สองวันต่อมา ณ โรงอาหารคณะบริหารธุรกิจ
อากาศร้อนอบอ้าวของประเทศไทยไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อแฟชั่นของ มาเบลล์ เลยแม้แต่น้อย วันนี้เธอปรากฏตัวในชุดนักศึกษาที่สวมทับด้วยคาร์ดิแกนตัวบาง แถมยังมีผ้าพันคอไหมพรมผืนเล็กพันรอบลำคอระหงอย่างมิดชิด ท่ามกลางสายตาจับผิดของสองเพื่อนซี้ที่นั่งจ้องจับผิดเธอมาตั้งแต่วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ
"จะพันผ้าพันคอมาทำไมยะ อากาศร้อนจะบ้าตายอยู่แล้ว หรือว่า...ไปทำอะไรมาถึงต้องปิดบังห้ะ ยัยเบลล์"
นาเดียร์หรี่ตาถามอย่างจับผิด
"ป... เปล่าสักหน่อยวันนี้ฉันรู้สึกเจ็บคอนิดหน่อย กลัวหวัดลงคอไง"
มาเบลล์ตอบตะกุกตะกัก มือเล็กเผลอยกขึ้นจับผ้าพันคออัตโนมัติ ใต้ผ้าผืนนี้มี รอยรักสีแดงช้ำที่ผู้ชายเอาแต่ใจคนนั้นฝากฝังไว้เต็มไปหมด ชนิดที่ว่าคอนซีลเลอร์ก็เอาไม่อยู่
"ไม่ต้องมาแถเลยนะยัยเพื่อนตัวดี"
ปุยฝ้ายทุบโต๊ะเบาๆ
"เล่ามาเดี๋ยวนี้เลยนะ วันนั้นที่พี่คาร์เตอร์ลากแกขึ้นรถไป แล้วแกก็หายเงียบไปเลยสองวันเต็มๆ โทรหาก็ไม่รับ ไลน์ก็ไม่ตอบ มันเกิดอะไรขึ้นสรุปแกไปตกลงเป็นแฟนกำมะลอกับมาเฟียหน้าดุคนนั้นจริงๆ เหรอ!"
มาเบลล์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองซ้ายมองขวาให้แน่ใจว่าไม่มีใครแอบฟัง ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปกระซิบกับเพื่อนรักทั้งสอง
"อื้ม ฉันตกลงเซ็นสัญญากับพี่คาร์เตอร์ไปแล้ว หนึ่งปี แลกกับการที่เขาจะช่วยกันไอ้เพชรออกไปจากชีวิตฉัน"
"กรี๊ด! แกบ้าไปแล้วเบลล์ พี่คาร์เตอร์เนี่ยนะแกไม่รู้กิตติศัพท์ความโหดความเจ้าชู้ของเขาหรือไง"
นาเดียร์เอามือทาบอก
"ฉันรู้... แต่ฉันไม่มีทางเลือกนี่นา แกก็เห็นว่าวันนั้นไอ้เพชรมันกลัวพี่คาร์เตอร์จนหัวหดไปเลย ตั้งแต่วันนั้นมันก็ไม่กล้าโผล่หน้ามาให้ฉันเห็นอีกเลยนะ"
มาเบลล์พยายามหาเหตุผลมาซัพพอร์ตการตัดสินใจของตัวเอง โดยละเว้นรายละเอียดสำคัญ เรื่องข้อตกลงบนเตียงเอาไว้ ถ้าขืนเพื่อนรู้ว่าเธอเอาตัวเข้าแลก มีหวังได้ถูกด่าจนหูชาแน่ๆ
"แล้วนี่แกต้องทำตัวเป็นแฟนเขาไปถึงเมื่อไหร่ แล้วพี่วินรู้เรื่องนี้หรือยัง"
ปุยฝ้ายถามด้วยความเป็นห่วง
"พี่วินห้ามรู้เด็ดขาดขืนรู้มีหวังบ้านแตกแน่ๆ ตอนนี้ฉันก็เลยต้องแกล้งทำเป็นบอกพี่วินว่า ย้ายมาอยู่คอนโดใกล้ๆ มหา'ลัยเพื่อปั่นโปรเจกต์จบ..."
เธอเว้นจังหวะ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "...แต่ความจริงคือ ฉันต้องย้ายไปอยู่ที่เพนต์เฮาส์ของพี่คาร์เตอร์"
"ห๊าาา!!!"
สองสาวประสานเสียงกันดังลั่นจนโต๊ะข้างๆ หันมามอง
"เบาๆ สิพวกแกนี่"
มาเบลล์รีบตะครุบปากเพื่อน
"แกย้ายไปอยู่กับเสือในถ้ำเสือเนี่ยนะแล้วแกจะรอดเร้อออ"
นาเดียร์โอดครวญ
"แกไม่รู้เหรอว่าระดับพี่คาร์เตอร์น่ะ เปลี่ยนผู้หญิงไวกว่าเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกนะเบลล์"
คำพูดของเพื่อนทำเอามาเบลล์ใจกระตุกไปชั่วขณะ
นั่นสิ เธอเป็นแค่ข้อตกลงระยะสั้นของเขา ผู้หญิงที่แค่เอาตัวเข้าแลกเพื่อยืมอำนาจเขามาบังหน้า พอครบหนึ่งปี เขาก็คงเฉดหัวเธอทิ้งเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ
ติ๊ง..
เสียงข้อความเข้าจากสมาร์ตโฟนของมาเบลล์ดังขัดจังหวะความคิด เธอหยิบขึ้นมาดู ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นยอดเงินแจ้งเตือนการโอนเข้าบัญชีตัวเลขหกหลัก พร้อมกับข้อความจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย
💶[ เอาเงินนี่ไปเลี้ยงข้าวเพื่อนเธอซะ แล้วรีบกลับมาที่เพนต์เฮาส์... ฉันรออยู่ ]💵
มาเบลล์มองหน้าจอโทรศัพท์สลับกับหน้าเพื่อนซี้ทั้งสอง.ไอ้บ้าอำนาจเอ๊ยส่งคนมาซุ่มดูเธอแน่ๆ
ค่ำวันเดียวกัน ณ โซน VIP ผับ The Grand Empire
บรรยากาศในห้องกระจกส่วนตัวยังคงคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นควันซิการ์และวิสกี้ชั้นดีเหมือนเช่นทุกคืนวันศุกร์ ทว่าวันนี้ มาวิน ดูจะหงุดหงิดพลุ่งพล่านเป็นพิเศษ ร่างสูงกระดกเหล้าเข้าปากแก้วแล้วแก้วเล่าจนเพื่อนในกลุ่มต้องพากันปราม
"เบาหน่อยมึงไอ้วิน แดกเหล้าเหมือนอาบ มีเรื่องเครียดอะไรนักหนาวะ"
คริส หนึ่งในเพื่อนแก๊งมาเฟียเอ่ยถามส่วนคาเตอร์ได้เเต่นั่งดื่มเงียบๆ
"ก็ยัยเบลล์น้องกูน่ะสิ"
มาวินกระแทกแก้วลงบนโต๊ะ
"อยู่ๆ ก็มาบอกกูว่าจะย้ายไปอยู่คอนโดใกล้มหา'ลัย อ้างว่าจะทำโปรเจกต์จบ กูบอกจะไปช่วยจัดของก็ไม่ยอม บอกว่าจัดการเองได้ พอโทรไปหาก็รับบ้างไม่รับบ้าง พวกมึงว่าน้องกูมันแปลกๆ ไหมวะ หรือว่ามันแอบซ่อนผู้ชายไว้ที่ห้อง"
ประโยคสุดท้ายของคนหวงน้องทำเอา
คาร์เตอร์' ที่นั่งไขว่ห้างเงียบๆ อยู่มุมโซฟา ถึงกับชะงักมือที่กำลังหมุนแก้วคริสตัลไปชั่ววินาที ก่อนที่มุมปากหยักจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
"มึงก็คิดมากไปได้ น้องมึงโตเป็นสาวแล้วนะเว้ย ปีสี่แล้ว จะให้อยู่ติดบ้านตลอดไปได้ไง ปล่อยๆ น้องมันมีพื้นที่ส่วนตัวบ้างเถอะ"
คริสช่วยพูดแก้ต่าง
"มึงไม่เข้าใจหรอก ยัยเบลล์มันเพิ่งอกหักมา กูเป็นห่วงมัน ขืนมีไอ้หน้าไหนมาหลอกฟันน้องกูอีก กูจะตามไปเป่าหัวมันให้กระจุยเลยคอยดู"
มาวินประกาศกร้าว แววตาดุดันเอาจริง
ท่ามกลางความเดือดดาลของมาวิน คาร์เตอร์ยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบช้าๆ ท่าทีสงบนิ่งเยือกเย็นดุจสายน้ำ นัยน์ตาคมกริบทอดมองเพื่อนสนิทที่กำลังตีโพยตีพายเรื่องน้องสาวด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
*ขอโทษว่ะเพื่อ แต่ผู้ชายที่มึงอยากจะเป่าหัว นั่งอยู่ตรงหน้ามึงนี่แหละแถมไม่ได้แค่หลอกฟัน แต่ตั้งใจจะเก็บไว้กิน คนเดียวตลอดไปซะด้วย
"ใจเย็นไอ้วิน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของคาร์เตอร์เอ่ยแทรกขึ้นมาทำลายความตึงเครียด
"น้องมึงฉลาดพอที่จะเอาตัวรอดได้เเล้วนะ และถ้ามันจะมี ใครสักคนดูแลน้องมึงแทนมึงได้คนคนนั้นก็คงไม่ปล่อยให้ยัยเบลล์ต้องเจ็บช้ำน้ำใจเหมือนไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่นหรอก"
คำพูดเรียบๆ แต่แฝงนัยยะประหลาดของคาร์เตอร์ทำให้มาวินขมวดคิ้วเข้าหากัน
"มึงพูดเหมือนมึงรู้อะไรมาเลยนะไอ้คาร์เตอร์"
มาวินหรี่ตามองเพื่อนสนิทอย่างจับผิด
"เปล่า..."
คาร์เตอร์ยักไหล่เบาๆ วางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะ
"กูแค่พูดไปตามหลักความจริง. เด็กมันโตแล้ว มึงจะกางปีกปกป้องไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอก"
มาวินจิ๊ปากอย่างขัดใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่เพื่อนพูดมันคือความจริง เขาถอนหายใจยาวๆ แล้วเอนหลังพิงโซฟา
"เออ กูรู้น่าแต่กูหวงของกูนี่หว่า ถ้ากูจับได้ว่าไอ้เวรหน้าไหนมันบังอาจมาแตะต้องน้องกูนะมึงเอ๊ย..."
คาร์เตอร์ไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแค่ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมวาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่งเกมนี้เขาคือคนคุมกระดาน และมาเบลล์คือหมากตัวสำคัญที่เขาไม่มีวันยอมปล่อยให้หลุดมือไปเด็ดขาด ต่อให้ต้องผิดใจกับเพื่อนรักก็ตามที