เคเอ็น ไนต์คลับ คือสถานบันเทิงเกรดพรีเมียมที่รวบรวมเหล่านักท่องเที่ยวราตรีมีระดับเข้าไว้ด้วยกัน ถูกขนานนามว่าเป็นสวรรค์ชั้นยอดของบุรุษและสตรี ที่ต้องการมาหาความสุขใส่ตัวเองยามค่ำคืน ลูกค้าส่วนใหญ่ของที่นี่เป็นวัยรุ่นและวัยทำงาน
เกินกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์มีฐานะการเงินมั่นคง สามารถควักธนบัตรจ่ายค่าเปิดโต๊ะในราคาขั้นต่ำหลักหมื่นอัปไล่ไปจนถึงหลักล้านต้น ๆ ได้โดยไม่แคร์ว่าจะมีเงินพอสั่งเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มรสชาติการปาร์ตี้ให้สนุกยิ่งขึ้นได้หรือไม่
ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าสวมเสื้อยืดคอกลมแขนยาวสีเนื้อทับกางเกงยีนสุดเท่ เดินผ่านฝูงชนตรงเข้าไปหาเพื่อนรักที่กำลังนั่งคลอเคลียสาวสวยอยู่บนโซนลูกค้าวีวีไอพี
“มาแล้วเหรอมึง” วรวิทย์ หรือ เต้ เอ่ยทักทายเพื่อนซี้ กระซิบบอกให้สาวอวบเนื้อแน่นข้างกายขยับออกไปเล็กน้อย มือหนาตบที่เบาะโซฟานุ่ม
“มานั่งข้างกูมา” น้ำเสียงอ้อแอ้บ่งบอกว่าก่อนหน้าที่กระทิงจะมาถึง ไอ้หมอนี่คงซัดไปหลายแก้วจนหนำได้ที่
กระทิงถอนหายใจเหนื่อยหน่าย ร่างหนานั่งไขว่ห้างลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม ใบหน้าหล่อเหลาบอกบุญไม่รับ คว้าแก้วคริสตัลที่มีน้ำสีอำพันอยู่เกือบครึ่งแก้วกระดกดื่มรวดเดียวหมด รสชาติร้อนซาบซ่านสาดผ่านลำคอหนาไหลรวมเป็นเลือดเนื้อในร่างกาย ดีกรีของเหล้าแพงมีอานุภาพรุนแรงใช่เล่น ทว่าคนที่ดื่มหนักเป็นเดิมทุนไร้ซึ่งความสะทกสะท้าน ดื่มแล้วอยากดื่มต่อ เผื่อว่าความกลัดกลุ้มที่เกาะกินหัวใจแกร่งอยู่ตอนนี้จะบรรเทาเบาบางลงได้บ้าง
“หน้าบูดเป็นไข่หมาเลยนะมึง ไง… สาวน้อยอิงดาวหิ้วหนุมเกาหลีมาอันยองมึงเหรอวะ” วรวิทย์เอ่ยแซวผ่านรอยยิ้มล้อเลียน
“ไอ้สัตว์เต้ อย่าปากดี” กระทิงชี้หน้าส่งสายตาดุดัน ถ้าไม่เห็นแก่ความเป็นเพื่อนเขาจะตวัดขาฟาดปากมันให้จมกองเลือด
“วู้ว! เพื่อนฝูงแซวนิดแซวหน่อยก็ไม่ได้” ร่างหนากำยำไม่แพ้กระทิงหัวเราะร่วน หันไปหอมแก้มสาวอวบสุดเซ็กซี่ที่ยื่นหน้ามาคลอเคลียลำคอเขาไม่ห่าง เดี๋ยวจูบเดี๋ยวดูดจนเกิดรอยแดงกระจายทั่วลำคอขาว วรวิทย์ชอบใจใหญ่
“มึงเรียกกูมาทำไม ให้มาดูมึงนั่งโดนสาวดูดคอเหรอวะ” กระทิงที่พกความหงุดหงิดมาเต็มเปี่ยมเห็นอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด
“เออ แล้วมึงอยากโดนดูดด้วยไหมล่ะ คืนนี้มีสาวสวยเข้ามาใหม่ห้าคน เด็ด ๆ ทั้งนั้นเลยนะมึง เดี๋ยวกูเรียกมาดูแลมึงโดยเฉพาะเลย เอาไหม” เจ้าของไนต์คลับภูมิใจนำเสนอดาวเด่นดวงใหม่ที่จะเข้ามาช่วยเขากอบโกยรายได้จากลูกค้ากระเป๋าหนัก
“ไม่ต้อง!” กระทิงปฏิเสธเสียงเข้ม เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อจะหาผู้หญิงน่ารำคาญมาเกาะแกร่างกาย มาเพราะไอ้เพื่อนหน้าหม้อมันโทร. ตาม
“อะไรวะไอ้ทิง วันนี้มึงเป็นอะไร เดินหน้าบูดมาไม่พอยังไม่ยอมให้เรียกสาวมาคลอเคลียอีก อย่าบอกนะว่าเตรียมตัวบวชเลยพยายามละทางโลก”
ยังไม่วายหาเรื่องแซว ปลุกชนวนสายตาเดือดจัดจากคนตรงหน้า
“ถ้ามึงยังไม่หยุดแพล่มเรื่องไร้สาระ กูจะเอานิ้วตีนยัดปากมึง!”
กระทิงดันลิ้นดุนกระพุ้งแก้มอย่างหงุดหงิด ลำพังชวดนั่งร่วมโต๊ะกินข้าวเย็นพร้อมอิงดาว เขาก็เซ็งพอทนแล้ว ยังมาเจอไอ้เพื่อนกวนส้นตีนพูดจาน่ากระทืบอีก จุดเดือดทางอารมณ์เลยยิ่งต่ำกว่าปกติ
“ออกไปก่อนไป” หันไปบอกสาวสวยข้างกาย ซึ่งพวกหล่อนก็ว่านอนสอนง่าย ก่อนไปยังเวียนหอมแก้มหนุ่มหล่อจนครบสี่คน กระทิงเบ้ริมฝีปากหมั่นไส้เพื่อน
“มึงนี่น่านับถือจริง ๆ นัดกูมาคุยงานแต่ก็ยังไม่วายเอาผู้หญิงมานั่งเอนเตอร์เทน”
“ก็กูเก่ง” รู้นะว่ากำลังถูกประชดประชัน แต่คนหน้ามึนกลับยินดีน้อมรับเอาไว้
“ไอ้สัตว์” กระทิงรินเหล้าใส่แก้วกระดกเข้าปากจนหมดเหมือนเคย แสงสีเสียงที่ห้อมล้อมไปด้วยบรรยากาศสนุกสนานไม่ได้ทำให้เขาผ่อนคลายขึ้นเลยสักนิด
ภาพที่อิงดาวยิ้มหวานยามหัวร่อต่อกระซิกอยู่กับเพื่อนชายหน้าจืดวนเวียนอยู่ในหัวสมอง สลัดอย่างไรก็ไม่หลุด แม้จะเพียงชั่วแวบเดียวแต่ก็สามารถทำให้เขาเดือดดาลจนเผลอแสดงความร้ายกาจออกมาต่อหน้าเพื่อน มือหนากำแก้วเหล้าในมือ
จนเส้นเลือดแกร่งปูดขึ้นบนหลังมือ นัยน์ตาสีเฮเซนัทแดงก่ำ ขนาดวรวิทย์นั่งห่างจากเพื่อนรักพอสมควร ยังสัมผัสได้ถึง
เพลิงโทสะร้อนที่ส่งผ่านมาจากสายตาคู่นั้น
“มึงพร้อมจะรับฟังเรื่องที่กูกำลังจะเล่าไหมเนี่ย”
“ทำไมวะ?” กระทิงถามตาขวาง
“ก็ดูมึงโมโหงุ่นง่านเหมือนอยากจะฆ่าคนตลอดเวลา กูไม่แน่ใจว่ามึงจะพร้อมฟังเรื่องของกูไหม” คนพูดชักไม่แน่ใจว่าควรเอาเรื่องที่ตัวเองเจอบอกกับกระทิงดีไหม
“เล่ามา” ถอนหายใจบอกเสียงเข้ม
ถึงอาการที่เขาเป็นจะตรงกับที่เพื่อนซี้พูดทุกอย่าง แต่กระทิงก็คือกระทิง ชายหนุ่มมีความเป็นผู้นำสูง แยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันได้เสมอ
“สองสัปดาห์ก่อนกูโดนลอบยิง” พูดจบก็สาดน้ำสีอำพันเข้าคอ เอนกายพิงพนักโซฟาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“ทำไมกูไม่รู้” แม้ว่าสิ่งที่ได้ยินจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย แต่มาเฟียร้ายอย่างกระทิงกลับแสดงเพียงความประหลาดใจ ที่ตัวเองพลาดการรับรู้ไปถึงสองสัปดาห์
“ไม่แปลกหรอก ก็ช่วงนั้นมึงกำลังวุ่นเรื่องเปิดตัวเครื่องดื่มรสชาติใหม่นี่”
“ตอนนี้ก็วุ่นอยู่นะ” กระทิงว่า
“อ๋อ มึงกำลังจะบอกว่ากูแย่งเวลางานอันมีค่ามึงมาว่างั้น”
“มึงก็ควรจะคิดได้” ไหวไหล่ถือดี หน้าตายั่วบาทาสุด ๆ
“ไอ้ห่านี่” วรวิทย์หมั่นไส้เพื่อนสนิท ทำเป็นพูดว่าเขารบกวนเวลางาน อย่าให้รู้นะว่ามันแอบเอาเวลางานไปตามส่องสาวน้อยในดวงใจอย่างอิงดาวจะโบกกบาลเข้าให้
“ใครวะที่ลอบยิงมึง จับตัวคนร้ายได้ไหม”
กระทิงกลับเข้าสู่หัวข้อบทสนทนาหลักอีกครั้ง หยิบมวนบุหรี่ออกจากซองคาบไว้ที่ริมฝีปาก ล้วงมือสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อควานหาไฟแช็กแท่งโปรด ทว่าไม่พบ
“หายไปไหนวะ แม่ง!”
สบถคำหยาบหงุดหงิดตัวเอง วรวิทย์จึงโยนไฟแช็กของเขาส่งให้ กระทิงรับไว้ก่อนที่วัตถุสีเงินจะหล่นใส่กลางอก แสงไฟสีส้มอ่อนสว่างพรึ่บตรงปลายมวนบุหรี่ ปากหยักออกแรงดูดจนแก้มตอบ เงยหน้าพ่นควันขาวขุ่นลอยคลุ้งวนเวียนเหนือศีรษะ กลิ่นที่คุ้นเคยช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ชายหนุ่มแลบลิ้นเลียรอบริมฝีปาก
“ไหนว่าเลิกแล้ว” วรวิทย์ทักท้วง เพื่อนซี้ส่ายหน้า
“ไม่ได้เลิกขาด แค่เว้นระยะ” การจะเลิกบุหรี่ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ได้ง่ายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก “กูดูดมานาน” กระทิงพูดแล้วอัดบุหรี่เข้าปอดหนัก ๆ
ถ้าให้หักดิบไม่แตะเลย เขาคงลงแดงตาย
“เออ กูรู้” วรวิทย์เองก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เลิกไม่ได้เช่นกัน “แต่มึงเคยบอกว่าน้องเขาไม่ชอบผู้ชายสูบบุหรี่”
กระทิงหัวเราะในลำคอเมื่อได้ยินคำพูดที่โยงใยไปถึง
อิงดาว เงยหน้าสบตาเพื่อน
“กูถึงบอกว่าเว้นระยะไง” มุมปากแสยะยิ้ม
“แค่เลิกบุหรี่ให้เขามึงยังทำไม่ได้ กูว่าอย่าไปแตะต้องเลยดีกว่ามั้งผู้หญิงคนนี้ ได้ข่าวว่าเป็นแก้วตาดวงใจของที่บ้านด้วยแล้ว ถ้ามึงไปทำให้เขาเสียใจ มีหวังโดนฆ่าตายยกโคตร”
ถึงเขาจะเป็นคนเทา ๆ ที่หากินกับธุรกิจกลางคืนเป็นหลัก แต่สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ‘มาเฟีย’ วรวิทย์ไม่เคยคิดที่จะย่างกรายเข้าไปยุ่งเกี่ยว
“มึงลืมไปหรือเปล่า โคตรกูก็ใช่ว่าจะฆ่ากันได้ง่าย ๆ นะ” ตาคู่คมหรี่แคบลง กระตุกริมฝีปากอวดศักดาต่อหน้าเพื่อน
วรวิทย์กระแอมไอ ลืมนึกถึงข้อนี้ไปเสียสนิท
“เออ มึงก็มาเฟีย” นี่หว่า…
“กลับมาที่เรื่องของมึงเถอะ รู้ไหมว่าใครเป็นคนที่คิดจะฆ่ามึง”
“ไม่รู้ว่ะ แต่ไอ้คนที่มันลอบยิงกูมันยิงพลาด แล้วก็โง่ถูกลูกน้องกูจับได้”
ลูกน้องที่ว่าก็คือการ์ดร่างหนาหุ่นยักษ์ที่กระจายอยู่ทั่วไนต์คลับตอนนี้ พวกเขามีหน้าที่คอยตรวจตราความเรียบร้อย ไม่ให้เกิดเรื่องวุ่นวายต่อลูกค้าที่มาใช้บริการ และเวลาที่มีคนทะเลาะกัน การ์ดเหล่านี้จะคอยห้ามปราม
“กูว่ามันไม่ได้โง่หรอก ไอ้คนส่งมันมาจงใจให้มึงจับได้มากกว่า” กระทิงเห็นต่าง
“แล้วมันจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรวะ” ขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย
“ไม่รู้” ส่ายหน้าไม่ยี่หระในคำถามร้อนใจของเพื่อน ขยี้มวนบุหรี่ส่วนปลายลงบนจานแก้วคริสตัลจนไฟดับมอด ก่อนเงยหน้าพูดกับคนที่ครุ่นคิดถึงข้อสันนิษฐานของเขา
“กูไม่ใช่คนที่คิดจะฆ่ามึง จะไปรู้ได้ยังไง”
“ไอ้ทิง ตั้งแต่นั่งมึงกวนตีนกูไปหลายยกแล้วนะ” วรวิทย์แยกเขี้ยวใส่เพื่อน
“ก็เหมือนมึงนั่นแหละ ปากหมาใส่กูตั้งแต่เดินเข้ามาเลย” มีอย่างที่ไหนบอกว่าอิงดาวหิ้วหนุ่มเกาหลีกลับมาฝากเขา ไม่กระโดดเตะยอดหน้าก็บุญแล้ว
“โอเค กูขอโทษ” คนแซวไปเรื่อยยกมือยอมแพ้ แววตาขี้เล่นหายไป
“แต่เรื่องนี้กูซีเรียสนะเว้ย กูตายห่าได้เลยนะมึง”
ซึ่งแน่นอนว่าวรวิทย์ยังไม่พร้อมตายตอนนี้ เขายังหนุ่มยังแน่น ยังอยากมีชีวิตไว่ล่อสาวไปอีกนาน ๆ
“มึงช่วยกูหน่อยเหอะ” ที่ขอให้กระทิงช่วยเพราะเขารู้ดีว่าตระกูลของเพื่อนรักเป็นมาเฟียตัวฉกาจ มีลูกน้องบริวารมากมายที่พร้อมเป็นมือเป็นเท้าแทนเจ้านาย
กระทิงดันปลายลิ้นดุนกระพุ้งแก้มไปมา…
แขนแกร่งหนึ่งข้างวางพาดไปตามความยาวของพนักโซฟา มองหน้าเพื่อนซี้ที่รู้จักกันมาหลายปี รับรู้ความเป็นมาของอีกฝ่ายดีว่าต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาหนักเพียงใด ถึงได้มีทุกอย่างอย่างวันนี้ เราสองคนดูเหมือนไม่น่าจะมาคบหากัน
ได้เลย ด้วยสถานะทางสังคมที่แตกต่างกัน เขาเป็นบุตรชายของมาเฟียที่บิดาวางรากฐานธุรกิจไว้ให้สานต่อ
ต่างกับวรวิทย์ที่เป็นลูกคนธรรมดา บิดามารดาทำงานรับจ้างทั่วไป เพื่อนของเขาคนนี้ขยันขันแข็ง หนักเอาเบาสู้ทุกอย่าง ทำงานเก็บเงินเพื่อหวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้นที่กระทิงคบกับ
วรวิทย์ ก็เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นคนไร้พิษสง เป็นเพื่อนที่จริงใจคนหนึ่ง
และแล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เข้าข้าง…
ย่าของวรวิทย์เกิดล้มป่วย จึงเรียกตัวลูกหลานทุกคนให้เข้าพบในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต จัดแบ่งมรดกให้ตามความเหมาะสม ซึ่งพ่อของวรวิทย์เป็นบุตรชายคนโตของท่าน จึงได้ทรัพย์สมบัติมากกว่าลูกคนอื่น เนื่องด้วยไม่เพียงแต่เป็นลูกคนโตเท่านั้น พ่อของวรวิทย์ยังเป็นลูกที่ช่วยคนเป็นแม่ทำงานอย่างหนัก จนมีเงินกว้านซื้อที่ดินเก็บไว้หลายแปลง เมื่อท่านละ สังขารลาจากโลกนี้ไป จึงไม่แปลกที่ครอบครัวของวรวิทย์จะได้ทรัพย์สมบัติมากกว่าใคร
“นะไอ้ทิง กูขอร้อง ช่วยกูหน่อย” วรวิทย์เห็นเพื่อนนิ่งเงียบไปก็เกรงว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมช่วย กระทิงมองสบนัยน์ตาเจ้าของไนต์คลับหรู
“ไอ้เต้ มึงเป็นเพื่อนกูนะ แค่มึงบอกว่ามีคนลอบยิงมึง
กูก็พร้อมจะลากคอไอ้เวรนั่นมาเหยียบให้จมดินแล้ว” น้ำเสียงเหี้ยมดุไม่แพ้สายตาคมเข้ม
“ไอ้ทิง…” คำพูดของเพื่อนรักเปรียบเสมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ หนทางของการมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยขอฝากไว้ที่มาเฟียร้ายอย่างกระทิง
“ตอนนี้มันอยู่ไหน”
ไม่จำเป็นต้องเอ่ยทวนอะไรมากมาย สองเพื่อนซี้สบตากันอย่างรู้ใจ วรวิทย์เดินนำลงไปยังชั้นใต้ดินของไนต์คลับ สถานที่ลับที่พวกเขาคุ้นเคย ภายในห้องกว้างเย็นชื้นอบอวลไปด้วยกลิ่นอับ กลิ่นสนิมของโซ่เหล็กที่นำมาตรึงร่างของศัตรูแนบติดผนังปูน กระทิงสาวเท้าเข้าไปใกล้ร่างชายผอมแห้งที่มีสภาพสะบักสะบอมเนื่องจากถูกซ้อมอย่างหนัก
ยิ่งเข้าใกล้มันมากเท่าไร กลิ่นคาวเลือดก็ยิ่งคลุ้งเตะจมูก
“กูไม่ได้อยากทำหรอกนะเว้ย แต่แม่งปากแข็งฉิบหาย ถามว่าใครส่งมาก็ไม่ยอมตอบ”
“กูไม่ได้ว่าอะไร” กระทิงแสยะยิ้ม แววตาดุร้ายสำรวจใบหน้าแตกยับ เลือดกลบปากกลบจมูกจนแห้งกรัง
“แค่รู้สึกว่ามึงลงโทษมันน้อยไปหน่อยนะ สำหรับคนที่คิดจะฆ่ามึงอะ”
วรวิทย์ขนกายลุกซู่ยามสบนัยน์ตาเหี้ยมดุของกระทิง
“ถ้ามึงอยากให้กูช่วย กูขอนะ กูจะเค้นมันเองว่าใครเป็นคนส่งมันมา”
!!!