ตอนที่ 1 บังเอิญ (เหรอ)

1987 Words
“อ๊า… เผ็ด ๆ ซี้ด ไม่ไหวแล้ว” น้ำหูน้ำตาไหลทะลักเต็มใบหน้าหวาน อิงดาวกระดกน้ำดื่มหมดไปห้าขวดติด จนตอนนี้กินต่อไม่ไหวแล้ว รู้สึกแน่นท้องอยากอาเจียน แต่ความเผ็ดแสบลิ้นยังไม่หมดไป “ก็บอกแล้วว่าให้สั่งแบบธรรมดา เล่นสั่งแอดวานซ์พริกเต็มครกขนาดนั้น ไม่เผ็ดก็ยอดคนแล้ว” ศรุตนั่งลูบหลังเพื่อน คอยหยิบกระดาษทิชชูให้คนตัวเล็กเช็ดน้ำตาน้ำมูกที่ไหลไม่หยุด เขาขอน้ำตาลปึกแม่ค้ามาหนึ่งก้อนพอดีคำ “กินนี่ก่อน มันแก้เผ็ดได้” อิงดาวรีบหยิบเจ้าก้อนน้ำตาลสีเหลืองอ่อนเข้าปากอย่างไว ความหวานของมันช่วยบรรเทาอาการเผ็ดได้มากเลยทีเดียว “ดีขึ้นไหม” ศรุตหยิบกระดาษทิชชูเช็ดเหงื่อที่กรอบหน้าเล็ก ดูแลร่างบางที่ตอนนี้เริ่มกลับมามีสติอีกครั้ง ทว่ายังไม่วายทำท่าทางเหมือนอยากกินต่อ “พอเลย ถ้ากินอีกคราวนี้ได้เรียกรถพยาบาลแน่ กลับบ้านเหอะ” ศรุตตีมือนุ่มเบา ๆ “โธ่รุต เราไปอยู่แดนกิมจิมาตั้งสองเดือนเชียวนะ ขอเติมพลังความแซ่บอีกนิดได้ปะ” ดวงตากลมโตเหมือนลูกแมวน้อยออดอ้อนเพื่อนชาย “ไม่ได้ เกิดกินเข้าไปอีกแล้วเป็นอะไรขึ้นมา ไม่ใช่อิงคนเดียวที่แย่นะ เราเองก็จะพลอยซวยไปด้วย ยังไม่อยากลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงนะ” เขาพูดเพราะรู้ว่าถ้าอิงดาวเป็นอะไรขึ้นมา ครอบครัวเธอไม่เอาเขาไว้แน่ “ดูพูดเข้า บ้านเราไม่ได้โหดขนาดนั้นสักหน่อย” “เร้อ” ศรุตหยันเสียงสูง อิงดาวทำหน้ามุ่ยใส่เขา “ไม่กินแล้วก็ได้” หญิงสาวรินน้ำอัดลมซ่าดื่มปิดท้ายจนหมดแก้ว ก่อนเรียกเก็บเงินค่าอาหารที่สั่งมาเต็มโต๊ะ “มื้อนี้เราเลี้ยงเอง ถือว่าเลี้ยงต้อนรับกลับบ้าน” ศรุตชิงสแกนจ่ายก่อนที่อิงดาวจะควักเงินสดออกมา “ขอบคุณค่ะป๋า” หล่อนยิ้มกว้าง ยกมือไหว้แนบบนหน้าอกเพื่อน “ไป ๆ กลับเถอะ ป่านนี้ที่บ้านคงชะเง้อคอยาวแล้วมั้ง” ศรุตพูดอย่างรู้ทัน ทุกคนที่บ้านนั้นรู้ว่าอิงดาวจะบินกลับวันนี้ แน่นอนว่าต้องคำนวณเวลาเอาไว้แล้วว่าหล่อนจะถึงบ้านตอนไหน แล้วนี่เลตมาตั้งหลายชั่วโมง ไม่แคล้วว้าวุ่นกันทั้งบ้านแล้วมั้ง “รุตอยู่กินข้าวเย็นกับที่บ้านเราก่อนนะ เดี๋ยวเราจะแจกของฝากช่วงค่ำ” อิงดาวบอกระหว่างกำลังเดินไปที่รถ สองเพื่อนซี้เดินคุยกันระหว่างลัดเลาะไปตามทางเท้า ร้านส้มตำเจ้าอร่อยตั้งอยู่ในซอยเล็กแคบ เวลามากินต้องหาที่จอดรถไว้ด้านนอกแล้วเดินเข้ามา อาจจะดูลำบากสักหน่อยแต่เพราะความอร่อย อิงดาวถึงยอมเดินในแหล่งชุมชนที่มีกลิ่น น้ำคลองฉุนเตะจมูก ร่างบางเดินมาถึงต้นซอยก็พบกับถนนใหญ่ที่มีรถวิ่งผ่าน