มหกรรมการแข่งรถอันดุเดือดที่รวบรวมนักแข่งมีชื่อเสียงจากทั่วทุกมุมโลกเข้าไว้ด้วยกัน ถูกจับตามองจากสำนักสื่อชั้นนำของแต่ละประเทศ ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติต่างแย่งกันจับจองตั๋วเพื่อร่วมชมการแข่งขันที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพและความตื่นเต้น เสียงตะโกนกู่ก้องดังกระหึ่มไม่แพ้เสียงล้อรถที่บดเบียดพื้นถนน นำพายานพาหนะเร็วแรงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความอันตรายขับเคลื่อนไปตามเส้นทางคดเคี้ยวของสนามแข่งที่ได้รับการสถาปนาจากผู้ชมทั่วโลกว่าเป็นสนามแข่งรถที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนหน้าประวัติศาสตร์เมืองไทย
เมื่อการแข่งขันจบลง ชายหนุ่มผู้ที่ได้รับเสียงปรบมือไม่แพ้นักแข่งมีชื่อก็คือ เจ้าของสนามแข่งยอดเยี่ยมที่มาพร้อมเครื่องหน้าหล่อเหลา หุ่นสูงกำยำ รอยยิ้มพิฆาตใจ จมูกโด่งรับกับริมฝีปากสีแดงเข้มจัดหยักลึก ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวมองกล้องของนักข่าวจากหลากหลายสำนัก ทั้งในและต่างประเทศยื้อแย่งกันเก็บภาพหนุ่มหล่อสายเลือดไทย-อังกฤษ
กระทิง มิลเลอร์ ทายาทมาเฟียร้ายแห่งเกาะอังกฤษ อีธาน มิลเลอร์ ประธานบริหารบริษัทฯ MLG Group ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายใหญ่แห่งเอเชีย เขาคือว่าที่ผู้สืบทอดอาณาจักรน้ำเมาหมื่นล้านที่ครองยอดขายอันดับหนึ่งเหนือคู่แข่งทั้งหมดมานานกว่าสองทศวรรษ
แม้ภายนอกดูเหมือนชายหนุ่มและครอบครัวจะทำอาชีพสุจริต แต่แท้จริงแล้วเขาคือมาเฟียร้ายตัวฉกาจไม่แพ้บิดา บนเส้นทางนักธุรกิจที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบหล่อหลอมให้เขาเป็นคนเด็ดขาด โหดเหี้ยม เยือกเย็นต่อหน้าศัตรู กุมอำนาจชี้เป็นชี้ตายลูกน้องนับหมื่นชีวิตที่ฝากปากท้องไว้กับบริษัทฯ ของเขา
เบื้องหน้าคือนักธุรกิจหนุ่มวัยยี่สิบแปดปีที่หญิงสาวทั่วทั้งเมืองต่างหลงใหล แต่เบื้องหลังคือมาเฟียไร้ใจผู้ที่ไม่เคยมอบความรักให้ใคร มีเพียงความปรารถนาอันร้อนแรงที่ปลดปล่อยบ้างเป็นครั้งคราว ไม่เคยให้สถานะหรือจริงจังกับใครเป็นพิเศษ
นอกจาก…
“ท่านครับ คนของเรารายงานมาว่าไฟลต์บินที่คุณหนูโดยสารมา ตอนนี้แลนด์ดิงถึงสนามบินเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ”
เลขาฯ คู่กายรายงานความเคลื่อนไหวของคนที่เขาเฝ้าคิดถึง
“อืม” พยักหน้ารับรู้ขณะที่สายตาไม่ละห่างจากแฟ้มเอกสารสำคัญ เมื่อทำหน้าที่รายงานเสร็จสิ้น เลขาฯ หนุ่มก็โค้งศีรษะเล็กน้อยก่อนเดินออกจากห้องไป
มือหนาวางแฟ้มเอกสารที่เต็มไปด้วยเรื่องเครียดลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ หยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันหลังมองวิวทิวทัศน์ผ่านหน้าต่างเรือนกระจกที่เห็นความเจริญก้าวหน้าของเมืองหลวงอย่างชัดเจน บริษัทฯ ของเขาตั้งอยู่บนที่ดินทำเลทองติดริมแม่น้ำสายหลักของประเทศ ย่านนี้เป็นย่านคนรวย ผู้คนที่พักอาศัยอยู่แถบนี้ล้วนแล้วแต่เป็นชนชั้นอีลีตที่จ่ายเงินซื้อความหรูหราและความสะดวกสบายให้ตัวเอง
กระทิงขยับข้อมือเพื่อดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาเรือนหรู อีกหลายชั่วโมงกว่าจะเลิกงาน เรียกได้ว่ายังไม่ทันพักเที่ยงด้วยซ้ำ แต่เขาไม่อยากนั่งอุดอู้อยู่ในห้องตอนที่สมองกำลังเหนื่อยล้า คิดอะไรไม่ออกนอกจากเรื่องของหญิงสาวหน้าหวาน ที่เพิ่งได้รับการรายงานมาสด ๆ ร้อน ๆ ว่าเธอเดินทางกลับถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
กระทิงไม่มีสมาธิทำงานอีกต่อไปเมื่อรู้ว่าคนที่ถวิลหากลับมาแล้ว หัวใจร่ำร้องอยากไปเจอหน้า อยากได้ยินเสียงหวานเจื้อยแจ้วให้คลายความคิดถึง
“ท่าน” เลขาฯ หนุ่มทำท่าจะลุกขึ้นยืนเมื่อประตูห้องทำงานเจ้านายเปิดออก ร่างสูงสง่าในชุดสูทแบรนด์ดังสุดเนี้ยบเดินตรงมาทางเขา
“ไม่ต้อง” ยกมือห้ามเสียงเข้ม เขาไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่างที่ชอบให้ลูกน้องทำความเคารพตลอดเวลา ยกเว้นอยู่ในบริบทสำคัญ
“วันนี้ผมไม่มีนัดอะไรใช่ไหม” เอ่ยถามหน้านิ่ง
“ไม่มีครับ วันนี้ท่านไม่มีนัดที่ไหนครับ”
“ดี” ว่าแล้วก็เดินจากไปทันที เลขาฯ หนุ่มมองตามแผ่นหลังกว้างจนกระทั่งลิฟต์สีทองหรูหรานำพาเรือนร่างสูงใหญ่ของเจ้านายหายไปจากคลองสายตา
“ท่าทางรีบร้อนแบบนี้”
ยิ้มมุมปากด้วยรู้ดีว่าสถานที่ใดที่เจ้านายของเขากำลังจะไป!
ณ สนามบิน
ร่างเพรียวระหงเดินลากกระเป๋าใบโตออกมาจากเกตด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เมื่อเห็นเพื่อนชายคนสนิทกำลังชูป้ายกระดาษเอสี่ที่เป็นภาพวาดแทนตัวเธอแบบตลกฮา ๆ
“ยินดีต้อนรับกลับเมืองไทยนะครับเจ้าหญิง” ศรุต ขยิบตาแล้วยิ้มกวน
“เจ้าญงเจ้าหญิงอะไรกัน รุตนี่ไม่เปลี่ยนเลยนะ กี่ปี ๆ ก็ชอบแซวเราแบบนี้”
อิงดาว ส่ายหน้าให้กับความขี้เล่นของเพื่อน ศรุตอาสาทำหน้าที่ลากกระเป๋าใบโตแทนเธอ
“ไปเที่ยวแค่สองเดือนหอบอะไรกลับมาเยอะแยะเนี่ย”
“แค่สองเดือนเหรอรุต ตั้งสองเดือนต่างหากล่ะ” บินออกนอกประเทศไปตั้งสองเดือนกว่าจะมาใช้คำว่าแค่ได้ยังไงกัน
“สนุกไหม เกาหลีเกาใจ” ศรุตหันมองร่างบาง เห็นใบหน้ายิ้มไม่หุบของเพื่อนก็พอจะรู้ว่าที่นั่นมีอะไรดี
“สนุกมาก เราได้ใส่ชุดฮันบกด้วยแหละ เดี๋ยวจะเปิดให้ดู”
“เห็นจากไอจีแล้ว”
อิงดาวเป็นสาวสังคมติดโซเชียล ไปไหนทำอะไรก็มัก จะอัปเดตเสมอ ทำให้การไปเที่ยวต่างประเทศถึงสองเดือนของเธอไม่ได้รู้สึกนานมากนักสำหรับศรุต เพราะเขาสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของหญิงสาวผ่านไอจีได้แบบไม่ต้องคอยโทร. ถามว่าทำอะไรกับใคร
“ในไอจียังลงไม่หมดจ้า อิงถ่ายมาเยอะมาก รูปสวย ๆ ทั้งนั้นเลย รับรอง ตลอดทั้งปีมีรูปลงไอจีทุกวัน” อิงดาวพูดด้วยความมั่นใจ
“แค่ได้ใส่ชุดฮันบกเองเหรอ ถึงทำให้อารมณ์ดีแบบนี้”
