่จริงๆ
แต่เจ้านายจำเป็นต้องหล่อมากขนาดนี้เลยเหรอ แถมอายุยังน้อยเท่าเธอที่เป็นนักศึกษาปี 4 อีกต่างหาก ทว่าท่าทางของเขาไม่เหมือนวัยรุ่นทั่วไป จากการที่เธอจับตาเฝ้าสังเกตและนั่งฟังเขาพูดด้วยความตั้งอกตั้งใจมาตั้งแต่ต้น เทรซิสมีมาดนักธุรกิจที่สุขุมลุ่มลึก เอาจริงเอาจัง ใจเย็น เด็ดเดี่ยว เฉียบขาด และค่อนข้างจะไว้เนื้อไว้ตัวจนทำให้หลายคนมีความรู้สึกเข้าถึงได้ยาก
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นแบบนั้นแต่ลางสังหรณ์เตือนเธอว่าเทรซิสเป็นเสือซ่อนเล็บที่ซุกซ่อนเปลวเพลิงแห่งตัณหาเอาไว้อย่างมิดชิดภายใต้หน้ากากที่ต้องสวมตามบทบาทและหน้าที่
ลางสังหรณ์ของผู้หญิงร่านไม่เคยผิด
โมนาสัมผัสได้ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่รู้สึกเหมือนถูกจุดติดเมื่อเจอเชื้อเพลิงเยี่ยมยอดหรอก ทั้งที่ความต้องการทางเพศมันสงบลงไปสักพักหลังจากได้ใช้คืนร้อนแรงร่วมกับพยัคฆ์
นักศึกษาถูกเรียกชื่อไปหาพี่เลี้ยงตามสายงานที่เหมาะสมกับคณะและสาขาวิชาที่ได้เรียนมาทีละคน
ในตอนนั้นโมนายังติดอยู่ในภวังค์ความคิดกระทั่งถูกเรียกชื่อ “ดาวิกา วริศราเวช เชิญทางนี้ค่ะ”
ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นพิธีกรชั่วคราวผายมือเชิญไปที่ชายหนุ่มสวมแว่นสายตามาดเนี๊ยบคนหนึ่ง โมนาเดินไปยืนข้างหลังพร้อมกับความงุนงง เพราะจำได้ว่าชายหนุ่มคนนี้คือหัวหน้าทีมเลขาของเทรซิส
หรือเธอจะจำผิดเพราะมัวแต่สนใจความหล่อเหลาของเจ้านาย
“นี่คือฝ่ายการตลาดใช่ไหมคะ”
เมื่อข้องใจก็เอ่ยปากถามไขความกระจ่าง ซึ่งโมนามั่นใจเต็มร้อยเหมือนกันว่าตอนกรอกแบบฟอร์มเธอได้ตรวจทานตัวอักษรหลายครั้งก่อนยื่นเรื่อง ไม่น่าจะมีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้นแบบนี้
ดังนั้นเธอควรได้รับการชี้แจงไม่มากก็น้อย
“เปล่าครับ พอดีฝ่ายการตลาดอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนบุคลากรกะทันหันจึงไม่สะดวกรับนักศึกษาฝึกงาน บอสเลยเห็นสมควรให้คุณมาฝึกงานตำแหน่งเลขาแทน”
“เลขาเหรอคะ”
“ใช่ครับ”
“หนูเข้าใจแล้วค่ะ”
ไม่ใช่เรื่องเสียหายหากโมนาจะฝึกงานเลขาของท่านรองประธาน เพราะจะได้ศึกษางานบริหารแบบใกล้ชิด อีกอย่างเทรซิสเป็นคนน่าสนใจ โมนาอยากเห็นเวลาเขาเอาจริงเอาจังกับงานว่ามันจะร้อนแรงเหมือนเปลวเพลิงตัณหาที่เขาซุกซ่อนเอาไว้หรือเปล่า