ร้านค้ารายทางตั้งแผงขายมากมาย อิงดาวกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เพื่อดูว่าพอมีอะไรให้ซื้อติดไม้ติดมือไปฝากคนงานที่ บ้านได้ไหม ขนมนมเนยย่านนี้เขาว่าอร่อยนักเชียว หลายร้านได้กลายเป็นร้านฮิตติดเทร็นด์อยู่ตอนนี้ “เอ๊ะ นั่นมัน…” สายตาคู่กลมสะดุดเข้ากับร่างสูงกำยำในชุดสูทสุดเนี้ยบของใครคนหนึ่งเข้าอย่างจัง แม้จุดที่เธอยืนอยู่จะห่างจากเขาพอสมควร แต่อิงดาวก็จำได้แม่นยำว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ใบหน้าหล่อเหลาคมคายสวมแว่นกันแดดสีชา กำลังยืนล้วง กระเป๋าหันหน้ามองมาทางเธอ “ใครอะ รู้จักเหรอ” ศรุตถามเมื่อเห็นว่าเพื่อนหยุดเดิน อิงดาวพยักหน้ารัว ๆ “อืม รู้จัก” รู้จักดีเชียวละ! “รุตรู้สึกว่าเขามองมาทางเรานะ” ใช่ เขามอง… เจ้าของร่างสูงกำยำที่ยืนเด่นสง่าท่ามกลางฝูงชน ถอดแว่นกันแดดสีชาออกจากกรอบหน้าคมคาย เพ่งสายตากริบคมดุจเหยี่ยวมองตรงมาที่ชายหญิงสองคน นัยน์ตาสีเฮเซนัทคู่นั้นแฝงเร้นความดุดัน ชนิดที่ว่าขนาดอยู่ห่างจากเขาพอสมควร อิงดาวยังรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายความอันตรายที่ทำให้เธอต้องรีบเอาตัวมาบังเพื่อนชายคนสนิทเอาไว้ ทำไปทำไม… อิงดาวก็ตอบตัวเองไม่ได้เช่นกัน รู้เพียงว่าชายหนุ่มที่รวบรวมคำว่า หล่อขั้นเทพ หล่ออันตราย ไว้ในร่างคนคนเดียว ดูน่ากลัวเกินไปสำหรับศรุต “กลับบ้าน” น้ำเสียงเข้มห้วนจัด กระทิงพยายามอย่างที่สุดที่จะไม่กระชากคนตัวเล็กมายืนข้างเขา “คุณ… มาทำไมคะ?” อิงดาวไม่เข้าใจกับการเห็นเขายืนอยู่ตรงนี้ ใบหน้าหวานดูไม่ยินดียินร้ายกับการปรากฏตัวของเขา “มารับเธอกลับบ้าน” เขาตอบเสียงเรียบ ดวงตาดุคมเลื่อนมองศรุต คนถูกจ้องมองอย่างหมายโทษเสียวสันหลังวาบ หายใจติดขัดขึ้นมาครามครัน น่ากลัวจัง… ศรุตกลืนน้ำลายลงคอ ไม่ค่อยกล้าสบตาชายหนุ่มลูกครึ่งสักเท่าไร “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกำลังจะกลับกับเพื่อนพอดี” ว่าแล้วก็คล้องแขนศรุตยิ้มกว้าง อาการมองโลกในแง่ดีของเธอกำลังจะทำให้ศรุตซวย “อิง บอดีการ์ดพี่ชายอิงหรือเปล่า” เขากระซิบถาม หญิงสาวส่ายหน้ายิ้มหวาน “เปล่า นี่คุณกระทิง ลูกชายเพื่อนสนิทพ่อเราเอง” อิงดาวรับหน้าที่แนะนำชายหนุ่มให้เพื่อนรู้จัก “ส่วนนี่ก็ศรุต เพื่อนอิงเองค่ะ” เมื่อแนะนำกระทิงเสร็จแล้ว หล่อนจึงหันมาแนะนำคนข้างกายบ้าง ชื่อศรุตสินะ… ไอ้เวรที่บังอาจแย่งรอยยิ้มน่ารักไปจากเขา! การได้รู้ชื่อของผู้ชายที่มาเกาะแกะผู้หญิงของเขา คือสิ่งเดียวที่กระทิงพึงพอใจ “ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณ… กระทิง” ศรุตพยายามเก็บซ่อนความกลัวแล้วยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ทว่าอีกฝ่ายกลับทำหน้าตาบึ้งตึง กอดอกมองอิงดาวนิ่ง ละเลยคำทักทายของเขาราวกับเป็นอากาศธาตุ “กลับไปกับฉัน ป่านนี้คนที่บ้านรอนานแล้ว” “คุณป๋าให้คุณกระทิงมารับอิงใช่ไหมคะ ไม่ต้องก็ได้ค่ะ เดี๋ยวอิงกลับเอง ว่าจะแวะซื้อขนมไปฝากพวกพี่ ๆ ที่บ้านด้วย อุ๊ย ร้านนั้นน่าเข้าจังเลย” อิงดาวรีบเฉไฉชี้นิ้วไปยังฝั่งตรงข้าม ก้าวเท้าไม่ทันระวังมองว่าตรงที่ตัวเองยืนอยู่เป็นพื้นต่างระดับขั้นใหญ่ ทำให้ร่างบางเซจะล้มลงกับพื้นถนน ดีที่ได้อ้อมแขนแข็งแกร่งของกระทิงปรี่เข้ามารับได้ทัน ไม่เช่นนั้นหล่อนล้มหน้าทิ่มไปแล้ว “ระวังหน่อยสิ” น้ำเสียงเข้มดุเพราะเป็นห่วง ร่างบางแนบชิดแผงอกกำยำภายใต้เสื้อสูทหนา ได้กลิ่นน้ำหอมประจำตัวเขาที่เธอจำได้ไม่ลืม เขาใช้กลิ่นนี้ตลอด… “โตแล้วนะอิงดาว ไม่ใช่เด็ก จะเดินเหินช่วยมองทางหน่อย” ถึงจะพูดเช่นนั้น แต่ไม่รู้ทำไมเธอกลับสัมผัสได้ถึงความห่วงใยลึกซึ้งที่เขามอบให้ผ่านน้ำเสียงแกมเหนื่อยหน่าย อิงดาวพยักหน้ายิ้มแหย ดันตัวเขาออกเบา ๆ เมื่อสองขาเริ่มยืนได้อย่างมั่นคง “ขอบคุณค่ะ” “กลับบ้าน” กระทิงถอนหายใจออกมาก่อนคว้าข้อมือเล็กพาเดินไปที่รถของเขา “คุณกระทิงคะ อิงกลับเองได้ค่ะ พะ เพื่อนอิงเขา…” เม้มริมฝีปากแทบไม่ทันเมื่อนัยน์ตาคู่คมปราบมอง อิงดาวไม่กล้าพูดอะไรต่อเพราะคิดว่าที่เขาดึงดันจะรับตัวเธอกลับบ้านเป็นคำสั่งของบิดา จึงยอมขึ้นไปนั่งบนรถคันหรูแต่โดยดี ศรุตยืนโบกมือลาเพื่อน และจังหวะที่กระทิงเดินอ้อมหน้ารถเพื่อจะขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับนั้น เจ้าของส่วนสูง หนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรก็ส่งสายตาเหี้ยมดุมองมาที่เขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ทำเอาศรุตถึงกับยืนตัวแข็งทื่อ กลืนน้ำลายไม่ลงคอเลยทีเดียว บรรยากาศภายในรถค่อนข้างอึมครึมพอสมควร ตั้งแต่ยานพาหนะสุดเท่ทะยานออกสู่ท้องถนนกว้างใหญ่ ยังไม่มีคำพูดใดถูกเอื้อนเอ่ยออกมาจากริมฝีปากของเขาและเธอ ไม่ชอบเลย… ความรู้สึกอึดอัดแบบนี้ อิงดาวหันมองสารถีหนุ่ม แววตาคู่นั้นมีสมาธิอยู่กับการขับรถ สันกรามแกร่งที่มีไรหนวดขึ้นบางเบาเสริมให้ใบหน้าของเขาดูหล่อร้ายน่าค้นหา มีเสน่ห์ชวนมอง น่าหลงใหลทุกอิริยาบถ ไหนจะริมฝีปากสีแดงเข้มจัดหยักลึก ที่เดี๋ยวเม้มเดี๋ยวคลายออกนั่นอีกเล่า ช่างน่า… “ไม่ ๆ” ศีรษะทุยสั่นแรง ๆ เพื่อให้ความคิดไม่เข้าท่าหลุดออกไปจากหัว กระทิงชำเลืองมองร่างบาง ได้ยินคำว่าไม่ก็คิดไปไกลว่าเธอยังอยากกลับบ้านกับไอ้หน้าจืด “เธอรังเกียจฉันเหรอ” “คะ?” อิงดาวตกใจกับคำถามของเขา “คุณหมายความว่ายังไงคะ” บ้าเหรอ เธอเนี่ยนะรังเกียจเขา บ้าไปแล้ว “ก็ฉันมารับเธอกลับบ้าน แต่เธอก็ยังยืนกรานจะกลับพร้อมเพื่อนของเธอ แบบนี้แหละเขาเรียกว่ารังเกียจ เธอไม่อยากนั่งรถมากับฉันสองคน” “ไม่ใช่นะคะ อิงไม่ได้รังเกียจคุณกระทิงนะคะ” อิงดาวรีบปฏิเสธ ไม่อยากให้เขาคิดไปไกล เพราะเธอไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยสักนิด “คืออิงเกรงใจน่ะค่ะ คุณป๋าคงเป็นห่วงอิงมากเลยไหว้วานให้คุณมารับ แต่อิงสบายดีค่ะ อิงถึงบ้านช้าเพราะอิงแวะไปกินส้มตำมา เอิ๊ก ~ ! อุ๊บ!” กำลังพูดอยู่หล่อนก็เผลอเรอออกมาเสียงดัง ดวงตากลมโตเบิกกว้าง รีบยกมือปิดปากแทบไม่ทัน “ขอโทษค่ะ” ก้มหน้าขอโทษเจ้าของรถพัลวัน รีบลดกระจกฝั่งที่ตัวเองนั่งเพื่อระบายกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกจากรถ กัดริมฝีปากอวบอิ่มจนห้อเลือด อับอายที่สุดในชีวิต ยัยอิงดาวเอ๊ย ยายติ๊งต๊อง ยายบ้าบอ ทำไมถึงได้หาแต่เรื่องให้ตัวเองอับอายแบบนี้นะ! เสียงหวานก่นด่าตัวเองในใจ… “สงสัยส้มตำที่กินไปคง…” เม้มปากไม่พูดต่อดีกว่า ยิ่งพูดก็ยิ่งอาย กระทิงทำทีเบือนหน้าไปอีกทางเพื่อซ่อนรอยยิ้มเอ็นดูไม่ให้เธอเห็น กิริยาน่ารักเป็นธรรมชาติทำให้ความโกรธที่ถูกสะสมมาหลายชั่วโมงมลายหายไปหมดสิ้น เพราะยายตัวเล็กของเขาเป็นแบบนี้ไง เขาถึงได้รักได้หวง ไม่อยากให้ใครเห็นความน่ารักของเธอ อยากจะเก็บเธอไว้ข้างกายตลอดเวลา “ว่าแต่… คุณป๋าโกรธมากไหมคะที่อิงกลับบ้านช้า” เธอต้องรู้อารมณ์ของคนในครอบครัวก่อน เวลาถึงบ้านจะได้ทำตัวถูก ทว่าคนใสซื่อกลับไม่รู้เลยสักนิดว่าการที่หนุ่มลูกครึ่งตัวสูงมารับเธอนั้น ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับบิดาเธอเลย เขามาเพราะอยากมา “ไม่รู้ เพราะฉันยังไม่ได้คุยกับพ่อของเธอ” “คะ?” อีกครั้งที่ต้องทำหน้างุนงง “ฉันบังเอิญผ่านมาแถวนี้เลยแวะรับเธอกลับบ้าน คุณอาไม่ได้สั่งให้ฉันมารับ” “อ้าว” “ไม่ต้องอ้าว เพราะถ้าให้เดาป่านนี้ทั้งพ่อและพี่ชายของเธอคงกำลังควันออกหูที่ลูกสาวเอาแต่ไปนั่งจกส้มตำ จนลืมไปว่าพวกเขากำลังรออยู่ที่บ้าน” อิงดาวยิ้มแหย รู้ตัวเลยว่าทันทีที่กลับถึงบ้านต้องโดนสวดจนหูชาแน่!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD