ห้องเพนต์เฮาส์สุดหรู ชั้นบนสุดของอาณาจักรสถานบันเทิงใจกลางเมือง
แสงไฟสลัวจากวิวเมืองหลวงยามค่ำคืนสาดส่องเข้ามาในห้องเพนต์เฮาส์กว้างขวาง ร่างสูงโปร่งของเขา " คาเตอร์ "
มาเฟียหนุ่มผู้กุมอำนาจมืดและเจ้าของบ่อนคาสิโนรายใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ เพิ่งผละออกจากร่างของหญิงสาวสวยจัดที่ลูกน้องคนสนิทส่งมาให้ แก้ขัดอารมณ์ดิบเถื่อน
เสียงหอบหายใจของหญิงสาวยังไม่ทันสงบดี เธอยกยิ้มอย่างหลงใหล พยายามจะเอื้อมมือไปคว้าแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเพื่อออดอ้อนต่อ ทว่าคาเตอร์กลับเบี่ยงตัวหลบอย่างเย็นชา ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองคนที่นอนอยู่บนเตียง
"ลุกขึ้น แต่งตัวซะ แล้วหยิบเช็คบนโต๊ะนั่นออกไป"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยสั่งอย่างเด็ดขาด
"แต่ว่าคาเตอร์คะ คืนนี้ให้ฉันอยู่ดูแลคุณต่อเถอะนะ "
**"ฉันบอกให้ออกไป"
นัยน์ตาดุดันตวัดมองเพียงเสี้ยววินาที แต่มันกลับแฝงไปด้วยรังสีอำมหิตจนหญิงสาวสะดุ้งเฮือก
กฎของฉัน เธอเองก็น่าจะรู้ดีนี่ เอาจบ จ่าย ไม่สานต่อ หมดหน้าที่ของเธอแล้วก็ไสหัวไป"
เมื่อเจอคำขาดที่ไร้เยื่อใย หญิงสาวก็หน้าเจื่อน รีบกุลีกุจอหยิบเสื้อผ้าที่หล่นเกลื่อนกลาดขึ้นมาสวมใส่อย่างลวกๆ คว้าเช็คเงินสดตัวเลขหลายหลักบนโต๊ะ แล้วรีบพาร่างของตัวเองออกไปจากห้องทันทีโดยไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับมามอง
ทันทีที่ประตูห้องปิดลง คาเตอร์หยิบเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทขึ้นมาสวมทับเรือนกายสมบูรณ์แบบ มือหนาติดกระดุมลวกๆ เพียงไม่กี่เม็ด เผยให้เห็นรอยสักที่โผล่พ้นสาบเสื้อ เขาเดินไปที่บาร์เครื่องดื่ม คว้าไฟแช็กเงินสลักลายและมวนบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ที่ริมฝีปาก
แกร๊ก..
ประกายไฟวาบขึ้นพร้อมกับปลายบุหรี่ที่ถูกจุด คาเตอร์อัดนิโคตินเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะพ่นควันสีเทาหม่นออกมา ควันบางเบาลอยคลุ้งฟุ้งกระจายไปทั่วห้องพักสุดหรู บดบังใบหน้าหล่อเหลาที่แสนจะเย็นชาและไร้หัวใจ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายของความอันตรายที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
คาเตอร์ขยี้ก้นบุหรี่ลงกับที่เขี่ยบุหรี่คริสตัลราคาแพงอย่างไม่ใยดี ก่อนจะหยิบเสื้อสูทตัวนอกมาพาดบ่าแล้วเดินออกจากห้องพักส่วนตัวไป สายตาคมกริบเย็นชาดุจน้ำแข็งยังคงราบเรียบขณะที่ก้าวเดินไปตามโถงทางเดินหรูหรา
ที่หน้าลิฟต์ส่วนตัว คชาและคทา ฝาแฝดมือขวาและมือซ้ายคนสนิท ยืนรออยู่ด้วยท่าทีขึงขังในชุดสูทสีดำสนิท เมื่อเห็นเจ้านายเดินมา ทั้งคู่ก็ค้อมหัวลงเล็กน้อยเป็นการทำความเคารพ
"รถพร้อมแล้วครับนาย"
คชาเป็นคนเอ่ยบอก พร้อมกับกดลิฟต์รอ
"พวกนั้นมาถึงกันหรือยัง"
คาเตอร์ถามเสียงเรียบ
"คุณมาวินถึงผับได้สักพักแล้วครับ ส่วนเหล้าที่นายสั่งไว้ ผมให้คนเตรียมขึ้นไปที่โซน VIP เรียบร้อยแล้วครับ" คทารายงานเสริม
ร่างสูงโปร่งก้าวเข้าไปในลิฟต์ ลำพังเพียงแค่เงาที่สะท้อนจากกระจกในลิฟต์ก็ดูมีอำนาจจนคนรอบข้างสัมผัสได้ถึงความกดดัน เมื่อถึงชั้นจอดรถใต้ดิน รถซูเปอร์คาร์สีดำสนิทเครื่องยนต์แรงม้าสูงก็สตาร์ทรออยู่แล้ว คาเตอร์เลือกที่จะเป็นคนขับเอง โดยมีรถของฝาแฝดขับตามประกบไปติดๆ
จุดหมายคือ'The Grand Empire'ผับที่ใหญ่และหรูหราที่สุดใจกลางกรุง ซึ่งเป็นหนึ่งในอาณาจักรที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับเขา รถหรูแล่นไปตามถนนที่เต็มไปด้วยแสงสีของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน ก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่ทางเข้าพิเศษสำหรับเจ้าของร้านเท่านั้น
บรรยากาศภายในผับเต็มไปด้วยเสียงดนตรีบีทหนักๆ และผู้คนที่ออกมาวาดลวดลาย แต่คาเตอร์ไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านั้น เขาเดินตรงขึ้นไปยังชั้นบนสุดซึ่งเป็นโซน VIP ส่วนตัวที่จำกัดเฉพาะบุคคลระดับสูงเท่านั้น
เมื่อประตูห้องกระจกนิรภัยเปิดออก กลิ่นเหล้าชั้นดีและควันซิการ์จางๆ ก็ลอยมาแตะจมูกมาวินเพื่อนสนิทของคาเตอร์ นั่งพาดขาอยู่บนโซฟาหนังตัวยาว ในมือถือแก้ววิสกี้อย่างสบายอารมณ์
"มาช้ากว่าปกติไปห้านาทีนะมึง สงสัย ของแก้ขัด คืนนี้จะถูกใจล่ะสิ"
มาวินเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มกวนๆ ตามประสาเพื่อนสนิทที่รู้ไส้รู้พุงกันดี
คาเตอร์ไม่ได้ตอบอะไร เขาโยนเสื้อสูทลงบนโซฟาข้างๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม คทาเดินเข้ามาจินเหล้าให้เจ้านายทันทีอย่างรู้งาน
"ไร้สาระ แค่ทำงานเสร็จก็จบ"
คาเตอร์ยกเหล้าขึ้นจิบ "แล้วนี่เป็นไงบ้าง เรื่องบ่อนที่มาเก๊ามีปัญหาอะไรไหม?"
นี่คือธรรมเนียมของกลุ่มพวกเขา ทุกคืนวันเสาร์คือวันรวมตัวเพื่อพูดคุยเรื่องธุรกิจที่ขยายตัวไปทั่วโลก รวมถึงเรื่องจิปาถะทั่วไปที่คนระดับพวกเขาจะคุยกันได้ โดยมีคชาและคทายืนคุมเชิงอยู่ที่มุมห้อง คอยระแวดระวังความปลอดภัยให้เหมือนทุกครั้ง
"ทุกอย่างเรียบร้อยดี แต่ช่วงนี้ไอ้พวกกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยมันเริ่มดอดเข้ามาวุ่นวายแถวชายแดนบ่อยขึ้นว่ะ" มาวินเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังเมื่อเข้าเรื่องงาน
บทสนทนาที่เต็มไปด้วยเรื่องของอำนาจและเม็ดเงินดำเนินไปท่ามกลางบรรยากาศที่เคร่งขรึม เเสงสีเสียงภายในร้าน