สัญชาตญาณมันบอกเขาว่าต้องมีอะไรมากกว่านั้น…
อิงดาวทำทีมองซ้ายมองขวาเพื่อให้แน่ใจว่า ท่ามกลางฝูงชนที่เดินผ่านสวนกันไปมาจะไม่มีคนของพ่อเธอแอบแฝง หญิงสาวกระดิกนิ้วให้เพื่อนชายโน้มตัวลงมาเพื่อให้ความสูงทัดเทียมกับเธอ ป้องมือกระซิบที่ใบหูให้ได้ยินกันแค่สองคน
“อิงไปเที่ยวผับมา” เสียงหวานแหบพร่าราวกับกลัวใครได้ยิน
“ฮะ เที่ยวผับ!” เรื่องนี้เขาไม่รู้ เพราะอีกฝ่ายไม่ได้อัปรูปลงไอจี
และคาดไม่ถึงว่าอิงดางจะกล้าไปด้วยซ้ำ…
“เบา ๆ สิรุต จะเสียงดังทำไมเนี่ย” อิงดาวหน้าแตกตื่น ตีไหล่เพื่อนดังป้าบ
“โทษที แต่ตรงนี้ไม่มีคนของคุณป๋าอิงหรอกน่า” เขารู้ว่าเจ้าตัวกำลังระแวงอะไร
“จะไปรู้เหรอ คุณป๋าเราเหมือนคนอื่นซะที่ไหน” อิงดาวบ่นอุบ
“ก่อนจะระแวงพ่อ ระแวงพี่ชายตัวเองก่อนดีไหม สองคนนั้นโทร. จิกเรายิบ ๆ เลยตอนอิงไม่อยู่อะ” พูดถึงพี่ชายอิงดาวทีไร ศรุตขนกายลุกชูชันทุกที
พี่ชายหล่อนทั้งรักทั้งหวงน้องสาว ยิ่งกว่างูจงอางหวงไข่เสียอีก
“อย่าพูด ๆ อย่าพูดถึงสองคนนี้” อิงดาวทำท่าปิดหูหลับตาปี๋ บอกสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจมานานกว่าสองเดือน
“รุตรู้ไหมว่ามือถือเราสายแทบไหม้เพราะพี่ชายเราเนี่ย!”
เล่นโทร. มาทุก ๆ สามนาที ถามทุกอย่างราวกับว่าเธอกำลังจะไปออกรบ ทนรำคาญไม่ไหวจนต้องบล็อกเบอร์เพื่อให้ตัวเองมีเวลาท่องเที่ยว อยากผ่อนคลายสมองที่เหนื่อยล้าจากการเรียนหนักมาเป็นปี ไม่ใช่มาเครียดหนักกว่าเดิมเพราะมีพี่ตามจิกเป็นไก่
“ฮ่า ๆ ช่วยไม่ได้ ก็อิงอยากเกิดมาเป็นน้องสาวของตระกูลมาเฟียทำไมล่ะ”
ศรุตพูดเสียงเบาตรงคำว่า มาเฟีย ด้วยรู้ดีว่าอิงดาวไม่ชอบให้พูดคำนี้ในที่สาธารณะ และไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอเป็นใคร
มาจากตระกูลอะไร…
“จะไปไหนต่อครับ กลับบ้านเลยหรือว่าไปหาอะไรอร่อย ๆ กินก่อนกลับ”
ทั้งสองคนเดินมาถึงรถของศรุตเป็นที่เรียบร้อย นิ้วชี้เรียวยาวเคาะปลายคางเล็ก เนื่องด้วยคิดไม่ตกว่าจะทำอะไรต่อดี ครั้นจะให้กลับบ้านเลยก็ยังไม่อยากกลับ ห่างหายจากเมืองไทยไปนานถึงสองเดือนรู้สึกว่าท้องไส้มันหวิวพิกล อาหารเกาหลีตอนกินแรก ๆ ก็อร่อยอยู่หรอก แต่พอกินไปหลาย ๆ มื้อเข้าก็เริ่มเลี่ยนเริ่มเบื่อ รสชาติไม่แซ่บซี้ดเท่ากินอาหารบ้านเรา
“ไปร้านเจ๊หน่อย อยากกินส้มตำรสแซ่บ!”
ห่างออกไปไม่ไกลนัก…
สายตาคู่หนึ่งจับจ้องทุกอิริยาบถของสองหนุ่มสาวด้วยใบหน้าเหี้ยมดุ บึ้งตึง สันกรามแกร่งขบแน่นจนเรือนฟันขาวสะอาดแทบแตกร้าวในปาก รอยยิ้มน่ารักที่เขาคิดถึงเธอกำลังมอบให้กับชายอื่น แน่นอนว่ามันเป็นภาพบาดตาแสลงใจ ชนิดที่ว่าผู้ชายอกสามศอกอย่างกระทิงตั้งรับไม่ไหว มือหนากำหมัดแน่นเข้าด้วยกัน ลมหายใจพร่าร้อนเพลิงโทสะ อยากตรงเข้าไปกระชากคนตัวเล็กออกห่างจากไอ้เวรนั่น แล้วกระแทกจูบสั่งสอนเป็นการลงโทษ จะได้รู้ว่าไม่ควรยิ้มให้ใคร ส่วนไอ้หน้าตี๋หุ่นบางเหมือนคนขี้โรคนั่น
เขาจะกระทืบให้จมคาตีน!
“ไอ้ห่า แม่งเป็นใครวะ!” กระทิงเดินหน้าตึงกลับมาที่รถ ทุบฝ่ามืออัดกระแทกพวงมาลัยระบายอารมณ์เดือดดาล
อิงดาวยิ้มให้มัน หัวเราะกับมัน หล่อนดูมีความสุขเวลาอยู่กับคนอื่น ไม่เหมือนกับตอนที่เจอหน้าเขา ไม่ว่าจะเจอกันในสถานการณ์ไหน เขาก็ไม่เคยเห็นรอยยิ้มสดใสออกมาจากใบหน้าจิ้มลิ้มเลยสักครั้ง มีแต่ก้มหน้าก้มตาไม่อยากมอง ทำเหมือนเขาเป็นตัวเชื้อโรคที่ไม่น่าเข้าใกล้
ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด!
กี่ปีแล้วนะที่เขาตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้…
กี่ปีแล้วที่เขาคอยให้บอดีการ์ดตามติดชีวิตของเธอ คอยเฝ้ามองเธออยู่ห่าง ๆ
กระทิงรู้ตัวว่าสันดานส่วนลึกไม่ใช่คนใจดี การที่เขาไม่รุกจีบอิงดาวเป็นเพราะเห็นว่าเธอแตกต่างไปจากผู้หญิงทุกคนที่เคยควง
น้องสวยหวานน่ารัก น่าทะนุถนอม เป็นแก้วตาดวงใจของครอบครัว เป็นบุตรสาวคนเล็กแห่งตระกูล คีตะเดชาพัฒน์ ตระกูลมั่งคั่งของประเทศที่ประกอบธุรกิจโภคภัณฑ์ ร่ำรวยติดอันดับต้น ๆ แห่งเอเชีย เป็นตระกูลที่แข็งแกร่งทั้งในด้านทรัพย์สินและสถานะครอบครัว มีพี่น้องร่วมสายเลือดมากสุดถึงสิบคน แต่มีเพียงสองคนเท่านั้นที่เป็นพี่น้องร่วมท้องมารดา
นั่นก็คือพี่ชายที่หวงแหนน้องสาวจนแทบจะกลายร่างเป็นหมาบ้าเข้าไปทุกวัน!
ตระกูลคีตะเดชาพัฒน์… ภายนอกอาจดูเป็นตระกูลคนรวยตระกูลหนึ่งที่ทำธุรกิจจนมั่งคั่ง มีชีวิตหรูหราไฮโซ เป็นเซเลบแถวหน้าของเมืองไทย แต่ความจริงแล้วเบื้องลึกเบื้องหลังของคนในตระกูลนี้ช่างแตกต่างไปจากภาพลักษณ์ที่คนทั่วไปเห็น
บิดาของอิงดาวเป็นอดีตมาเฟียที่ผันตัวมาทำธุรกิจ จนสามารถสร้างอาณาจักรหมื่นล้านให้ลูก ๆ ได้ร่วมกันบริหารต่อ ดูเหมือนทุกอย่างกำลังไปได้ดีบนเส้นทางขาวสะอาด ทว่าแท้จริงแล้วลูก ๆ แต่ละคนกลับมีเส้นทางสีเทาซุกซ่อนอยู่
สานต่อสัญชาตญาณมาเฟียจากบิดามาจนถึงทุกวันนี้…
อิงดาวเป็นเหมือนดวงใจของทุกคนในบ้าน ตั้งแต่เธอเกิดมาก็ถูกคนในครอบครัวสถาปนาให้เป็นเจ้าหญิงแห่งตระกูลมาเฟีย เป็นน้องสาวคนเล็กที่พี่ทุกคนอยากปกป้อง แม้จะเป็นพี่น้องต่างมารดาก็เถอะ หญิงสาวเป็นที่รักของพวกเขา ชาตินี้ทั้งชาติไม่มีวันให้ใครมาแตะต้อง กระทิงเองแม้จะเป็นลูกชายเพื่อนสนิทพ่อของเธอ จะทำอะไรก็ต้องคิดให้รอบคอบ อ้างความรักความชอบมากไปกับพวกมาเฟียด้วยกันไม่ได้หรอก ยิ่งอิงดาวมีพี่ชายที่หวงแหนเข้าเส้นเลือดแบบนี้ เขาต้องยิ่งเดินเกมอย่างระมัดระวัง ค่อย ๆ นำพาตัวเองคืบคลานเข้าไปในชีวิตของเธอ เป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกน้องให้ได้ หลังจากนั้นจะได้แสดงสิทธิ์อย่างเต็มที่
ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของเขา!