พี่ชายเริ่มสงสัย

1278 Words
สองวันต่อมา ณ โรงอาหารคณะบริหารธุรกิจ อากาศร้อนอบอ้าวของประเทศไทยไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อแฟชั่นของ มาเบลล์ เลยแม้แต่น้อย วันนี้เธอปรากฏตัวในชุดนักศึกษาที่สวมทับด้วยคาร์ดิแกนตัวบาง แถมยังมีผ้าพันคอไหมพรมผืนเล็กพันรอบลำคอระหงอย่างมิดชิด ท่ามกลางสายตาจับผิดของสองเพื่อนซี้ที่นั่งจ้องจับผิดเธอมาตั้งแต่วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ "จะพันผ้าพันคอมาทำไมยะ อากาศร้อนจะบ้าตายอยู่แล้ว หรือว่า...ไปทำอะไรมาถึงต้องปิดบังห้ะ ยัยเบลล์" นาเดียร์หรี่ตาถามอย่างจับผิด "ป... เปล่าสักหน่อยวันนี้ฉันรู้สึกเจ็บคอนิดหน่อย กลัวหวัดลงคอไง" มาเบลล์ตอบตะกุกตะกัก มือเล็กเผลอยกขึ้นจับผ้าพันคออัตโนมัติ ใต้ผ้าผืนนี้มี รอยรักสีแดงช้ำที่ผู้ชายเอาแต่ใจคนนั้นฝากฝังไว้เต็มไปหมด ชนิดที่ว่าคอนซีลเลอร์ก็เอาไม่อยู่ "ไม่ต้องมาแถเลยนะยัยเพื่อนตัวดี" ปุยฝ้ายทุบโต๊ะเบาๆ "เล่ามาเดี๋ยวนี้เลยนะ วันนั้นที่พี่คาร์เตอร์ลากแกขึ้นรถไป แล้วแกก็หายเงียบไปเลยสองวันเต็มๆ โทรหาก็ไม่รับ ไลน์ก็ไม่ตอบ มันเกิดอะไรขึ้นสรุปแกไปตกลงเป็นแฟนกำมะลอกับมาเฟียหน้าดุคนนั้นจริงๆ เหรอ!" มาเบลล์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองซ้ายมองขวาให้แน่ใจว่าไม่มีใครแอบฟัง ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปกระซิบกับเพื่อนรักทั้งสอง "อื้ม ฉันตกลงเซ็นสัญญากับพี่คาร์เตอร์ไปแล้ว หนึ่งปี แลกกับการที่เขาจะช่วยกันไอ้เพชรออกไปจากชีวิตฉัน" "กรี๊ด! แกบ้าไปแล้วเบลล์ พี่คาร์เตอร์เนี่ยนะแกไม่รู้กิตติศัพท์ความโหดความเจ้าชู้ของเขาหรือไง" นาเดียร์เอามือทาบอก "ฉันรู้... แต่ฉันไม่มีทางเลือกนี่นา แกก็เห็นว่าวันนั้นไอ้เพชรมันกลัวพี่คาร์เตอร์จนหัวหดไปเลย ตั้งแต่วันนั้นมันก็ไม่กล้าโผล่หน้ามาให้ฉันเห็นอีกเลยนะ" มาเบลล์พยายามหาเหตุผลมาซัพพอร์ตการตัดสินใจของตัวเอง โดยละเว้นรายละเอียดสำคัญ เรื่องข้อตกลงบนเตียงเอาไว้ ถ้าขืนเพื่อนรู้ว่าเธอเอาตัวเข้าแลก มีหวังได้ถูกด่าจนหูชาแน่ๆ "แล้วนี่แกต้องทำตัวเป็นแฟนเขาไปถึงเมื่อไหร่ แล้วพี่วินรู้เรื่องนี้หรือยัง" ปุยฝ้ายถามด้วยความเป็นห่วง "พี่วินห้ามรู้เด็ดขาดขืนรู้มีหวังบ้านแตกแน่ๆ ตอนนี้ฉันก็เลยต้องแกล้งทำเป็นบอกพี่วินว่า ย้ายมาอยู่คอนโดใกล้ๆ มหา'ลัยเพื่อปั่นโปรเจกต์จบ..." เธอเว้นจังหวะ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "...แต่ความจริงคือ ฉันต้องย้ายไปอยู่ที่เพนต์เฮาส์ของพี่คาร์เตอร์" "ห๊าาา!!!" สองสาวประสานเสียงกันดังลั่นจนโต๊ะข้างๆ หันมามอง "เบาๆ สิพวกแกนี่" มาเบลล์รีบตะครุบปากเพื่อน "แกย้ายไปอยู่กับเสือในถ้ำเสือเนี่ยนะแล้วแกจะรอดเร้อออ" นาเดียร์โอดครวญ "แกไม่รู้เหรอว่าระดับพี่คาร์เตอร์น่ะ เปลี่ยนผู้หญิงไวกว่าเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกนะเบลล์" คำพูดของเพื่อนทำเอามาเบลล์ใจกระตุกไปชั่วขณะ นั่นสิ เธอเป็นแค่ข้อตกลงระยะสั้นของเขา ผู้หญิงที่แค่เอาตัวเข้าแลกเพื่อยืมอำนาจเขามาบังหน้า พอครบหนึ่งปี เขาก็คงเฉดหัวเธอทิ้งเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ติ๊ง.. เสียงข้อความเข้าจากสมาร์ตโฟนของมาเบลล์ดังขัดจังหวะความคิด เธอหยิบขึ้นมาดู ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นยอดเงินแจ้งเตือนการโอนเข้าบัญชีตัวเลขหกหลัก พร้อมกับข้อความจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย 💶[ เอาเงินนี่ไปเลี้ยงข้าวเพื่อนเธอซะ แล้วรีบกลับมาที่เพนต์เฮาส์... ฉันรออยู่ ]💵 มาเบลล์มองหน้าจอโทรศัพท์สลับกับหน้าเพื่อนซี้ทั้งสอง.ไอ้บ้าอำนาจเอ๊ยส่งคนมาซุ่มดูเธอแน่ๆ ค่ำวันเดียวกัน ณ โซน VIP ผับ The Grand Empire บรรยากาศในห้องกระจกส่วนตัวยังคงคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นควันซิการ์และวิสกี้ชั้นดีเหมือนเช่นทุกคืนวันศุกร์ ทว่าวันนี้ มาวิน ดูจะหงุดหงิดพลุ่งพล่านเป็นพิเศษ ร่างสูงกระดกเหล้าเข้าปากแก้วแล้วแก้วเล่าจนเพื่อนในกลุ่มต้องพากันปราม "เบาหน่อยมึงไอ้วิน แดกเหล้าเหมือนอาบ มีเรื่องเครียดอะไรนักหนาวะ" คริส หนึ่งในเพื่อนแก๊งมาเฟียเอ่ยถามส่วนคาเตอร์ได้เเต่นั่งดื่มเงียบๆ "ก็ยัยเบลล์น้องกูน่ะสิ" มาวินกระแทกแก้วลงบนโต๊ะ "อยู่ๆ ก็มาบอกกูว่าจะย้ายไปอยู่คอนโดใกล้มหา'ลัย อ้างว่าจะทำโปรเจกต์จบ กูบอกจะไปช่วยจัดของก็ไม่ยอม บอกว่าจัดการเองได้ พอโทรไปหาก็รับบ้างไม่รับบ้าง พวกมึงว่าน้องกูมันแปลกๆ ไหมวะ หรือว่ามันแอบซ่อนผู้ชายไว้ที่ห้อง" ประโยคสุดท้ายของคนหวงน้องทำเอา คาร์เตอร์' ที่นั่งไขว่ห้างเงียบๆ อยู่มุมโซฟา ถึงกับชะงักมือที่กำลังหมุนแก้วคริสตัลไปชั่ววินาที ก่อนที่มุมปากหยักจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ไม่มีใครสังเกตเห็น "มึงก็คิดมากไปได้ น้องมึงโตเป็นสาวแล้วนะเว้ย ปีสี่แล้ว จะให้อยู่ติดบ้านตลอดไปได้ไง ปล่อยๆ น้องมันมีพื้นที่ส่วนตัวบ้างเถอะ" คริสช่วยพูดแก้ต่าง "มึงไม่เข้าใจหรอก ยัยเบลล์มันเพิ่งอกหักมา กูเป็นห่วงมัน ขืนมีไอ้หน้าไหนมาหลอกฟันน้องกูอีก กูจะตามไปเป่าหัวมันให้กระจุยเลยคอยดู" มาวินประกาศกร้าว แววตาดุดันเอาจริง ท่ามกลางความเดือดดาลของมาวิน คาร์เตอร์ยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบช้าๆ ท่าทีสงบนิ่งเยือกเย็นดุจสายน้ำ นัยน์ตาคมกริบทอดมองเพื่อนสนิทที่กำลังตีโพยตีพายเรื่องน้องสาวด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย *ขอโทษว่ะเพื่อ แต่ผู้ชายที่มึงอยากจะเป่าหัว นั่งอยู่ตรงหน้ามึงนี่แหละแถมไม่ได้แค่หลอกฟัน แต่ตั้งใจจะเก็บไว้กิน คนเดียวตลอดไปซะด้วย "ใจเย็นไอ้วิน" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของคาร์เตอร์เอ่ยแทรกขึ้นมาทำลายความตึงเครียด "น้องมึงฉลาดพอที่จะเอาตัวรอดได้เเล้วนะ และถ้ามันจะมี ใครสักคนดูแลน้องมึงแทนมึงได้คนคนนั้นก็คงไม่ปล่อยให้ยัยเบลล์ต้องเจ็บช้ำน้ำใจเหมือนไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่นหรอก" คำพูดเรียบๆ แต่แฝงนัยยะประหลาดของคาร์เตอร์ทำให้มาวินขมวดคิ้วเข้าหากัน "มึงพูดเหมือนมึงรู้อะไรมาเลยนะไอ้คาร์เตอร์" มาวินหรี่ตามองเพื่อนสนิทอย่างจับผิด "เปล่า..." คาร์เตอร์ยักไหล่เบาๆ วางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะ "กูแค่พูดไปตามหลักความจริง. เด็กมันโตแล้ว มึงจะกางปีกปกป้องไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอก" มาวินจิ๊ปากอย่างขัดใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่เพื่อนพูดมันคือความจริง เขาถอนหายใจยาวๆ แล้วเอนหลังพิงโซฟา "เออ กูรู้น่าแต่กูหวงของกูนี่หว่า ถ้ากูจับได้ว่าไอ้เวรหน้าไหนมันบังอาจมาแตะต้องน้องกูนะมึงเอ๊ย..." คาร์เตอร์ไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแค่ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมวาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่งเกมนี้เขาคือคนคุมกระดาน และมาเบลล์คือหมากตัวสำคัญที่เขาไม่มีวันยอมปล่อยให้หลุดมือไปเด็ดขาด ต่อให้ต้องผิดใจกับเพื่อนรักก็ตามที
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD